เซียงซั่นเข้ามาในหอหมิงเยว์ ชื่อก็ไม่ได้เปลี่ยนเท่าไหร่ เพียงแค่เปลี่ยนจากเซียงซั่นเป็นเซียงเอ๋อร์ พอฟังแล้วดูละมุนน่ารักขึ้นมาหน่อย
เซียงซั่นเงยหน้าขึ้นแล้วตื่นตระหนก มองเห็นอวี้เยี่ยนกับเฉินเสียนชัดเจนแล้ว สีหน้าซีดเผือด
นางไม่กล้าฝ่าฝืนและต่อต้าน ทำได้เพียงแค่พาทั้งสองคนเดินผ่านห้องโถงใหญ่ เข้าไปในเรือนคนใช้ด้านหลัง
หอหมิงเยว์นี้มีสามชั้น พักที่ชั้นหนึ่งเป็นคนที่ลำดับขั้นต่ำสุด ชั้นสองเป็นลำดับขั้นกลาง ชั้นบนสุดคือลำดับขั้นสูงสุด
ลำดับขั้นต่ำสุดก็ถูกที่สุด เพียงแต่จ่ายเงินได้ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องปรนนิบัติ
รูปโฉมใบหน้าของเซียงซั่นอยู่ที่นี่นับว่าลำดับขั้นกลางขึ้นไป เพียงแค่นางเพิ่งจะถูกขายเข้ามาแล้วนางก็ไม่เชื่อฟัง แม่เล้าในหอนางโลมเลยจำใจให้นางลิ้มลองรสชาติของความเก่งกาจนี้ไปเป็นโสเภณีชั้นต่ำสุด
เพียงแค่ต้องการให้นางลิ้มลองความทุกข์ทรมานนี้ นางถึงจะยอมรับชะตาชีวิต
ภายในห้องคนรับใช้จัดตกแต่งอย่างเรียบง่าย เตียงหนึ่งหลังโต๊ะหนึ่งตัว ตั่งไม่กี่ตัว ภายในห้องหอยังเป็นความหอมที่คุณภาพต่ำ ฉุนจมูกอย่างมาก
เซียงซั่นกล่าวว่า “นั่งเถิด ทำให้องค์หญิงลำบากใจจริงๆเพคะ คาดไม่ถึงว่าจะมาหาหม่อมฉันในสถานทีเช่นนี้”
อวี้เยี่ยนรู้สึกว่าสิ่งของไม่ว่าสิ่งใดก็ตามในห้องนี้สกปรกเป็นอย่างมาก นางเลยปูผ้าเช็ดหน้าที่ตั่ง ถึงได้ให้เฉินเสียนนั่งลง
“เจ้าอยู่ที่นี่ใช้ชีวิตได้สมความปรารถนาหรือไม่?”เฉินเสียนกล่าวถาม
เซียงซั่นฝืนใจยิ้มด้วยความปวดร้าว กล่าวว่า“องค์หญิงถามว่าใช้ชีวิติได้สมความปรารถนาหรือเพคะ?องค์หญิงมองไม่เห็นหรือ ยังมีอะไรมาเทียบกับหม่อมฉันที่มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายได้เพคะ? องค์หญิงมาดูจุดจบของหม่อมฉันหรือเพคะ วันนี้เห็นหม่อมฉันเป็นเช่นนี้แล้ว นับว่ามีความสุขแล้วใช่หรือไม่เพคะ?”
เฉินเสียนกล่าวว่า “ถ้าหากข้าพูดว่าข้ามาเยี่ยมเจ้าด้วยความใจจริง เจ้าต้องพูดว่าข้าเสแสร้งทำเป็นเห็นใจเป็นแน่ ก็ถือสะว่าข้ามาหัวเราะเยาะเย้ยเจ้าเถิด ”
เซียงซั่นเทน้ำชาสองแก้ว แก้วหนึ่งให้ตัวเอง อีกแก้วส่งไปที่ด้านข้างมือเฉินเสียน แล้วกล่าวว่า“ในเมื่อองค์หญิงเลือกให้หม่อมฉันปรนนิบัติ หม่อมฉันจำเป็นต้องดูแลองค์หญิงดีๆ เชิญองค์หญิงดื่มน้ำชาเพคะ อย่ารังเกียจชาของที่นี่เลยนะเพคะ”
เฉินเสียนยกขึ้นมาที่ปากกำลังจะดื่ม แล้ววางลง กล่าวว่า “ไปเปิดม่านด้านหลังออกที ระบายอากาศ กลิ่นหอมนี้ฉุนเสียจริง”
เซียงซั่นจำใจต้องลุกไปเปิดออก
นางหมุนตัวกลับมานั่งลง แล้วกล่าวว่า “ร่างกายขององค์หญิงเป็นหญิง ทำให้พระองค์ลำบากเพื่อที่จะมาหัวเราะเยาะหม่อมฉัน ยังต้องวิ่งมาที่หอหมิงเยว์นี่ด้วย ”นางดื่มน้ำชาหนึ่งกลืน แล้วกล่าวซักถามอีกว่า“หลิ่วเหมยอู่ทราบเรื่องเหล่านี้ เป็นเพราะพระองค์พูดใช่หรือไม่เพคะ?”
เฉินเสียนกระตุกริมฝีปากขึ้น “ตอนนี้เพิ่งจะมาซักถามเรื่องเหล่านี้ ยังมีความหมายอะไรหรือ”
“ถึงแม้ว่าพระองค์ไม่ยอมรับ หม่อมฉันก็รู้ว่าเป็นพระองค์เพคะ !”เซียงซั่นกล่าว “หม่อมฉันคาดไม่ถึงว่าสุดท้ายในมือของพระองค์ยังมีสิ่งนี้อยู่ สรุปแล้วเป็นเรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่กันเพคะ พระองค์รู้ได้อย่างไรเพคะ?”
เฉินเสียนขมวดคิ้ว มองนางแวบหนึ่งแล้วกล่าวว่า“เจ้าคิดว่าต่อหน้าข้าสาบานว่าจะไม่เป็นศัตรูกับข้า ข้าก็สงบจิตสงบใจเชื่อเจ้าอย่างนั้นหรือ ช่วยเจ้า? มีผู้สาบานว่าถ้าหากทำสิ่งใดแล้วก็จะให้ถูกฟ้าผ่า แต่นี่ไม่มีผู้ที่ถูกฟ้าผ่าเลย สุดท้ายตรงกับคำพยากรณ์หรือไม่?”
“ต้องการจะหยุดเจ้า ไม่ใช่ว่าต้องจับหางเจ้าไว้ก่อนหรือ”เฉินเสียนลูบไล้แก้วน้ำชา แกล้งทำเป็นดื่มหนึ่งกลืน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...