ท่วงท่าของซูเจ๋อดูใจเย็น สายตาของเฉินเสียนคอยจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา
เขาแอบยิ้มขึ้นที่มุมปากเบาๆ แสงจากเปลวไฟกระทบลงบนดวงตาของเขา สั่นไหวไปมา เขาพูดขึ้นว่า : "องค์หญิงหิวแล้วหรือ ใจเย็นๆ อีกครู่เดียวก็สุกแล้ว"
เขาต้องสังเกตเห็นเธอกำลังแอบมองเขาอยู่แน่ๆ เลย
เฉินเสียนรีบมองไปทางอื่น พูดขึ้นด้วยความเขินอายว่า : "ข้าไม่รีบ ท่านค่อยๆ ย่าง"
เฮ่อโยวที่อยู่ฝั่งโน้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หวัง
เขาเองก็เอาเนื้อสัตว์ป่ามาย่างด้วย แต่เป็นเพราะเมื่อก่อนแทบไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้ จึงย่างได้ไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วจึงให้ชิงซิ่งมาช่วยเขาย่าง
สีหน้าชิงซิ่งเต็มไปด้วยความฉุนเฉียว เพราะเฮ่อโยวนั่งกำกับอยู่ข้างๆ ว่า : "ตรงนี้ย่างไม่โดนเลย โอ๊ย ตรงนั้นไหม้แล้ว สรุปเจ้าย่างเป็นหรือเปล่าเนี่ย?"
ชิงซิ่งหมดความอดทน : "บ่าวย่างไม่เป็น รองท่านทูตพูดมากขนาดนี้ มาย่างเองเถอะเจ้าค่ะ!"
เฮ่อโยวจึงพูดขึ้นว่า : "เจ้าทำได้ไม่ดีเอง ยังจะไม่ยอมให้คนอื่นว่าเจ้า! ช่างเถอะๆ เจ้าตั้งใจย่างต่อเถอะ ข้าจะพยายามพูดให้น้อยลง"
ไม่นาน ทั้งป่าก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่าง
เมื่อรอจนย่างสุกแล้ว ชิงซิ่งก็รีบเอาไปให้เฉินเสียนทานก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถูกเฮ่อโยวจับไว้ก่อน พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "เจ้ากะจะเหมาหมดคนเดียวรึไง?"
ชิงซิ่งพูดขึ้นว่า : "ควรจะให้องค์หญิงทานก่อน จากนั้นค่อยเอามาให้รองท่านทูตทาน!"
เฮ่อโยวหันไปมองเนื้อย่างในมือของซูเจ๋อ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "ท่านบัณฑิตก็ย่างอยู่นั่นไง เขาย่างได้อร่อยกว่าเจ้าเสียอีก องค์หญิงไม่ได้อยากทานเนื้อที่เจ้าย่างจนแทบจะไหม้แบบนี้หรอก"
เฉินเสียนหัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า : "ข้าดูแลตัวเองและจัดการเรื่องของตัวเองได้ชั่วคราว ชิงซิ่ง รองท่านทูตอยากกินเจ้าก็ให้เขากินเถอะ"
เห็นๆ อยู่ว่าเฮ่อโยวมีแขนมีขา แต่ไม่ยอมลงมือย่างเอง คงจะกลัวมือไม้สกปรกกระมัง
จากนั้นชิงซิ่งก็หย่อนตัวนั่งลงข้างๆ เฮ่อโยว ใช้นิ้วฉีกเนื้อส่วนที่ไหม้ออก แล้วจึงฉีกเนื้อที่อ่อนนุ่มยื่นให้เขา
เฮ่อโยวจับมือของนางแล้วกินทั้งๆ ที่ยังอยู่ในมือของนาง
ด้านนอกถึงแม้จะไหม้ แต่รสชาติของเนื้อด้านในดีไม่น้อย
วินาทีที่เฮ่อโยวจับมือของชิงซิ่ง แววตาของชิงซิ่งก็สั่นไหวขึ้นมา
เหล่าทหารคุ้มกันที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นเหตุการณ์เข้า ก็แอบหัวเราะเบาๆ เพราะรู้ว่าเฮ่อโยวไม่ได้วางมาดอะไร ทหารคุ้มกันจึงพูดขึ้นว่า : "อยู่ข้างนอกแบบนี้ยังมีแม่นางมาป้อนอาหารให้ รองท่านทูตท่านวาสนาดีจริงๆ"
ชิงซิ่งรู้สึกว่าทุกคนต่างพากันล้อเขาและนาง จู่ๆ ใบหน้าของนางก็แดงก่ำขึ้นมา พยายามดึงมือออกจากเฮ่อโยว แต่แล้วเฮ่อโยวกลับจับมือของนางแน่นไม่ยอมปล่อย จนทำให้นางรู้สึกทำตัวไม่ถูก ความร้อนบางอย่างปะทุขึ้นมาจากคอ ยิ่งอยู่ก็ยิ่งร้อนขึ้น
เฮ่อโยวจับมือนางแน่น พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ : "จะไปสนใจคำพูดของพวกเขาทำไม ป้อนข้าต่อสิ"
เฉินเสียนที่เห็นทุกอย่างชัดเจน เธอใช้กิ่งไม้เขี่ยกองไฟ หัวเราะเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "รอให้กลับเมืองหลวงแล้ว ข้าจะไปทูลขอชิงซิ่งกับฝ่าบาทมาให้รองท่านทูต ให้นางมาอยู่ที่จวนของเจ้า ปรนนิบัติรับใช้เจ้าแบบนี้ทุกวัน"
เฮ่อโยวรีบพูดขึ้นว่า : "ที่ผ่านมาข้าไม่มีบ่าวรับใช้ปรนนิบัติข้างกาย แล้ววันนี้ก็คุ้นชินกับเจ้าเด็กน้อยผู้นี้ อืม ถ้าหากเก็บไว้ข้างกายข้าก็คงดี งั้นข้าขอขอบคุณองค์หญิงล่วงหน้าเลยก็แล้วกัน"
ดวงตาของชิงซิ่งมีแสงประกายบางเบา ราวกับว่าน้ำตากำลังจะหยดไหลออกมา พูดขึ้นอย่างกล้าหาญ : "ใครจะไปอยู่ข้างกายท่านกัน?"
แต่สำหรับนางกำนัลอย่างนาง ได้เป็นสาวรับใช้ปรนนิบัติข้างกายเจ้านาย ก็ถือเป็นวาสนาของนางแล้วกระมัง
เฮ่อโยวพูดขึ้นอย่างจริงจัง : "เจ้าไม่อยากรึ? เจ้าไม่อยากข้ายิ่งจะให้เจ้าอยู่! เตรียมตัวไว้เถอะ หากกลับเมืองหลวงแล้ว ไม่รอให้องค์หญิงเอ่ยปาก ข้าจะไปทูลขอเจ้ากับฝ่าบาทด้วยตัวข้าเอง!"
เหล่าบรรดาทหารคุ้มกันพากันโห่ร้อง
ชิงซิ่งอายจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี
เมื่อทานอาหารอิ่มแล้ว แต่กลับรู้สึกยังไม่จบสักเท่าไหร่
เฮ่อโยวลุกขึ้นเดินตรงไปทางป่า เมื่อชิงซิ่งเห็นแล้วจึงรีบถามขึ้นว่า : "ทางโน้นมืดขนาดนั้น รองท่านทูตจะไปทำอะไรหรือเจ้าคะ?"
เฮ่อโยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า : "ข้าจะไปฉี่ เจ้าจะไปกับข้าไหม?"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...