เฉียวสือเนี่ยนหันกลับมา “ใครอนุญาตให้เธอเอาไปทิ้ง เก็บขึ้นมา!”
พนักงานฝ่ายต้อนรับไม่กลัวเธอด้วยซ้ำ “ทำไมต้องเสียแรงเปล่าด้วยล่ะคะ ถึงอย่างไรท่านประธานก็คงไม่อ่านหรอก ทุกครั้งที่คุณส่งสิ่งของมา เขาก็ให้พวกเราเอาไปทิ้งหมดเลย!
เมื่อก่อนเฉียวสือเนี่ยนเป็นห่วงว่าฮั่วเยี่ยนฉือจะทำงานหนักเกินไป จึงยอมลำบากส่งอาหาร ส่งเสื้อผ้า ส่งของเล่นที่บรรเทาความเครียดมาให้
แถมยังเรียนเขียนความในใจแบบนางเอกในนิยายให้เขาอีก
ที่แท้ฮั่วเยี่ยนฉือก็ปฏิบัติต่อความห่วงใยของเธอแบบนี้
แม้แต่พนักงานฝ่ายต้อนรับยังกล้าจะจัดการสิ่งของของเธออย่างตามอำเภอใจ!
เฉียวสือเนี่ยนจ้องพนักงานฝ่ายต้อนรับด้วยสายตาที่เย็นชา “ไม่ว่าฮั่วเยี่ยนฉือจะอ่านหรือไม่อ่าน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ทิ้งของของฉัน เก็บขึ้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
พนักงานฝ่ายต้อนรับเบะปากเล็กน้อย และเอ่ยอย่างไม่พอใจ ทั้งยังเหยียดหยาม “เก็บก็เก็บสิ จะแสร้งทำเป็นภรรยาของท่านประธานทำไม ก็เป็นอิแค่คนตามตื้อ”
“เธอ……”
“เกิดอะไรขึ้น?”
เฉียวสือเนี่ยนกำลังจะให้อีกฝ่ายขอโทษ ก็มีเสียงผู้ชายที่เคร่งขรึมคนหนึ่งดังขึ้น
เมื่อเธอหันกลับไป ก็เห็นว่าคนที่เอ่ยคือ โจวเทียนเฉิง ผู้ช่วยของฮั่วเยี่ยนฉือ
และคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โจวเทียนเฉิงก็คือฮั่วเยี่ยนฉือที่สวมชุดสูทแบบโอต์กูตูร์[footnoteRef:1]สีดำ [1: โอต์กูตูร์ (Haute Couture) นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศส เป็นลักษณะของการตัดเย็บขั้นสูง หรือ เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ คือ การสั่งตัดพิเศษขึ้นมาเฉพาะบุคคล]
เขาเป็นคนที่รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณดี แม้ว่าใบหน้าจะเย็นชา แต่ก็ยังมีเสน่ห์แบบผู้ชายอยู่
เมื่อก่อนเฉียวสือเนี่ยนเห็นเขาก็มักจะหัวใจเต้นแรง ใบหน้าแดงจรดใบหู และเรียกเขาอย่างเขินอาย แต่ตอนนี้เธอไม่แม้แต่จะเปิดปากด้วยซ้ำ
“คุณผู้หญิง” โจวเทียนเฉิงกล่าวทักทายเธออย่างสุภาพ
เฉียนสือเนี่ยนก็ไม่มีปฏิกิริยาที่ภาคภูมิใจเหมือนแต่ก่อนแล้ว
ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เธอล้วนไม่ใช่คุณผู้หญิงฮั่วที่ฮั่วเยี่ยนฉือยอมรับ
คำว่า ‘คณผู้หญิง’ เป็นแค่น้ำใจของมนุษย์ที่มีต่อกันของคนเขาเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
โจวเทียนเฉิงไม่รู้ว่าเฉียวสือเนี่ยนกำลังคิดอะไรอยู่ จึงถามพนักงานฝ่ายต้อนรับอีกครั้ง
พนักงานฝ่ายต้อนรับเหลือบมองฮั่วเยี่ยนฉือ และเอ่ยอย่างน้อยใจ “ท่านประธานเคยสั่งไว้ว่าไม่ต้องรับสิ่งของจากคุณผู้หญิง แต่คุณผู้หญิงบังคับให้ดิฉันเอาไปให้ท่านประทานไม่หยุด ดิฉันไม่กล้าขัดขืน ก็เลย……”
เมื่อได้ยิน ฮั่วเยี่ยนฉือก็คิ้วขมวดพรางถามเฉียวสือเนี่ยน “ใครให้เธอรังแกคนอื่นที่นี่!”
เฉียวสือเนี่ยนที่ตามจีบเขาอย่างไร้ยางอายมานานหลายปี และพยายามทุกวิธีทางเพื่อจะได้แต่งงานกับเขา
กลับเป็นฝ่ายเสนอหย่ากับเขา?
ช่างเป็นเรื่องที่น่าขำแห่งศตวรรษจริง ๆ เลย!
คาดว่าเธอน่าจะได้ยินวิธีแบบนี้จากที่ไหนสักแห่ง และใช้เพื่อมาดึงดูดความสนใจจากเขาเท่านั้น!
“ถือโอกาสไปสำนักงานกิจการพลเรือน ที่นั่นคงจัดเตรียมดราม่าอะไรรอฉันอยู่ใช่ไหม?”
ฮั่วเยี่ยนฉือเอ่ยอย่างเยาะเย้ย “เฉียวสือเนี่ยน วัน ๆ นอกจากเธอจะมาเซ้าซี้ฉัน ก็ไม่มีเรื่องอื่นจะทำแล้วใช่ไหม!”
ครั้งหนึ่งที่เคยรักหมดหัวใจ แต่ในสายตาของเขากลับเป็นแค่การเซ้าซี้
เฉียวสือเนี่ยนดีใจอีกครั้งที่ตัวเองตั้งสติได้แล้ว
เธอหยิบหนังสือสัญญาหย่าออกมาจากแฟ้ม “คุณจะเซ็นชื่อตอนนี้เลยก็ได้ แบบนี้ก็สามารถพิสูจน์แล้วว่าฉันจะไม่เซ้าซี้คุณอีก”
เมื่อเห็นหนังสือสัญญาหย่าที่อยู่ตรงหน้า ความอดทนของฮั่วเยี่ยนฉือก็หมดลงในชั่วพริบตา
ในเมื่อเฉียวสือเนี่ยนยืนกรานที่จะหย่า เขาก็จะช่วยให้เธอสมปรารถนาเอง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งที งั้นขอหย่าเลยแล้วกัน