คนเสเพล บทที่ 52

sprite

"ถ้านายออกไปทางประตูพ่อกับแม่ฉันก็เห็นน่ะสิ"

"เห็นก็เห็นสิจะเป็นไรไป"

"นายเป็นผู้ชาย นายไม่รู้หรอก"

"เอ๊อ! ไปหน้าต่างก็ไปหน้าต่าง ทำเหมือนกูเป็นชู้ไปได้" ว่าแล้วดินก็เปิดหน้าต่างออก มองซ้ายมองขวา เพราะกลัวว่าคนจะเห็นว่าเขาออกทางหน้าต่างห้องของเมียตัวเอง "หมดกันชื่อเสียงที่กูสะสมมา" เป็นถึงผู้จัดการ แต่ต้องปีนออกหน้าต่างเนี่ยนะ ใครเห็นคงอายเขาแย่

"แม่นึกว่าลูกอยู่ในห้องไม่ใช่เหรอ แล้วนี่ลูกไปไหนมาแต่เช้า" ธิมาพรเปิดประตูออกมาจังหวะที่ลูกชายกำลังจะเปิดพอดี

แต่ดินไม่ตอบ เพราะถ้าตอบไปคงได้โกหก เขาก็เลยเลือกที่จะเงียบแล้วเดินเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

"รุ้งล่ะครับน้า" พอออกมาดินก็เข้าไปที่บ้านหลังนั้นก่อน

"ให้พ่อไปส่งที่บริษัทแล้วจ้า"

"ทำไมไม่รอไปพร้อมผมล่ะครับ"

"แม่ก็ไม่รู้ เป็นอะไรกันอีกหรือเปล่า" ที่นางถามแบบนั้นเพราะเพิ่งจะเห็นไปเที่ยวมาด้วยกันเอง

"เปล่าหรอกครับ" อารมณ์ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริง

[บริษัท]

"ตอนเย็นพ่อไม่ต้องมารับหรอกนะ เดี๋ยวรุ้งขับมอเตอร์ไซค์กลับเอง" เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของเธอยังจอดอยู่ที่บริษัท

หญิงสาวยืนมองพ่อขับรถออกไปถึงได้เข้ามาที่แผนก

"หัวหน้าคะ ฉันขอโทษด้วยที่ไม่ได้ลา" เพราะเธอลงโอทีไว้กับเพื่อนแล้ว แต่ไม่ได้มาทำ

"ก็เห็นมีคนลาให้แล้วไม่ใช่เหรอครับ" ..แถมคนที่ลาเป็นถึงผู้จัดการ

"เออ..ค่ะ" ทอรุ้งไม่ค่อยชินกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของภาณุเลย ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงจะมีคำพูดอะไรมากมายกว่านี้ แต่ตอนนี้พูดแค่นั้นแล้วเขาก็เดินไป

"น่าสงสารหัวหน้านะ"

"ใช่..ดูสิ ตามจีบมาตั้งหลายเดือน" หลายคนต่างก็พูดคุยกันเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าทอรุ้งจะไม่ได้ยิน แต่เธอก็ไม่เคยแสดงออกว่าให้เขาเข้ามาในชีวิตของเธอสักที

"ผู้จัดการมา" เสียงนั้นแว่วเข้ามาในหูเมื่อตอนที่เธอกำลังทำงาน แต่หญิงสาวไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพราะถ้ามองเธอนั่นแหละจะเป็นเป้าสายตายิ่งกว่าผู้จัดการเสียอีก

"ตามสบายเลยครับ ผมแค่เข้ามาดูงานเฉยๆ" ดินเห็นว่าทุกคนยืนขึ้นเมื่อเห็นเขาเข้ามา

"ของล็อตนี้ที่จะส่งไปภูเก็ตค่ะ" เลขายื่นเอกสารส่งให้กับผู้จัดการได้ดู

ภูเก็ตเลยเหรอ หวังว่าคงไม่ใช่รถพ่อเรานะไกลขนาดนั้น ..ถึงแม้เธอจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานแต่ก็ยังแอบฟังที่พวกเขาคุยกัน

"ดูคนขับรถด้วยนะ อยากจะให้เป็นหนุ่มแข็งแรงหน่อย เพราะถ้าให้คนที่มีอายุเดี๋ยวจะขับไม่ไหวเอา"

ประโยคนี้ออกจากปากของผู้จัดการ ทอรุ้งถึงกับหันไปมอง เขาก็มองมาที่เธอเช่นกัน เพราะคิดว่าเธอคงจะเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องรถคันที่ไปส่งของแน่

"ได้ครับ" ภาณุยืนรับงานอยู่ตรงนั้นและก็แอบสงสัย เพราะผู้จัดการไม่จำเป็นต้องเข้ามาดูงานที่จะส่งออกด้วยตัวเองแบบนี้ก็ได้ ยังไงเอกสารก็ต้องถูกส่งเข้าไปในห้องของผู้จัดการอยู่แล้ว

แล้วสายตาภาณุก็มองมาที่ทอรุ้ง เพราะพ่อของเธอเป็นพนักงานขับรถ ผู้จัดการคงจะเป็นห่วงเรื่องนี้ ระยะทางเป็นพันกิโลเมตร ซึ่งเขาก็ช่วยเธอไม่ได้ถ้าถึงคิวรถของพ่อเธอ แต่ด้วยอำนาจของผู้จัดการมันง่ายมากที่จะช่วยเธอเรื่องนี้

"ตอนเที่ยงไปทานข้าวด้วยกันนะ" พอเสร็จธุระจากตรงนั้นแล้ว ดินก็เดินตรงมาที่โต๊ะของเธอ โดยไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น

"ค่ะ" หญิงสาวตอบออกไปแล้วก็ก้มลงทำงานต่อ ที่เธอตอบไปแบบนั้นเพราะมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาอยู่พอดี แต่เรื่องที่เธอจะคุยพูดตรงนี้ไม่ได้ด้วย

ดินแอบแปลกใจเล็กน้อยที่เธอตอบตกลงอย่างง่ายดาย ..พอได้คำตอบเขาก็เลยออกมาพร้อมกับเลขา ก่อนออกมาอดไม่ได้ที่จะมองไปดูใบหน้าของภาณุ จนคนที่ถูกมองต้องได้หลบสายตา

เที่ยงวันเดียวกัน.. พอสัญญาณพักเที่ยงดังขึ้น ทอรุ้งก็รีบไปหาเขาที่ห้องโดยไม่รอ

"ฉัน.."

"มาพบผู้จัดการหรือคะ เชิญเข้าไปข้างในได้เลยค่ะ"

"ขอบคุณค่ะ" แต่ก่อนขอเข้าไปยังไงก็ไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่ทันได้ขอเลยด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะทุกคนรู้ว่าเธอเป็นภรรยาเก่าของเขามั้ง

"นายซื้อยามาหรือยัง" นี่แหละคือสิ่งที่ทอรุ้งรีบมาหา

"ยาอะไร" ดินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองก็รู้แล้วว่าคนที่ถามคือใคร และถามหายาอะไรแต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้

"จะยาอะไรอีกล่ะ!"

"ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย" ชายหนุ่มมองไปที่ประตู เพราะถ้าใครเอาหูแนบฟังคงได้ยินเสียงที่เธอตะคอกเขาแล้ว

"นายยังไม่ซื้อยาคุมให้ฉันใช่ไหม"

"ยัง"

"แล้วจะทำยังไงกว่าฉันจะออกจากบริษัทได้ก็ตอนเย็น นายไปซื้อเดี๋ยวนี้เลยนะ" เพราะพนักงานธรรมดาไม่ถูกอนุญาตให้ไปไกลบริษัท แต่ถ้าไปซื้อที่ร้านขายยาข้างหน้า ทุกคนต้องมองแน่เพราะมันเป็นยาคุม

"ยาคุมฉุกเฉิน คุมได้ 72 ชั่วโมง กินตอนไหนก็ทัน" เขายังคงแกล้งทำงานต่อ เพราะนั่นมันคือสิ่งที่ดินต้องการอยู่แล้ว

"แต่ฉันจะกินตอนนี้ เผื่อพลาดมาเหมือนคนแรกจะทำยังไง"

"พลาด?" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง เพราะความน่ารักของฟ้าใสเขาไม่อยากให้ใช้คำว่าพลาดเลย

"ถ้าไม่เรียกว่าพลาด แล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ ในเมื่อมันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ" ทอรุ้งก็ไม่อยากจะใช้คำนี้เหมือนกัน เพราะลูกคือดวงใจของเธอ แต่ที่พูดไปเพราะหมั่นไส้พ่อของลูกมากกว่า

"ก็ได้ถ้างั้นออกไปพร้อมกัน" ชายหนุ่มลุกขึ้น แล้วคว้าเอาเสื้อสูทที่พาดไว้หลังเก้าอี้มาสวมใส่ ภาพนั้นมันทำให้เธออดมองไม่ได้เลย เพราะมันเท่มาก

ทั้งสองเดินออกมาพร้อมกัน แน่นอนว่าต้องเป็นเป้าสายตาของทุกคน

"ให้ฉันรออยู่แถวนี้ไหม" พอมาถึงเธอก็ไม่กล้าขึ้นรถออกไปกับเขา

"ทำไมต้องรอ"

"ก็พนักงานออกไปไกลไม่ได้ ถ้าเข้างานไม่ทันเป็นเรื่องแน่"

"มาเถอะน่า หิวข้าวจะแย่อยู่แล้ว" ชายหนุ่มเปิดประตูรถแล้วก็จับร่างของเธอนั่งลง พร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัยให้

"แน่ใจนะว่าสองคนนั้นเขาเลิกกันแล้ว" คนที่เสพข่าวมาพอสมควรแล้วต่างก็พูดคุยกัน เพราะข่าวที่ได้ยินมาคือทอรุ้งเป็นแม่ม่ายลูกติด ส่วนพ่อของลูกเธอเป็นผู้จัดการคนใหม่ แต่ทำไมยังเห็นสนิทสนมกันอยู่เหมือนเดิม ไม่เหมือนคนที่เลิกกันเลย

"ฉันไม่รู้หรอกแต่ถ้าเธออยากรู้ต้องไปถามกับเจ้าตัวเองแล้วล่ะ"

"บ้าไปแล้วใครจะกล้าถาม"

เย็นวันเดียวกัน..

ดินติดประชุมค้างอยู่ก็เลยออกมาช้า พอออกมาเธอก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับไปแล้ว

ชายหนุ่มก็เลยขับรถกลับมา ขับมาใกล้จะถึงทางเข้าหมู่บ้าน เห็นคนยืนทำอะไรอยู่ริมทางสองถึงสามคน เขาก็เลยชะลอรถเพื่อที่จะมอง

"รุ้ง??" พอเห็นว่าเป็นรถของเธอ เขาก็รีบลงไปดู "เป็นอะไร"

"ไม่เป็นอะไรมากหรอก เสียหลักนิดหน่อย" คนที่จอดรถช่วยเอารถของเธอขึ้นมาแล้ว

"ไหนดูซิ"

"โอ๊ย! อย่าจับแรงสิ"

"ไหนบอกไม่เป็นอะไรไง"

"ไม่เป็นอะไรมากหรอกแค่ขาแพลง"

"ไปหาหมอ"

"เจ็บแค่นิดเดียวเองจะไปหาหมอทำไม"

"มาขึ้นรถ"

"แล้วมอเตอร์ไซค์ล่ะ"

[ร้อน] อ่านนวนิยาย คนเสเพล บทที่ 52

นวนิยาย คนเสเพล ได้รับการเผยแพร่ไปยัง บทที่ 52 พร้อมรายละเอียดใหม่ที่ไม่คาดคิด อาจกล่าวได้ว่าผู้แต่ง ชะนีติดมันส์ ลงทุนใน คนเสเพล อย่างจริงใจเกินไป หลังจากอ่าน บทที่ 52 ฉันก็ทิ้งความเศร้า แต่อ่อนโยน แต่ลึกซึ้งมาก มาอ่านตอนนี้ บทที่ 52 และตอนต่อไปของซีรี่ส์ คนเสเพล ที่ Good Novel Online ตอนนี้