“ว้าว!”
ฟีเรนเทียหลุดปากอุทานด้วยความชื่นชมออกไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อมาหยุดยืนอยู่หน้าวังโฟอิรัคที่ตั้งตระหง่านรอต้อนรับเจ้าของคนใหม่อยู่ตรงหน้าของเธอ
“ใหญ่สุดๆ ไปเลย”
วังโฟอิรัคนี่มันใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้มากทีเดียว
พวกเธอต้องนั่งรถม้าออกมาจากวังเล็กที่เฟเรสอาศัยอยู่พักใหญ่ และตำแหน่งที่ตั้งของมันก็ข้ามมาอยู่อีกฟากของเขตพระราชวัง เรื่องนี้ยิ่งทำให้เธอถูกใจมากขึ้นไปอีก
นี่เธอช่วยเขามากเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
พอเห็นว่าเฟเรสได้วังใหม่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาสุดๆ มันทำเอาเธอรู้สึกอิจฉาจนปวดใจขึ้นมาชั่วขณะ
คฤหาสน์ลอมบาร์เดียเองก็ใหญ่โตเหมือนกัน แต่ถึงยังไงบ้านที่เธอกับท่านพ่ออาศัยอยู่ก็เป็นแค่บ้านหลังเล็กที่มีห้องอยู่แค่ไม่กี่ห้องเท่านั้นเอง
และพอหันไปมองเด็กนี่โดยไม่ได้คิดอะไร ก็พบว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากวังโฟอิรัค และเหล่าข้ารับใช้ที่กำลังเดินกันขวักไขว่ทำงานกันอย่างหนักได้เลย
อืม เธอก็แค่ใจดีทำเรื่องที่สมควรทำนั่นแหละ
เธอเก็บความรู้สึกใจแคบและชั่วร้ายของตัวเองกลับลงไป
ที่จริงหากเป็นเจ้าชาย เขาสมควรได้รับของแบบนี้ตั้งแต่แรกและเติบโตขึ้นมาด้วยซ้ำไป
การที่ที่ผ่านมาเฟเรสถูกขังไว้ในวังเล็ก ทั้งยังต้องลำบากอยู่เพียงคนเดียวนั่นมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
“น่าจะเตรียมการเสร็จทั้งหมดในช่วงบ่ายค่ะ”
แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นมา
“เร็วจังเลยค่ะ”
“ท่านเจ้าตระกูลลงมือเคลื่อนไหวด้วยตัวเองนี่คะ”
ว่าแล้วเชียว ท่านปู่ของพวกเราเจ๋งที่สุด
เธอลังเลมากที่จะฝากฝังเรื่องของเฟเรสกับท่านปู่
แต่สิ่งที่เธอเลือกนั้นถูกต้องแล้วจริงๆ
แคทเธอรีนน่ะไม่ต้องสงสัยเลย ส่วนคาอิลรัสเองก็ดูเป็นคนดี
หากเป็นเช่นนี้ยังไงเฟเรสก็คงจะไม่ต้องใช้ชีวิตวัยเด็กอันแสนเศร้าด้วยการกินยาพิษอีกต่อไปแล้ว
และถ้าหากเติบโตขึ้นมาโดยถูกห้อมล้อมด้วยคนของลอมบาร์เดียที่แสนจะใจดีตั้งแต่เด็ก แน่นอนว่าเฟเรสก็คงจะมีความรู้สึกดีๆ ต่อลอมบาร์เดียแน่
และนั่นก็คือแผนการของเธอ
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างลอมบาร์เดียกับเฟเรสที่จะกลายเป็นองค์รัชทายาทในอนาคต
เพราะฉะนั้นต่อไปตอนที่เธอตั้งใจจะเป็นเจ้าตระกูล เด็กคนนี้ก็จะช่วยเสริมอำนาจให้กับเธอ
“ตอนนี้ก็อยู่ที่นี่ได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงแล้วนะ”
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่เธอทำนั้นเรียบง่าย
เธอเพียงแค่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ให้เฟเรสได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ให้สมกับที่เขาเป็นเจ้าชายเท่านั้นเอง
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ”
“อะ…อะไรเหรอ”
“พูดราวกับทุกอย่างมันจบแล้ว”
สีหน้าของเด็กหนุ่มที่จนถึงเมื่อครู่ยังเหม่อมองวังโฟอิรัคราวกับต้องมนตร์สะกดเศร้าหมองลงในทันที
ท่าทางราวกับมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้มคล้ายกับฝนกำลังจะตกลงมามันเสียประเดี๋ยวนี้
“มะ…ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย เจ้าเองก็ชอบไม่ใช่เหรอ”
“มันใหญ่เกินไป”
“ใหญ่แล้วทำไม”
“เพราะงั้นรับผิดชอบด้วย”
มือของเฟเรสจับชายแขนเสื้อของเธอแน่น
“ต้องแวะมาบ่อยๆ”
“บ่อยๆ เหรอ”
เธอยุ่งนะ!
แต่นัยน์ตาของเด็กหนุ่มที่มองเธอซึ่งไม่ยอมให้คำตอบยืนยันกลับไป กลับดูแข็งกร้าวไม่เหมือนเด็กที่เธอเคยเจอคนนั้นเลยสักนิด
เขาเป็นเด็กที่รู้จักแสดงสีหน้าแบบนี้ด้วยเหรอ
มันทำให้จู่ๆ เธอก็นึกถึงเฟเรสในอนาคตขึ้นมา จะว่าไปก็มีส่วนคล้ายคลึงกับเฟเรสคนนั้นอยู่เหมือนกัน
“เอาเป็นว่าจะเขียนจดหมายส่งให้บ่อยๆ ก็แล้วกัน”
“…เข้าใจแล้ว”
ไหล่ของเด็กน้อยที่ทำหน้าบึ้งตึงลู่ลง
ในตอนนั้นเอง
โครกคราก
เสียงดังลั่นเกินกว่าจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินดังออกมาจากเฟเรส
แต่ก็นะ เขาคงไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาหลายวันแล้วละมั้ง
ดังนั้นเธอหันไปพูดกับคาอิลรัสแทนเฟเรส
“พวกเราหิวแล้วค่ะ ขอข้าวหน่อยค่ะ!”
เพล้ง!
ถ้วยชาที่จักรพรรดินีถืออยู่ตกแตกจนส่งเสียงดังกังวาน
“นี่เจ้า…พูดว่าอะไรนะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล [นิยายแปล]
น่าสนุก...