เมื่อเห็นว่าใครโทรมา สีหน้าของฮั่วเยี่ยนฉือก็พลันอ่อนโยนลงหลายส่วน เขาปัดหน้าจอรับสาย
“เยี่ยนฉือ ใกล้ถึงเวลาประชุมที่ป๋อโจวแล้วนะคะ อีกนานไหมกว่าคุณจะถึงที่นี่?”
ในรถเงียบกริบ น้ำเสียงอ่อนหวานของป๋ายอีอีดังออกมาจากโทรศัพท์ของฮั่วเยี่ยนฉือ และคำพูดเหล่านั้นก็ทะลุเข้าหูเฉียวสือเนี่ยนครบทุกคำไม่มีขาดตกบกพร่อง
ไม่นานมานี้เขาซื้อธนาคารเพื่อการลุงทุนป๋อโจวมา โดยมีป๋ายอีอีดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
ชาติก่อน ป๋ายอีอีทำรายได้ให้ป๋อโจวเป็นกอบเป็นกำ จนได้รับสมญานามว่าราชินีแห่งบริษัท
ตอนนั้นเธอยอมรับไม่ได้ เพราะอยากเข้าบริษัทตระกูลฮั่ว เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองเหมือนกัน
ทว่ากลับถูกฮั่วเยี่ยนฉือเย้ยหยัน
‘เธอจะไปทำงานเนี่ยนะ? เธอรู้จักวิธีเอาตัวรอดในบริษัทหรือไง? ป๋ายอีอีต้องใช้เวลา ทุมแรงกายแรงใจไปตั้งมากมายกว่าจะได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการบริษัท แต่เธอคิดจะใช้คำพูดทะเยอทะยานไม่กี่คำมาพิสูจน์ตัวเองเนี่ยนะ?’
‘เฉียวสือเนี่ยน ฐานะทางบ้านของป๋ายอีอีไม่ได้มีเท่าเธอ แต่ป๋ายอีอีขยันสร้างความก้าวหน้าให้ตัวเอง ทั้งยังรู้หนังสือรู้มารยาท! ใครจะไปเหมือนเธอ ที่วัน ๆ นอกจากใช้อำนาจรังแกคนอื่นแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง!’
‘……’
“ได้ เอาแบบนั้นแหละ”
ฮั่วเยี่ยนฉือวางสาย
เฉียวสือเนี่ยนเองก็หลุดออกมาจากความทรงจำเช่นกัน
ใบหน้าของฮั่วเยี่ยนฉือในชาติก่อนและปัจจุบันซ้อนทับกัน อยู่ ๆ เฉียวสือเนี่ยนพลันสัมผัสได้ว่าอากาศในรถเบาบางลง
“ผู้ช่วยโจว รบกวนจอดรถข้างทางหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากลงจากรถ”
“คุณผู้หญิงครับ แถวนี้เรียกรถยาก นั่งไปบริษัทกับท่านประธานฮั่วก่อน แล้วผมค่อยไปส่งคุณผู้หญิงอีกทีดีไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ให้ฉันลงตรงนี้ก็พอ”
เฉียวสือเนี่ยนไม่อยากอยู่กับฮั่วเยี่ยนสือนานไปกว่านี้ จะนานกว่าสักหนึ่งนาทีก็ไม่เอา
โจวเทียนเฉิงไม่ได้รีบจอดรถแต่อย่างใด ทว่ากลับมองฮั่วเยี่ยนฉือผ่านกระจกหลัง รอคอยคำสั่งของเขา
ฮั่วเยี่ยนฉือเห็นท่าทางทนไม่ได้ของเฉียวสือเนี่ยนแล้ว โทสะพลันปะทุขึ้นมาในใจอีกครั้ง “จอดรถ ให้เธอลงไปเสีย!”
โจวเทียนเฉิงจอดรถเทียบข้างทางตามคำบัญชา
เฉียวสือเนี่ยนลงจากรถโดยไม่ลังเล แล้วเหวี่ยงปิดประตูรถ
“เฉียวสือเนี่ยน ถ้าเธอกล้าเอาเรื่องย่าฉันมาล้อเล่นอีกละก็ ฉันไม่เอาเธอไว้แน่!”
เฉียวสือเนี่ยนทำเป็นไม่ได้ยินคำเตือนของฮั่วเยี่ยนฉือ มุ่งเดินหน้าต่อไปโดยไม่หันหลังกลับไปมอง
ฮั่วเยี่ยนฉือโกรธขึ้งจนพูดไม่ออก สะบัดหน้ากลับไปทางโจวเทียนเฉิงพร้อมกล่าวด้วยความโมโห “ยังไม่ออกรถอีก ต้องรอให้ฟ้ามืดก่อนหรือไง?”
โจวเทียนเฉิง “……”
เฉียวสือเนี่ยนเรียกรถจากโทรศัพท์ ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเพราะระยะทางที่ไกล แต่เธอก็สบายใจเหลือเกิน
เธอนั่งรถไปที่โรงพยาบาลก่อน ทำการตรวจสุขภาพที่นั่น โดยเน้นไปที่กระเพาะเป็นพิเศษ
ความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งกระเพาะนั้นทรมานเกินไป ชาตินี้เธอจะต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้ดี เพื่อขัดขวางโอกาสที่จะเกิดมะเร็งให้ได้ทุกทาง
ต้องรออีกสองสามวันผลตรวจถึงจะออก เฉียวสือเนี่ยนจึงกลับไปยังวิลลาหลงเถิง
กระเป๋าที่เธอเก็บของไว้เมื่อคืน ถูกป้าหวังนำของด้านในกลับไปวางไว้ที่เดิมเรียบร้อย
“คุณผู้หญิง วันนี้คุณผู้ชายจะกลับมาไหมคะ? จะให้เก็บของบางส่วนกลับเข้าไปหรือเปล่าคะ?” ป้าหวังเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง
เฉียวสือเนี่ยน “……”
แพ้ตั้งแต่ยกแรกเลย ดันมาชนเข้ากับรถหรูเสียได้
โชคดีที่สังหรณ์ใจไม่ได้ขับรถของตัวเองออกมา ไม่อย่างนั้นได้เละแน่
คนขับรถคันข้างหน้าลงจากรถมาแล้ว เธอเองก็รีบลงไปเช่นกัน
“ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันไม่ทันสังเกต……”
อีกฝ่ายไม่ได้สนใจคำขอโทษของเธอเลยแม้แต่น้อย เอาแต่ตั้งอกตั้งใจถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับโทรแจ้งความ ราวกับว่าเกิดเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
“ทำไมถึงได้ช้านักนะ?” น้ำเสียงหงุดหงิดดังออกมาจากด้านในรถ
“ขอโทษครับคุณชายโม่ ประเดี๋ยวก็เรียบร้อยแล้วครับ”
หลังคนขับรถตอบกลับด้วยความเคารพยำเกรงเสร็จ ก็หันมากล่าวกับเฉียวสือเนี่ยน “รบกวนเอาใบขับขี่ออกมาให้ผมถ่ายรูปไว้ด้วยครับ แล้วก็กรุณาทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วยนะครับ อีกเดี๋ยวจะมีทนายความติดต่อไปครับ”
คนมีเงินเดี๋ยวนี้เขาจัดการอุบัติเหตุจราจรกันพิถีพิถันกันขนาดนี้แล้วเหรอ?
เฉียวสือเนี่ยนคว้าใบขับขี่ออกมาจากในรถแล้วยื่นให้
“เจ้าของรถชื่อฮั่วเยี่ยนฉือ รถคันนี้ไม่ใช่ของคุณนี่ครับ?”
“ของสามีฉันค่ะ ส่วนนี่เบอร์โทรศัพท์ของฉัน”
เฉียวสือเนี่ยนยื่นกระดาษที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ของเธอไปให้
“นี่นามบัตรของทนายครับ เขา……”
“เดี๋ยวก่อน”
เฉียวสือเนี่ยนกำลังคิดจะเอื้อมมือไปรับนามบัตร ประตูรถด้านหลังก็เปิดออก ขาเรียวยาวของผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งที งั้นขอหย่าเลยแล้วกัน