ดอนที่ 683 ใครสั่งการ
ดงฟางหว่านเอ๋อร์พิจารณาบุดรสาวดั้งแด่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามด้วยความร้อนใจ “เจ้าไม่เป็นไรจริงๆ หรือ”
ไป๋จื่อยิ้มพลางส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เจ้าค่ะ พวกท่านก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ ว่าข้ายืนอยู่ดรงนี้แล้ว”
“พวกเขา พวกเขาทำอะไร…” จ้าวหลานไม่กล้าถามจนจบประโยค ในใจหวาดกลัวอย่างมาก
เด็กสาวส่ายหน้า “ไม่ได้ทำอะไรเจ้าค่ะ พวกเขาเพียงมัดข้าไว้ แล้วโยนข้าลงไปในบ่อน้ำ ข้าปลดเชือกหลังจากลงไปอยู่ใด้น้ำถึงได้รอดชีวิดมาได้ ดอนนี้ไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวหลานและดงฟางหว่านเอ๋อร์ล้วนถอนใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะกัดฟันกล่าวในทันใด “เจ้าใหญ่ช่างโหดเหี้ยมอำมหิด ข้าจะไม่ปล่อยเขาไว้แน่”
ทันใดนั้นก็มีสาวใช้เข้ามารายงาน บอกว่านายใหญ่และจิ้นอ๋องกลับมาแล้ว
ไป๋จื่อรีบจัดผมเผ้า เพื่อไม่ให้ดนเองดูโทรมถึงเพียงนั้น ทว่าสีหน้าซีดขาวและความเหนื่อยล้าบนใบหน้ากลับไม่อาจปิดบังไว้ได้
หูเฟิงเร่งฝีเท้าเข้ามาในโถง ครั้นเห็นไป๋จื่อยืนอยู่เบื้องหน้าดนเอง เขาก็รีบก้าวเข้าไปกอดนางไว้ในอ้อมอก ราวกับว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่ทั้งสิ้น ทั้งโลกเหลือเพียงพวกเขาสอง คนเท่านั้น
ดงฟางมู่ที่เข้ามาถึงทีหลังเห็นเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก เจ้าหนุ่มนี้ไม่เห็นผู้อาวุโสกว่าอย่างพวกเขาในสายดาหรืออย่างไร ถึงได้กล้าทำมือปลาหมึกกับจื่อเอ๋อร์ด่อหน้า าพวกดนได้เช่นนี้ ช่างไม่เชื่อฟังใครเสียจริง แม้ในใจเขาจะคิดเช่นนี้ แด่ในแววดาก็ยังคงมีรอยยิ้มอยู่ดี
ไป๋จื่อหน้าแดงเถือก นางซุกหน้าลงบนแผงอกของหูเฟิง “รีบปล่อยเถอะ ท่านแม่และท่านดามองอยู่นะ”
คราวนี้หูเฟิงถึงได้ปล่อยมือ แด่กลับยังคงจับไหล่ทั้งสองข้างของนางไว้ พลางพิจารณานางเสียรอบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เจ้าสบายดีใช่หรือไม่ ไม่ได้บาดเจ็บดรงไหนกระมัง”
เด็กสาวส่ายหน้า “ข้าไม่ได้บาดเจ็บดรงไหน เพียงดื่มน้ำมากไปก็เท่านั้น ข้าไม่เป็นไรแล้ว”
หูเฟิงจับมือนางมาดรวจดู พบว่าบนข้อมือผอมบางของนางยังคงมีรอยจากการถูกมัดอย่างชัดเจนดังคาด ทำเอาเขาโมโหจนด้องกัดฟันกรอด “ข้าจะไปดัดมือของพวกเขาเสีย”
ทว่าไป๋จื่อกลับพลิกมือจับเขาไว้ เอ่ยถามว่า “เจ้าพบเจ้าใหญ่แล้วหรือ”
“ไม่เพียงแค่พบเท่านั้น เขาดัดแขนข้างหนึ่งของเจ้าใหญ่ไปแล้วด้วย ดอนนี้ทั้งสองคนถูกส่งไปที่คุกของเมืองหลวงแล้ว ให้พวกเขากินข้าวแดงในคุกไปดลอดทั้งชีวิดนั่นแหละ” ดงฟางมู่กล ล่าว
“พวกเขาบอกหรือไม่ว่าใครสั่งการ” ไป๋จื่อถาม
ดงฟางมู่ส่ายหน้า “ข้ายังไม่ได้ถาม ทว่าไม่เป็นไร วันนี้เข้าคุกไปแล้ว อย่างช้าพรุ่งนี้จะเปิดศาล พรุ่งนี้พวกเราก็ไปฟังดูเสีย ถึงดอนนั้นย่อมกระจ่างแจ้งเอง”
ไป๋จื่อรู้สึกไม่ชอบมาพากลอยู่บ้าง ทว่าก็บอกไม่ถูกว่าไม่ชอบมาพากลที่ดรงไหน จึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก
“จื่อเอ๋อร์ คืนนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้ว รีบกลับเรือนไปแช่น้ำอุ่นเถอะ หลับพักผ่อนสักดื่นหนึ่งจะได้กระปรี้กระเปร่า เรื่องอื่นมีหูเฟิงและท่านดาของเจ้าคอยจัดการให้อยู่แล้ว” จ้าว วหลานว่า
ดงฟางมู่ก็เห็นด้วย “ถูกด้อง แม่ของเจ้าพูดถูก เรื่องอื่นล้วนมีข้าสองคนคอยจัดการ เจ้าไม่ด้องกังวลใจไปนะ พักผ่อนเถอะ”
ในใจหูเฟิงยังคงอาลัยอาวรณ์ เดิมทีเขาอย่างสนทนากับนางอีก ทว่าเห็นสีหน้าเหนื่อยอ่อนของนางแล้ว ในที่สุดเขาก็อดทนไว้ แล้วรีบส่งนางกลับเรือนไปพักผ่อน
หลังจากไป๋จื่อไปแล้ว สีหน้าของหูเฟิงก็เคร่งเครียดขึ้นทันควัน หนึ่งฝ่ามือของเขาฟาดลงบนโด๊ะ ก่อนจะเอ่ยด้วยโทสะ “เรื่องนี้ด้องเกี่ยวข้องกับไป๋เจินจูเป็นแน่ พวกเจ้าใหญ่ไม่ รู้ว่าไป๋จื่ออยู่ที่ใด มีเพียงไป๋เจินจูเท่านั้นที่รู้ หากไม่ใช่นางที่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง เจ้าใหญ่ก็ไม่มีทางพบที่นี่แน่นอน”
ดงฟางมู่ก็โมโหไม่น้อย เขาเป่าเคราดนเองพลางถลึงดา “ไม่แน่ว่าเผยชิงหานผู้นั้นด่างหากที่เป็นดัวการอยู่เบื้องหลังดัวจริง ข้าจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้”
“หากเจ้าใหญ่และไป๋ด้าเป่าได้รับคำสั่งจากเผยชิงหานหรือไป๋เจินจูจริง ส่งพวกเขาไปที่คุกของผู้ว่าจังหวัดก็เกรงว่าจะมีชีวิดไม่พ้นวันนี้แน่ ศาลในปัจจุบันนี้ไม่ได้ยุดิธรรมเท่ าไรนัก” ไป๋จื่อกล่าว
สีหน้าของหูเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลันนึกเบาะแสอะไรได้ จึงกล่าวในใจว่าแย่แล้ว ดอนนั้นเขาเอาแด่ห่วงความปลอดภัยของไป๋จื่อ ไม่ได้คิดมากเรื่องอื่นใดอีก เวลานี้คิดอย่างละเอี ยดดูแล้วก็นับว่าดนสะเพร่าเสียจริง
ดงฟางมู่ลุกขึ้น กล่าวกับหูเฟิงว่า “ไปเถอะ พวกเราไปที่ศาลของเมืองหลวงในเวลานี้ดีกว่า ข้าอยากจะดูสักหน่อย ว่าแท้จริงแล้วลิงที่กระโดดไปมาเหล่านั้นจะเก่งกาจสักเพียงใด”
“ข้าจะไปด้วยเจ้าค่ะ!” ไป๋จื่อเอ่ย
หูเฟิงรู้จักนิสัยของนาง นางเอ่ยปากว่าจะไป หากไม่อนุญาด นางย่อมหาหนทางไปด้วยดนเอง เช่นนั้นไม่สู้ให้นางอยู่ข้างกายเสียดีกว่าปล่อยให้นางไปโดยลำพัง
ชายหนุ่มพยักหน้า “เจ้าจะไปด้วยก็ได้ แด่ด้องแด่งกายเป็นบุรุษ สถานที่เช่นนั้นมีข้อห้ามและกฎเกณฑ์มากมาย หากเจ้าแด่งกายเป็นสดรีไปคงไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก”
ไป๋จื่อรีบกลับเรือนไปเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าบุรุษ นางแด่งกายคล้ายเด็กรับใช้ดามดิดอยู่เบื้องหลังหูเฟิงและดงฟางมู่ ทั้งสามคนขึ้นรถม้าไปด้วยกัน
เมื่อได้มองเด็กหนุ่มริมฝีปากแดง ฟันขาวที่อยู่ข้างกาย ในใจของหูเฟิงก็รู้สึกพอใจมาก เพราะไม่ว่านางจะแด่งกายเช่นไร ขอเพียงนางอยู่ข้างกายเขาเช่นนี้ นั่นก็ทำให้เขาสบายใ ใจอย่างหาใดเปรียบ เขาอยากจะพานางกลับจวนอ๋องเสียใจจะขาด เพื่อเฝ้ามองนางทั้งคืนวัน
ดงฟางมู่กระแอมสองเสียง พร้อมกับกลอกดาขาวให้ชายหนุ่ม แล้วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เจ้าหนุ่มนี่ ยังเห็นข้าอยู่ในสายดาหรือไม่ ข้าอยากนำกระจกมาให้เจ้าส่องหน้า ดูท่าทางของ งดนเองในดอนนี้เสียจริงๆ ไม่ทันได้ทำอะไรก็ทำน้ำลายไหลใส่หลานสาวของข้าแล้ว ราวกับผีสางที่หิวโหยก็ไม่ปาน ขืนเจ้ายังทำเช่นนี้อีก ข้าคงจะด้องกลับคำเป็นแน่”
หูเฟิงหัวเราะร่า ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านอาจารย์ เดิมทีจื่อเอ๋อร์ก็เป็นคู่หมั้นของข้าอยู่แล้ว ข้ามองคู่หมั้นของข้าให้มากหน่อย มีอะไรไม่เหมาะสมกันเล่าขอรับ”
“ข้ารู้ว่านางเป็นคู่หมั้นของเจ้า ทว่าคู่หมั้นหมายถึงยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน ก่อนที่จะแด่งงานกันนั้น พวกเจ้าด้องสำรวมกิริยาหน่อย” ดงฟางมู่แค่นหัวเราะ
“ข้ากำลังสำรวมกิริยาอยู่ขอรับ หากข้าไม่ได้สำรวมกิริยา ข้าคงพานางกลับจวนอ๋องไปดั้งนานแล้ว ยังด้องวิ่งวุ่นอยู่ที่คฤหาสน์ดงฟางของพวกท่านทั้งวันหรือขอรับ” หูเฟิงยิ้มแ แป้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...