เล่ห์รักเมียตัวน้อย นิยาย บท 137

ตอนที่ 136 อยากฆ่าคนของเธอ

โพสในหน้าวอลล์ของเขากลับมีคนคอมเม้นต์แค่ข้อความเดียว “หล่อนดีขนาดนั้นเลยเหรอ มนต์ นี่เธอเคยรักฉันบ้างมั้ย ถ้าเธอรู้สึกถึงความรักอันลึกซึ้งที่หล่อนมีต่อเธอ เธอก็ควรเข้าใจว่าความรักของฉันที่มีต่อเธอมันมีมากแค่ไหน….”

คนที่คอมเม้นต์ใช้ชื่อว่า “รอยยิ้มที่แสนสวยงาม”

จารวีตามไปดูโปรไฟล์ของคนคนนี้ ก็พบว่าที่แท้แล้วเป็นเฟสบุ้คของสุรีย์วัลย์

ภาพหน้าปกของเธอเป็นภาพที่ดูหดหู่มาก มองแวปเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นภาพของสุรีย์วัลย์

สุรีย์วัลย์เป็นผู้หญิงที่สวย เป็นความงามที่สดใส เหมือนกับแสงอาทิตย์ที่ไม่ว่าส่องแสงไปที่ใดก็สว่างไปหมด

จารวีสับสนเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจ ทำไมผู้หญิงที่สวยอย่างสุรีย์วัลย์ถึงได้ไม่สมหวังกับมนต์ตรี แถมพอบอกว่าเลิกก็คือเลิก

เธอจะโพสหน้าวอลล์ทุกวัน จารวีตั้งใจอ่านทุกโพสจนหมด สิ่งที่สุรีย์วัลย์โพสล้วนแต่เป็นการเพ้อว่าคิดถึงมนต์ตรี

ความรักที่ลืมไม่ลงถูกบันทึกไปในโพสทุกๆวัน ใครทีอ่านจบหมดทุกโพสจะต้องรู้สึกซาบซึ้งเป็นแน่

จารวีก็ตกใจมากเหมือนกัน เดิมทีเธอคิดว่าลูกสาวคนที่สองของตระกูลเหลียงผู้ร่ำรวยจะไม่มีความรักที่ลึกซึ้งให้กับใคร แต่นึกไม่ถึงเลยว่าที่จริงแล้วจะไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้

ที่ทำให้ทรมานกว่านั้นก็คือ มนต์ตรีไม่ได้คอมเม้นต์โพสหน้าวอลล์ของเธอเลยสักประโยค

ในใจของจารวีรู้สึกอ้างว้าง เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าความรักที่สุรีย์วัลย์มีให้กับมนต์ตรีจะลึกซึ้งมากขนาดนี้ บางทีเธออาจไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกเขาตั้งแต่แรก

ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าของไลน์ก็ดังขึ้น จารวีใช้เมาส์คลิกเพื่อเปิดดูข้อความ

“วี!”

คนที่ทักเธอมาคือมนต์ตรี เธอรีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ขอโทษนะพี่มนต์ ตอนนี้ดึกแล้ว พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับวีเหรอ”

“อื้ม มีสิ…”หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาก็ส่งข้อความตอบกลับมาว่า “ตอนนี้ยศพลอยู่กับวีมั้ย”

“ไม่ ตอนนี้เขาอยู่บริษัท ยังไม่กลับมา มีแค่วีคนเดียวที่อยู่บ้าน”

“โอเค ทีแรกพี่อยากจะคุยกับวีตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว แต่มีเขาอยู่ด้วย พี่เลยกลัวว่าวีจะมีอันตราย”

คำพูดของมนต์ตรีทำให้จารวีรู้สึกเหมือนหัวใจจมอยู่ในน้ำ “ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นสักหน่อย”

“วี นี่มันเรื่องร้ายแรงนะ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ วีมีเวลาว่างมั้ย พรุ่งนี้พี่จะพาวีไปสถานีตำรวจ”

“พี่มนต์ มันไม่ได้มีเรื่องอะไรสักหน่อย มีอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเหรอ”

“อืม เหตุการณ์ยิงกันในวันนั้น พี่คิดว่าวีไม่ควรลืมมันไปนะ พี่แจ้งความแล้ว วีกับพี่เป็นผู้เสียหายนะ ตอนนี้พี่จำเป็นต้องพาวีไประบุความผิดทางอาญา ทางสถานีตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้วนะ แค่ต้องการให้พวกเราไประบุตัวคนร้ายก็จบคดีแล้ว”

“เรื่องนี้ให้ยศพลรู้ไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้!”มนต์ตรีตอบกลับอย่างเด็ดขาด

จารวีตะลึงงันไปเล็กน้อยแล้วตอบกลับว่า “ก็ได้ พรุ่งนี้วีจะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตเซน พี่มนต์รอวีที่นั่นละกัน”

“ได้เลย วีต้องระวังตัวด้วยนะ”

จารวีนิ่งไปสักพัก พอลบบันทึกการสนทนาทั้งหมดออก ก็ปิดคอมพิวเตอร์

ทำไมมนต์ตรีถึงต้องไม่ให้ยศพลรู้เรื่องนี้ หรือที่จริงแล้วยศพลจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ในใจของจารวีมีความรู้สึกที่แย่มาก

กลัวว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ว่า เธอไม่ได้หวังว่ายศพลจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ในคืนนั้นตอนเที่ยงคืน เงามืดปกคลุมบริษัทST กรุ๊ปที่ตั้งอยู่กลางเมืองเอส

มีเพียงแสงจาง ๆ ออกมาจากห้องทำงานของประธานบริษัท ประตูกระจกถูกปิดอย่างแน่นหนา ยศพลคลายเนคไทแล้วเดินไปรอบๆห้องไม่ยอมหยุด

สองสามนาทีต่อมา อยู่ดีๆประตูใหญ่ถูกเปิดออก นิรันรอบอดี้การ์ดสี่คนแบกกระสอบอันหนึ่งเดินเข้ามา

หลังจากเข้ามาถึงห้องทำงาน พวกเขาก็รีบปิดประตู แล้วรูดม่านให้มิดชิดทันที

บอดี้การ์ดสองคนยืนอยู่ด้านนอกของประตูห้องทำงาน ส่วนที่เหลืออีกสองคนเปิดปากกระสอบ ทันใดนั้นก็มีร่างสูงโผล่ออกมาจากกระสอบ

ในกระสอบนั่นเป็นชาวตะวันตกร่างสูง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าของเขามีรอยฟกช้ำและบวมเป่ง ชุดสูทของเขาถูกขยำจนเสียรูป ทั้งสองมือสองเท้าถูกเชือกมัดไว้ ปากก็ถูกปิดด้วยเทปกาว

ยศพลค่อยๆเดินมาหาคนตรงหน้า แล้วใช้ดวงตาที่แหลมคมมองไปที่เขา

“คุณชายครับ ตอนนี้พวกเราจับเขาได้แล้วครับ น่าจะยังมีพรรคพวกอีกหนึ่งคน แต่เจ้าหมอนี่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอกว่าอีกคนหนึ่งอยู่ที่ไหน”

ยศพลหัวเราะอย่างเยือกเย็น ดวงตาสีดำเป็นประกายแวววาวอย่างเลือดเย็นเหมือนกับหมาป่าที่ดุร้าย

“ตอนนี้ฉันให้โอกาสแกครั้งเดียวเท่านั้น บอกมา ใครอยู่เบื้องหลัง ไม่งั้นแกจะต้องตายอย่างอนาถ…”

หลังจากยศพลเปล่งเสียงที่เย็นชาออกมาจากลำคอแล้ว ก็ยื่นมือมาดึงเทปกาวที่ปากของคนตรงหน้าของเขา

ชายผู้นั้นอ้าปากค้างอย่างรุนแรง ดวงตาสีเขียวของเขาจ้องมองไปที่ยศพลอย่างไม่กลัวตายและไม่มีทีท่าว่าจะปริปาก

“พูดสิ…” นิรันเตะเขาเข้าไปทีหนึ่ง ชายคนนั้นหันไปมองนิรันอย่างโกรธแค้น

จากนั้นก็พูดว่า “พวกเอ็งจะฆ่าข้าเลยก็ได้ ข้าไม่กลัวตาย ข้าไม่มีทางบอกว่าใครอยู่เบื้องหลังหรอก เพราะว่าถึงข้าจะบอกไป ข้าก็ต้องตายอยู่ดี…”

จริงๆแล้วมันเป็นการพูดภาษาไทยคล่องแคล่วมาก จึงทำให้ยศพลรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

สายตาของยศพลจ้องมองไปที่เขาอย่างกับเหยี่ยว เป็นระยะเวลานานจึงจะยืนขึ้นมาแล้วหันไปชี้นิ้วใส่นิรัน

“โอเค ในเมื่ออยากตายก็ให้มันตายละกัน ก็ทำให้มันสมใจอยาก...แขวนมันซะ…”

นิรันลงมือแก้มัดเชือกที่รัดข้อมือข้อเท้าของชายตรงหน้าออก จากนั้นก็แขวนเขาไว้ที่กลางห้องทำงาน

เขาถูกแขวนแบบห้อยกลับหัว การแขวนวิธีนี้ พอแขวนไว้นานๆ เลือดจะเลี้ยงสมองจนบวม ซึ่งทรมานมากๆ

ยศพลหมุนปืนในมือเล่น แววตามีแต่ความมืดมิดและชั่วร้าย

“รู้ไว้ด้วย กูไม่ปล่อยให้มึงตายง่ายๆหรอก กูรู้ว่ามึงเป็นหมารับจ้างตัวสำคัญ ถึงไม่กลัวถูกลงโทษ งั้นกูจะใช้วิธีที่โหดร้ายกว่าเก่า กูจะทำให้มึงรู้สึกว่าตายไปยังดีซะกว่า...”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เล่ห์รักเมียตัวน้อย