“ตอนนี้ยังหากระดูกของท่านแม่ทัพฉินไม่พบ ไว้หลังจากที่ยืนยันได้แล้วว่าเขาตายที่สนามรบจริงๆ แล้วเจ้าหมดเรี่ยวแรงที่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ข้าจะรีบส่งเจ้าไปอยู่กับเขา ในเมื่อเจ้ารักเขามากขนาดนั้น คงทนเห็นเขาอยู่ข้างล่างอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้หรอกจริงไหม”
เฉินเสียนละสายตาจากนางและหันหลังกลับก่อนจะเอ่ยว่า “ตอนนี้สิ่งที่เจ้าควรทำคือเผาธูปหอมและอธิษฐานขอให้ฉินหรูเหลียงยังมีชีวิต เช่นนี้เจ้าจะอาจมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกนิด ไม่แน่บางทีเจ้าอาจจะได้ใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับพี่ชายก่อนจะต้องพรากจากกันไปตลอดกาลก็ได้”
“เฉินเสียน แม้ว่าข้าจะกลายเป็นผี ข้าก็ไม่มีทางปล่อยท่าน!”
เฉินเสียนฉีกยิ้มและหัวเราะเบาๆ “ถ้าเช่นนั้นรอให้เจ้ากลายเป็นผีจริงๆ แล้วค่อยว่ากันอีกที การคิดว่าข้ายังเป็นคนที่ถูกปั่นหัวง่ายเหมือนตอนเด็กๆ มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจ้า”
พลเรือนและทหารทั่วราชสำนักในเมืองหลวงต่างรอคอย
เฉินเสียนก็กำลังรอเช่นกัน
รอม้าเร็วส่งข่าวจากทางใต้มาอีกครั้ง
การที่ยังหาตัวไม่พบ ทำให้ยังตัดสินไม่ได้ว่าคนผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว มีแต่จะต้องหาศพของเขาให้พบอย่างเดียวเท่านั้น
ในสนามรบมีซากศพมากมายกองสุมกันเป็นภูเขา ต้องพลิกหาทีละศพๆ เพื่อดูว่าในจำนวนนั้นมีฉินหรูเหลียงอยู่หรือไม่
ตอนที่ยังหาตัวเขาไม่พบ เฉินเสียนยังคงไม่ปักใจเชื่อว่าฉินหรูเหลียงตายในสนามรบแล้วจริงๆ
เพิ่งจะผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ก่อนออกเดินทางคราวนั้นตอนที่เขาฝากฝังให้เธอดูแลจวนแม่ทัพ เฉินเสียนยังจำได้ชัดเจนว่าตอนที่ฉินหรูเหลียงออกคำสั่งกับทั้งสามเหล่าทัพในวันออกศึก เขาทั้งสง่างามและน่าเกรงขาม
บุญคุณและความแค้นเหล่านั้นเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ทว่าเธอไม่ได้นับว่านี่คือความโศกเศร้า ในความทรงจำของเธอ ฉินหรูเหลียงไม่มีค่าพอจะทำให้เธอเกลียดหรือรำคาญเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้การที่ชื่อเสียงในการสู้รบของเขาถูกทำลาย ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร... เธอเป็นคนฆ่าเขาจริงๆ หรือ?
เฉินเสียนคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะเขาที่มองคนผิด
มองเธอผิด มองหลิ่วเหมยอู่ผิด ทั้งยังมองตัวเองผิด
อวี้เยี่ยนกล่าวว่า “หลายสิ่งหลายอย่างเป็นผลของกรรม แม่ทัพฉินรักนางหลิ่วมาก นางหลิ่วมีจิตใจชั่วร้าย เป็นนางที่ก่อกรรมชั่วต่อแม่ทัพฉิน เหตุใดนางจึงไม่คิดบ้าง ว่าก่อนหน้านี้องค์หญิงเกือบเอาชีวิตไม่รอดอยู่หลายครั้งหลายคราก็เพราะนาง”
“ที่องค์หญิงตรัสก็ถูกแล้ว หากจะบอกว่าจริงๆ แล้วแม่ทัพฉินถูกใครฆ่า คนผู้นั้นก็คือนางหลิ่ว แล้วเหตุใดองค์หญิงจึงยังถอนหายใจอีกล่ะเพคะ” แม่นมซุยถาม
เฉินเสียนกล่าวว่า “บางครั้งข้าก็อยากจะเกลียดหลิ่วเหมยอู่เหมือนกัน แต่นางไม่มีค่าพอที่จะให้ข้าเกลียดยิ่งไปกว่าฉินหรูเหลียงเสียอีก ข้าแค่ถอนหายใจที่หลิ่วเหมยอู่ทำลายฉินหรูเหลียง”
ถ้าไม่ใช่เพราะนาง บางทีฉินหรูเหลียงอาจจะเป็นคนดีคนหนึ่งก็ได้
เฉินเสียนเคยเห็นด้านดีในตัวเขา แม้ว่าหลังจากนั้นมันจะถูกเค้นหายไปอย่างรวดเร็วก็ตาม
ถ้าหลิ่วเหมยอู่พยายามทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงฉินหรูเหลียงไปและสุดท้ายกลับทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ เช่นนั้นหลิ่วเหมยอู่ก็คือคนที่น่าเกลียดชังเป็นที่สุด
ไม่กี่วันต่อมาก็มีรายงานผลการรบฉบับที่สองมาจากทางใต้
กองทัพของต้าฉู่เข้าไปชำระสะสางสนามรบหลังจบศึก และศพนับหมื่นก็ถูกนำไปเผารวมกัน
ศพทุกศพถูกตรวจสอบอย่างละเอียดแต่สุดท้ายก็ไม่พบฉินหรูเหลียง
ทว่าพวกเขาพบชุดเกราะเปื้อนเลือดของฉินหรูเหลียงและพบชิ้นส่วนของท่อนแขนตกอยู่ข้างๆ ชุดเกราะ
ศพถูกฟันจนแหลกไม่เหลือชิ้นดีทำให้ระบุตัวตนไม่ได้
เมื่อมาถึงจุดนี้ ทุกอย่างจึงดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว
ถ้าชิ้นส่วนของศพนั้นไม่ใช่ฉินหรูเหลียง เหตุใดเกราะของเขาจึงกระจัดกระจายอยู่บนพื้น
ทุกคนต่างคิดว่านั่นน่าจะเป็นฉินหรูเหลียง
ชั่วเวลาหนึ่งผู้คนทั้งราชสำนักต่างก็เศร้าเสียใจ ทุกคนในจวนแม่ทัพเองก็ร้องไห้อย่างขมขื่น
ทว่าเฉินเสียนยังคงไม่อยากเชื่อ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...