มหาดเล็กเซวี่ยโมโหยิ่งนัก
แต่ต่อให้ตระกูลเซวี่ยต้องการปกปิดเรื่องนี้สักเพียงใด ทว่าบนท้องถนนมีผู้คนพบเห็นมากมายเหลือเกิน ไม่ช้าก็เร็วเรื่องนี้คงเผยแพร่ไปทั่วเมืองหลวง อีกอย่างจะให้พวกเขาส่งบุตรสาวเสียสติเข้าไปในจวนจ้านอ๋องเพื่อเป็นพระชายารองของเซียวเย่หลันได้อย่างไร
เรื่องนี้ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
ด้วยความหวาดกลัวในอำนาจ ในที่สุดพวกเขาจึงทำได้เพียงเดินทางมาจวนจ้านอ๋องเพื่อให้คำชี้แจงต่อเซียวเย่หลัน
เซี่ยเชียนฮวันฟังที่เสี่ยวตงรายงานจบแล้ว นางก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด
นางทั้งสงสารเห็นใจเซวี่ยจวิ้น และกังวลถึงเรื่องราวเบื้องหลัง เกรงว่าจะไม่ได้เป็นเพียงการลักพาตัวสตรีไปกระชำทำเราธรรมดา ๆ
“เหนียงเหนียงเพคะ คุณหนูรองตระกูลเซวี่ยน่าสงสารมากก็จริงอยู่ แต่เมื่อนางเป็นเช่นนี้ ท่านอ๋องคงไม่รับนางเข้าจวนแน่ ในอนาคตเรื่องราวในจวนอ๋องจะน้อยลงเรื่องหนึ่ง ก็ใช่ว่าจะมีแต่ผลเสียนะเพคะ” เสี่ยวตงกระซิบ
ในฐานะบ่าวรับใช้ของเซี่ยเชียนฮวัน นางต้องอยู่ข้างเดียวและคิดแทนเซี่ยเชียนฮวันแน่นอน
เซี่ยเชียนฮวันก้มหน้าลงแล้วส่ายหัวช้า ๆ “เจ้าคิดผิดไปเสียแล้วเสี่ยวตง การที่เซวี่ยจวิ้นถูกลักพาตัวไปนั้น หมายความว่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีเรื่องราวมากมาย มิเช่นนั้นเหตุใดคนเหล่านั้นจึงไม่ลงมือช้าหรือเร็วกว่านี้ กลับต้องเลือกเป็นจังหวะที่นางจะแต่งเข้ามาในจวนจึงลงมือเล่า? พวกเขามีจุดประสงค์ที่ลึกล้ำกว่านั้น”
“หรือมีคนคิดจัดการท่านอ๋อง?”
จากการชี้นำของเซี่ยเชียนฮวัน ทำให้นางกระจ่างแจ้ง
เซี่ยเชียนฮวันถอนหายใจออกมาเบา ๆ “พูดยาก เอาเป็นว่าจวิ้นเออร์ช่างน่าสงสารนัก เดิมทีนางถูกคนในตระกูลใช้เป็นเครื่องมือ บัดนี้กลายเป็นผู้เสียสละจากการต่อสู้แย่งชิง แม้มีชีวิตอยู่ ก็หาใช่ชีวิตของตน”
“หากพวกเขาต้องการจัดการท่านอ๋อง เหตุใดจึงไม่ลงมือกับซูอวี้เออร์เล่าเพคะ กลับเลือกแม่นางที่กำลังจะมาเป็นพระชายารองผู้น่าสงสารไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ด้วย ช่างน่าโมโหเหลือเกิน” เสี่ยวตงโมโห
“มหาดเล็กเซวี่ยมีอำนาจในราชสำนัก หากเทียบกับซูอวี้เออร์แล้ว เซวี่ยจวิ้นอาจมีค่ามากกว่า”
แม้ก่อนหน้านี้ซูอวี้เออร์จะเป็นยอดคณิกาแห่งเมืองหลวง พอจะรู้จักขุนนางชั้นสูงอยู่บ้าง รวมถึงองค์ชายองค์หญิงต่าง ๆ แต่นางไม่ได้เกิดมาในตระกูลขุนนาง ดังนั้นตำแหน่งจึงสู้เซวี่ยจวิ้นไม่ได้
อีกอย่าง เบื้องหลังของซูอวี้เออร์ยังมีพลังแข็งแกร่งลึกลับคอยสนับสนุนนาง การลงมือจัดการนางจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
ขณะที่สองนายบ่าวกำลังสนทนากันนั้น จู่ ๆ ประตูก็ถูกเคาะขึ้น
ภายในห้องโถง บรรยากาศกดดันมาก
ผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องถูกไล่ออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงมหาดเล็กเซวี่ย แม่เซวี่ย เซียวเย่หลันและขุนนางที่ค่อนข้างมีอำนาจในราชสำนัก อาจเพราะตระกูลเซวี่ยร้องขอให้มาเป็นพยาน
บนพื้นมีแม่นางคนหนึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ ร่างของนางเต็มไปด้วยบาดแผล ดูเหมือนเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย
มหาดเล็กเซวี่ยหันไปคารวะเซี่ยเชียนฮวัน จากนั้นกล่าวด้วยเสียงต่ำทุ้มว่า “สาวรับใช้ผู้นี้นามว่าชุนถง เมื่อวานนี้นางออกมาเลือกซื้อเครื่องเงินพร้อมกับจวิ้นเออร์ จากนั้นทั้งสองก็ไม่เดินทางกลับมาสักที หลังจากพวกเราพบตัวจวิ้นเออร์แล้ว ก็เจอนางอยู่แถวนั้นด้วย”
“บัดนี้จวิ้นเออร์เสียสติไปแล้ว หากพระชายาอ๋องสามารถรักษาสาวรับใช้ผู้นี้ได้ บางทีเราอาจได้เบาะแสว่าผู้ใดเป็นคนลักพาตัวจวิ้นเออร์ไป” เมื่อได้ยินมหาดเล็กเซวี่ยกล่าวดังนั้น แม่เซวี่ยก็ร่ำไห้ขึ้นมาอีกครั้ง
เซี่ยเชียนฮวันนั่งยอง ๆ ลงข้างกายชุนถง สัมผัสไปยังข้อมือของนางเพื่อตรวจชีพจร
นาง...
เกรงว่าจะไม่ไหวแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หลังหย่า ราชาสงครามอ้อนขอข้าคืนดี
มาอัพเพิ่มไวๆๆนะคะ...
มาอัพต่อเร็วๆนะคะ...
นางออกควายไงคะ ไม่รู้อะไรซักอย่างตั้งท้อง อยู่ไปวันๆ...
นางเอกหน้าโง่ วันๆไม่ทำเห้ ไร รักษาแต่คน ไม่เคยคิดจะสู้กลับ ไร้น้ำยา...
ทำไมหายอีกแล้ว มาอัพต่อค่ะ...
ดีใจกลับมาอัพต่อแล้ว ขอบคุณแอดมินค่ะ...
รออ่านอย่าใจจดจ่อ อัพต่อพลีสสส...
กลับมาต่อ รออ่านอยู่ค่ะ...
ตามคะ ขอบคุณค่ะ...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอค่ะ กำลังสนุกเลย...