เฉินเสียนถามอวี้เยี่ยนว่า : "อวี้เยี่ยน เจ้าคิดว่าข้าหึงหรือเปล่า? เจ้าได้กลิ่นหึงจากตัวของข้าหรือไม่?"
อวี้เยี่ยนรีบส่ายหน้าอย่างมั่นใจ : "ใต้เท้าซูพูดไปเรื่อย! องค์หญิงกำลังโกรธต่างหาก หม่อมฉันยังได้กลิ่นไหม้ของไฟโกรธด้วยซ้ำไป
องค์หญิงลองคิดดู ตั้งแต่เราออกจากหอหมิงเย่ว์ ใต้เท้าซูก็จับมือองค์หญิงแน่นไม่ยอมปล่อย องค์หญิงต้องทนแบกรับสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมาตั้งเท่าไหร่
ใต้เท้าซูไม่เพียงไม่ยอมขอโทษสำหรับพฤติกรรมของเขา แต่ยังพาองค์หญิงเข้าไปในตรอกที่มืดสนิทขนาดนั้น คนเราเวลาอยู่ที่ที่มืดสนิทมองอะไรไม่เห็นมักจะขาดความรู้สึกมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัย แผนนี้ของใต้เท้าซูก็คือต้องการจะทำให้จิตใจขององค์หญิงอ่อนแอลงเพคะ!"
เฉินเสียนราวกับตรัสรู้ในทันใด จึงพูดขึ้นว่า : "เจ้าวิเคราะห์ได้ละเอียดมาก"
พอมาคิดดูอีกครั้ง เธอไม่ควรโมโหซูเจ๋อด้วยซ้ำไป ไม่แน่ว่าซูเจ๋อเห็นเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ กลับชอบอกชอบใจก็เป็นได้
ครั้งนี้พ่ายแพ้ ครั้งหน้าแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน
อวี้เยี่ยนที่อยู่ข้างๆ เริ่มบ่นพึมพำอีกครั้ง : "องค์หญิง หม่อมฉันรู้สึกว่าใต้เท้าซูเป็นคนเจ้าเล่ห์จิตใจลุ่มลึก องค์หญิงอย่าโดนเขาหลอกเข้าล่ะ! คืนนี้เขายังกล้าข่มขู่หม่อมฉัน หม่อมฉันคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอะไรอย่างนั้น คราวหน้าองค์หญิงไปมาหาสู่กับเขาให้น้อยลงจะดีกว่าเพคะ"
เฉินเสียนถอนลมหายใจ เพราะเธอเพิ่งรับปากไปว่าอีกสองวันจะเชิญเขาทานข้าว การไปมาหาสู่ให้น้อยลง ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี?
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วก็สวมใส่ชุดคลุม เฉินเสียนขึ้นไปเอนตัวนอนลงบนเตียง
อวี้เยี่ยนห่มผ้านวมให้เธอ ปล่อยมุ้งครอบลง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "องค์หญิงอย่าทรงคิดมาก รีบพักผ่อนเถอะเพคะ"
"เจ้าก็ไปนอนเถอะ"
เฉินเสียนพลิกตัวไปมองเจ้าน่องน้อย เธอสอดมือเข้าไปที่ใต้แก้มของเจ้าน่องน้อยเบาๆ ด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน จากนั้นก็ดึงเข้ามาสู่อ้อมกอดของเธอ
ไฟในหอนอนยังคงสว่างตลอดจนเคยชิน
เฉินเสียนปลดขลุ่ยไม้ไผ่จากผ้าคาดเอว แล้วนำมาเล่น
เธอค่อยๆ ลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนขลุ่ยไม้ไผ่เบาๆ เหตุการณ์ในอดีตบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มักจะเข้ามาในหัวของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว
มันเกี่ยวข้องกับขลุ่ยไม้ไผ่เลานี้ และเกี่ยวข้องกับซูเจ๋อด้วย
ค่ำคืนนี้อาจจะมืดมิดเกินไปกระมัง เพราะฉะนั้นตอนอยู่ที่ตรอกนั่น ตอนที่ซูเจ๋อกอดเธออย่างแนบแน่น เธอถึงได้รู้สึกจิตใจว้าวุ่นขนาดนั้น
ตอนนี้พอนึกย้อนดูแล้ว ความรู้สึกแบบนั้นเบาบางลงไปไม่น้อย
แต่การหายใจของเฉินเสียนยังคงติดขัดไม่โล่ง
นิ้วมือของเธอกำขลุ่ยไม้ไผ่แน่นอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เธอหลับตาลงนั้น ก็พยายามทิ้งภาพวุ่นวายทั้งหมดออกไปจากสมอง
"ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ อย่าได้คิดบุ่มบ่ามเชียว"
บางทีหากรู้จักกันนานมากขึ้น อาจจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความคุ้นชินก็เป็นได้
ที่เธอมีความรู้สึกกับอ้อมกอดนั้น เป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่ต้องการพึ่งพาอย่างหนึ่งก็เท่านั้นเอง
เพราะว่าในทุกๆ ครั้ง เขามักจะปรากฏตัวอยู่ข้างกายเธอเสมอ
และถึงแม้ว่าจะเสพติดแล้วจริงๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกระหว่างชายหญิงอย่างแน่นอน
เฉินเสียนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และยิ่งไม่อยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าซูเจ๋อนั้นต้องการอะไรกันแน่
สำหรับเธอแล้ว มันเป็นเพียงแค่เขตที่มีโครงข่ายสายไฟ และถูกติดป้ายว่า "อันตราย ไฟฟ้าแรงสูง" หากว่าเธอฉลาดพอ ก็ควรรีบถอยหลังไป ห้ามเดินหน้าไปแม้แต่ก้าวเดียว
แม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่ได้
เธอพูดกับตัวเองว่า : "เฉินเสียนเอ๋ย เฉินเสียน เป็นเพื่อนกันได้ แต่ห้ามจริงจังโดยเด็ดขาด ผู้ชายอย่างเขาน่ะ เตรียมพร้อมจะทำให้เธอสับสนได้ทุกเมื่อ เมื่อใดก็ตามที่การป้องกันตนเองของเธอล่ะหลวมละก็ คงจะถูกกลอุบายของเขาหลอกเข้าอย่างแน่นอน"
เวลาสองวัน เพียงพอที่จะทำให้จิตใจของเฉินเสียนสงบลงได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...