เฉินเสียนกำมือจนกลายเป็นหมัด เธอกำมันแน่นมาก
เธอรู้ว่าตัวเองบางทีควรที่จะอดทน
แต่คำพูดของฉินหรูเหลียงทำให้เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เธอไม่สามารถอดทนมันได้ เธอต่อยไปบนใบหน้าของฉินหรูเหลียง“เทียบกับเขาแล้ว ท่านนั่นแหละที่เหมือนหมาบ้า”
ฉินหรูเหลียงเซถอยไปสองก้าว เอื้อมมือปาดเลือดบริเวณริมฝีปาก แล้วกล่าวว่า“ถ้าหากท่านบอกว่าจำเขาไม่ได้ จะโกรธเช่นนี้ได้อย่างไรกันเล่า”
เฉินเสียนเคลื่อนไหวข้อมือ กล่าวราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นว่า“อาจจะเพราะว่าเมื่อก่อนข้าเข้าใจผิด เมื่อก่อนเพราะว่าข้าชอบท่าน อาจจะเพียงเพราะว่าท่านเคยช่วยชีวิตข้า แต่ว่าวันนี้ได้ยินคำพูดของท่านข้าเพิ่งจะรู้ ผู้ที่ช่วยข้าจริงๆไม่ใช่ท่าน ท่านว่าถ้าหากข้าฟังท่านนินทาผู้มีพระคุณของข้า ข้าจะไม่โกรธท่านได้อย่างไรกันเล่า?”
“ฉินหรูเหลียง ท่านฟังนะ ต้องมีสักวันหนึ่ง ข้าจะเป็นผู้ฉีกหน้ากากของหลิ่วเหมยอู่ด้วยมือข้าเอง ทำให้เลือดแดงสดหยดลงมาให้ท่านดู”
เฉินเสียนสะอิดสะเอียนไม่อยากมองให้มาก สะบัดแขนเสื้อหมุนตัวอย่างเยือกเย็น
“ท่านระลึกเรื่องที่ผ่านมาได้แล้ว”
“รอตอนที่ข้าระลึกได้จริงๆ ข้าจะประกาศแจ้งให้ท่านทราบอย่างเป็นทางการ แต่ว่าตอนนั้นก็ต้องรบกวนท่านรบชนะกลับมาถึงจะทำได้”เฉินเสียนกล่าวอย่างราบเรียบ“ข้าอยากรู้มาก ท่านแม่ทัพที่มีมือข้างเดียวพอถึงสนามรบแล้ว จะรบชนะได้อย่างไร”
เธอกลับมายืนที่หน้าประตูอีกครั้ง หมุนตัวด้วยท่าทางที่หยิ่งผยอง บนตัวมีบุคลิกที่สูงส่ง มองฉินหรูเหลียงอย่างเหยียดหยาม “ส่วนหลิ่วเหมยอู่ กลัวว่านางจะถูกกลั่นแกล้งก็พานางไปด้วย ไม่อย่างนั้นถ้ารอจนข้ากลั่นแกล้งนางขึ้นมาจริงๆ จะทำให้นางตกที่นั่งลำบาก ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือนะ”
“จิ้งเสียน ท่านไม่มีจิตใจที่เกิดความสงสารกับนางสักครึ่งเลยหรือ?”
เฉินเสียนหัวเราะ กล่าวขึ้นว่า“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เกิดความสงสารกับนางนะ แต่ข้าอยากให้ท่านออกศึกอย่างไม่สบายใจ”
ฉินหรูเหลียงแววตาเศร้าสลด เฉินเสียนหมุนตัวกลับเข้าไปในหอนอน ปิดประตูห้องอย่างเย็นชา
ชั่วพริบตาเดียวที่ประตูปิด สีหน้าของเฉินเสียนก็เปลี่ยนกลายเป็นตื่นตระหนกทันที
คำพูดเหล่านั้นของฉินหรูเหลียง อวี้เยี่ยนก็ได้ยินอย่างชัดเจน
เรื่องราวมากมายของราชวงศ์ก่อนหน้านางก็ไม่เข้าใจ แต่อวี้เยี่ยนก็รู้สึกแปลกใจ คาดไม่ถึงว่าซูเจ๋อยังทำเรื่องเหล่านั้นเพื่อองค์หญิงด้วย
อวี้เยี่ยนไม่พูดมาก อยู่เป็นเพื่อนเฉินเสียนเงียบๆ
หลิ่วเหมยอู่ที่อยู่สวนดอกพุดตานได้ยินมาว่าฉินหรูเหลียงจะไปสู้รบแล้ว ร้องไห้จะเป็นจะตาย ต้องการที่จะพบหน้าฉินหรูเหลียง
เพียงแต่วันนี้สงครามมาถึง ฉินหรูเหลียงไม่มีเวลาว่างพูดกับหลิ่วเหมยอู่สักคำเดียว และก็ยังข้ามผ่านร่องหลุมความรู้สึกเหล่านั้นไปไม่ได้
หลิ่วเหมยอู่ได้ยินว่าตอนที่ฉินหรูเหลียงกลับมาแล้วไปที่สวนสระวสันตฤดู นางยิ่งเกลียดชังอีกทั้งยังโศกเศร้ามาก
ใช่หรือไม่ว่าจนถึงตอนที่ฉินหรูเหลียงจะออกจากเรือนแล้ว เขาก็จะไม่มาหานางเลย? แต่กลับต้องการไปอำลาที่สวนสระวสันตฤดูนั่น?
หลิ่วเหมยอู่ไม่กล้าจินตนาการ ฉินหรูเหลียงไม่อยู่ที่เรือนนี้ นางจะเป็นเช่นไรกัน
เมื่อเฉินเสียนเป็นใหญ่จัดการในเรือน ไม่มีทางที่จะละเว้นนางอย่างแน่นอน!
หลิ่วเหมยอู่อยากไปกับฉินหรูเหลียง
นางไปที่เรือนหลัก แต่น่าเสียดายที่ฉินหรูเหลียงปิดประตูไม่เจอ
นางก็ร้องไห้อยู่ด้านนอกกล่าวว่า“ท่านแม่ทัพ ขอร้องท่านล่ะ พาเหมยอู่ไปด้วยเถิดนะเจ้าคะ เหมยอู่ทุกข์ยากลำบาก เหมยอู่ยินยอมที่จะอยู่กับท่านแม่ทัพตลอดเวลา เมื่อสมัยนั้นที่ท่านแม่ทัพพาเหมยอู่กลับมาจากชายแดน เหมยอู่ก็อยู่ในกองกำลังทหารเป็นเพื่อนท่านแม่ทัพไม่ใช่หรือเจ้าคะ......ขอร้องท่านพาเหมยอู่ไปด้วยเถิด.....”
หลังจากนั้นไม่นาน ด้านในห้องถึงมีเสียงของฉินหรูเหลียงดังออกมาหนึ่งประโยค “กลับไปเสียเถิด ข้าไม่สามารถพาเจ้าไปด้วยได้หรอก ทุกอย่างรอข้ากลับมาแล้วค่อยว่ากัน”
“ท่านแม่ทัพ! เหมยอู่ไม่ไป!”
“พรุ่งนี้ออกศึก ข้ายังต้องการที่จะพักผ่อน”
องค์จักรพรรดิมีพระประสงค์ลงมา พรุ่งนี้ให้กองทัพใหญ่ออกเดินทาง แต่ก่อนออกเดินทางสี่สิบห้านาที ให้กล่าวอำลากับครอบครัว เนื่องจากเป็นมนุษยธรรมในกองทัพ
ด้วยเหตุนี้พ่อบ้านจึงได้มาที่สวนสระวสันตฤดู สอบถามว่า“องค์หญิง พรุ่งนี้ท่านแม่ทัพจะออกศึก องค์หญิงต้องการไปที่ประตูเมืองเพื่อส่งท่านแม่ทัพหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...