เข้าสู่ระบบผ่าน

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา นิยาย บท 713

ตอนที่​ 713 ขอ​พบ​

เผย​เซี่ยเฉิน​ส่ายหน้า​ ร้องไห้​หนัก​ยิ่งขึ้น​ “ไม่ ข้า​ไม่ต้องการ​เช่นนั้น​ ข้า​ต้องการ​ให้​ท่าน​อยู่​กับ​ข้า​ตลอดไป​ ข้า​ไม่ต้องการ​แยกจาก​ท่าน​ ยิ่ง​ไม่ต้องการ​ตัดความสัมพันธ์​กับ​ท่าน​”

สุดท้าย​แล้ว​นาง​ก็​เป็น​เพียง​เด็กสาว​อายุ​สิบสอง​ปี ต่อให้​นาง​ฉลาดเฉลียว​เพียงใด​ เมื่อ​เผชิญหน้า​กับ​เรื่อง​พรรค์​นี้​ก็​ทำได้​เพียง​ใช้น้ำตา​มาแสดง​ความรู้สึก​เท่านั้น​

สอง​แม่ลูก​กอด​กัน​ร้องไห้​อยู่​พัก​หนึ่ง​แล้ว​ ซ่อง​เห​อเซียง​ก็​ดื่ม​ชาเย็นชืด​ และ​กิน​อาการ​ที่​เผย​เซี่ยเฉิน​นำมา​เล็กน้อย​ จากนั้น​นาง​ถึงห่ม​ผ้าห่ม​หนา​ นับว่า​ร่างกาย​อบอุ่น​ขึ้น​มาบ้าง​แล้ว​

เผย​เซี่ยเฉิน​เงยหน้า​มอง​ท้องฟ้า​ข้างนอก​หน้าต่าง​ อีกไม่นาน​นัก​ก็​จะเป็น​ยาม​รุ่งสาง​แล้ว​ นาง​กล่าว​กับ​ซ่งเห​อเซียง​ว่า​ “ท่าน​แม่ ท่าน​พักผ่อน​ก่อน​เถอะ​เจ้าค่ะ​ ข้า​จะต้อง​หาทาง​ช่วย​ทาง​ให้ได้​ ตอนนี้​ท่าน​พ่อ​ก็​แค่​กำลัง​มีน้ำ​โห​ ขอ​เพียง​โทสะ​คลาย​ลง​ เขา​ต้อง​ปล่อย​ท่าน​ออกมา​แน่​เจ้าค่ะ​”

ซ่งเห​อเซียง​พยักหน้า​ เรื่อง​บาง​เรื่อง​นั้น​ นาง​ไม่รู้​ว่า​ควร​บอก​กับ​บุตรี​เช่นไร​ หาก​เรื่อง​ทุกอย่าง​เป็น​เช่น​ที่​บุตรี​กล่าว​ได้​ เช่นนั้น​ก็​ย่อ​มดี​ที่สุด​

ฟ้าเพิ่ง​เผย​ให้​เห็น​แสงสลัว​ เผย​ชิงหา​น​ก็​ไปจัดการ​ตามหา​แม่ลูก​หลิว​ซื่อ​ที่​หนี​ไปแล้ว​ เขา​ไม่สนใจ​ไต่สวน​ไป๋เจิน​จู เพียง​รีบร้อน​ให้​คน​ประคอง​เขา​ออกจาก​จวน​โหว​ เร่ง​ไปยัง​คฤหาสน์​ตง​ฟางโดยพล ลัน​

นาย​ทวาร​ขวาง​เขา​ไว้​

ข้า​รับใช้​ที่​ประคอง​เผย​ชิงหา​นอ​ยู่​เพิ่ง​เคย​มาที่​คฤหาสน์​ตง​ฟางเป็นครั้งแรก​ รู้สึก​ไม่คุ้นชิน​เป็นอย่างมาก​ คิด​เพียง​ว่า​นาย​ท่าน​ของ​ตน​เป็น​ผู้ดีมีสกุล​ จึงเลิกคิ้ว​ขึ้น​สูง ตะคอก​ใส่นาย​ทวาร​ ว่า​ “เจ้าตาบอด​หรือ​ไร​ นี่​คือ​ท่าน​โหว​ บุตร​เขย​ของ​สกุล​ตง​ฟางพวก​เจ้า เจ้ากล้า​ขวาง​หรือ​นี่​”

ฉับพลัน​นั้น​นาย​ทวาร​ก็​กวาดสายตา​มอง​เผย​ชิงหา​น​ แล้ว​มอง​ไปยัง​ข้า​รับใช้​ที่​ส่งเสียงดัง​ผู้​นั้น​ แค่น​หัวเราะ​ว่า​ “ก็​ว่า​เสียง​สุนัข​เห่า​จาก​ที่ใด​ ที่แท้​ก็​วิ่ง​มาจาก​จวน​ชางหยวน​โหว​นี้​เอง ง​ ช่างหนวกหู​ยิ่งนัก​”

ข้า​รับใช้​ผู้​นั้น​เคือง​ไม่น้อย​ เขา​เป็น​ข้า​รับใช้​ของ​จวน​ชางหยวน​โหว​ บัดนี้​กำลัง​ประคอง​ชางหยวน​โหว​อยู่​ จะตี​สุนัข​ต้อง​ดู​เจ้าของ​ แค่​สุนัข​เฝ้าประตู​ต่ำต้อย​ กลับ​กล้า​วางท่า​ต่อหน้า​ท่าน​โ โหว​ของ​เขา​ ช่างขวัญ​กล้า​เทียมฟ้า​เสีย​เหลือเกิน​

เผย​ชิงหา​นม​อง​ตาขวาง​ใส่เขา​ เอ่ย​ด้วย​ความโมโห​ทันควัน​ “หุบปาก​ ที่นี่​ใช่ที่​ที่​เจ้าจะแหกปาก​ได้​หรือ​ไร​ ไม่มีมารยาท​!”

ไม่รู้​ว่า​เผย​ชิงหา​น​ต่อว่า​ใคร​ ทว่า​ผู้เฝ้าประตู​ทำหูทวนลม​ กลอกตา​มอง​ไปทาง​อื่น​

เผย​ชิงหา​นก​ล่า​ว​กับ​เขา​ว่า​ “น้องชาย​ รบกวน​เจ้าเข้าไป​รายงาน​ที​ ข้า​อยาก​พบ​นายใหญ่​และ​คุณหนู​ของ​พวก​เจ้า”

ทว่า​ผู้เฝ้าประตู​กลับ​ส่ายหน้า​ “ขออภัย​ด้วย​จริงๆ​ นายใหญ่​บอก​ไว้​ว่า​วันนี้​ไม่รับแขก​ ท่าน​โหว​เชิญกลับ​ไปเถอะ​ขอรับ​!”

มีหรือ​เผย​ชิงหา​น​จะยอม​กลับ​ เขา​ร้อนใจ​ดั่ง​ไฟสุมทรวง​ อยาก​พบ​เพียง​เด็กสาว​คน​นั้น​อีกครั้ง​ และ​อยาก​ถามตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​ว่า​นาง​ใช่บุตรี​ของ​เขา​หรือไม่​!

“น้องชาย​ ข้า​มีเรื่องด่วน​ต้อง​พบ​นายใหญ่​และ​คุณหนู​ของ​เจ้าจริงๆ​ ข้า​จะรอ​อยู่​ตรงนี้​ เจ้าเข้าไป​รายงาน​เถอะ​ บอ​กว่า​หาก​วันนี้​ไม่ได้​พบ​พวกเขา​ ข้า​ก็​จะไม่ไปไหน​ทั้งนั้น​!

นาน​ทวาร​กวาดสายตา​มอง​เขา​อีกครั้ง​ ก่อน​จะพูด​เสียง​เรียบ​ “เช่นนั้น​ก็​ตามใจ​ท่าน​!” เขา​เอ่ย​จบ​ก็​กลับ​เข้าไป​ใน​ประตู​ ปิดประตู​สีแดง​ใส่หน้า​เขา​ดัง​ปัง

ขณะนี้​ตง​ฟางมู่กำลัง​รำ​มวย​อยู่​ใน​ลานบ้าน​ นาย​ทวาร​เห็น​ดังนั้น​ก็​ไม่กล้า​รบกวน​ ได้​แต่​ชะเง้อ​คอ​มอง​อยู่​ข้างนอก​

ตง​ฟางมู่รำ​มวย​อีก​สอง​สามกระบวนท่า​ ในที่สุด​เขา​ก็​เก็บ​หมัด​ ข้า​รับใช้​ที่​คอย​ปรนนิบัติ​จึงรีบ​นำ​ผ้าขนหนู​เข้ามา​ให้​ เขา​เช็ด​เหงื่อ​ไปพลาง​ มอง​ไปทาง​ผู้เฝ้าประตู​ข้างนอก​ลานบ้าน​ไปพลาง​ ก่อน​จ จะกล่าว​เสียง​ขรึม​ “มีอะไร​ก็​เข้ามา​พูด​ จะชะเง้อ​มอง​ทำ​อะไร​”

นาย​ทวาร​รีบ​เข้าไป​ใน​ลานบ้าน​ รายงาน​ตง​ฟางมู่ว่า​ “นายใหญ่​ ชางหยวน​โหว​มาขอรับ​ เขา​บอ​กว่า​มีเรื่องด่วน​อยาก​พบ​ท่าน​กับ​คุณหนู​ใหญ่​ หาก​วันนี้​ไม่ได้​พบ​พวก​ท่าน​ เขา​จะไม่ยอม​ไปไหน​ขอรับ​”

ตง​ฟางมู่โยน​ผ้าขนหนู​ใน​มือ​ให้​ข้า​รับใช้​ที่อยู่​ข้างๆ​ แล้ว​เอ่ย​เสียง​เย็นยะเยือก​ “ให้​เขา​รอ​ไป!”

แต่​เผย​ชิงหา​นก​ลับ​สาย​หน้า​ “ไม่ ข้า​จะรอ​อยู่​ที่นี่​ หว่าน​เอ๋อร์​นาง​ไม่มีทาง​ใจร้าย​ขนาด​นี้​ นาง​จะต้อง​พบ​ข้า​แน่นอน​”

หว่าน​เอ๋อร์!!​ หว่าน​เอ๋อร์!!​

เขา​ไม่ได้​เรียกชื่อ​นี้​มานาน​เท่าไร​แล้ว​นะ​

ไม่มีใคร​รู้​ว่า​สิบ​กว่า​ปีมานี้​เขา​ชังน้ำหน้า​ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​เพียงใด​ เช่นเดียวกัน​ ไม่มีใคร​รู้​ว่า​ใน​หัวใจ​ของ​เขา​รัก​นาง​เพียงใด​!

ตอนที่​เขา​พา​ซ่งเห​อเซียง​ไปแสดง​ความรัก​กัน​ต่อหน้า​นาง​ ยาม​ที่​เห็น​ท่าทาง​ทุกข์ใจ​ของ​นาง​ เขา​ยิ่ง​ทุกข์ใจ​ยิ่งกว่า​ เขา​ใช้วิธี​เช่นนี้​ทรมาน​นาง​ ขณะเดียวกัน​ก็​เป็นการ​ทรมาน​ตนเอง​ด้วย​

ซ่งเห​อเซียง​กล่าวว่า​มียา​ชนิด​หนึ่ง​ เมื่อ​ใส่ลง​ไปใน​อาหาร​และ​เครื่องดื่ม​แล้​วจะ​ไม่แสดง​พิษสง​ และ​ไม่ถึงขั้น​ทำให้​ตาย​ เพียง​ทำให้​เรี่ยวแรง​ลดลง​ คล้าย​กับ​คนป่วย​เท่านั้นเอง​

เขา​รู้​เป้าหมาย​ของ​ซ่งเห​อเซียง​ นาง​ต้องการ​ตำแหน่ง​ใน​เรือน​หลัง​ เขา​เอง​ก็​เห็นดีเห็นงาม​ด้วย​ แม้กระทั่ง​มีเป้าหมาย​ของ​ตนเอง​เช่นกัน​ เมื่อ​เป็น​เช่นนั้น​ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​ไม่มีทาง​ออกจาก​จวน​โ โหว​ได้​ ไม่มีทาง​พบ​ชู้รัก​ของ​ตนเอง​ได้​อีก​เช่นกัน​

ขณะนั้น​เขา​ไม่สามารถ​เรียก​หรือ​กอด​นาง​ได้​อย่าง​อ่อน​โอน​ ทำได้​เพียง​ใช้วิธี​เช่นนี้​รั้ง​นาง​เอาไว้​ ถึงแม้จะรั้ง​หัวใจ​นาง​ไว้​ไม่ได้​ แต่​อย่าง​น้อย​ก็​รั้ง​ตัวนาง​ไว้​ได้​

พริบตาเดียว​ก็​ผ่าน​มาสิบ​กว่า​ปีแล้ว​ เขา​บรรลุเป้าหมาย​ของ​ตนเอง​ แต่กลับ​พบ​ว่า​ร่างกาย​ของ​นาง​อ่อนแอ​ลง​เรื่อยๆ​ เกรง​ว่า​จะมีชีวิต​อยู่​ได้​อีกไม่นาน​ เขา​เคย​นึก​เสียดาย​ที่​ทำ​เช่นนั้น​ แต่​ที่​ มากกว่า​นั้น​คือ​ความเกลียดชัง​ ต่อให้​ท้ายที่สุด​แล้ว​นาง​ต้อง​จาก​โลก​นี้​ไป นาง​ก็​ต้อง​ตาย​ใน​จวน​แห่ง​นี้​พร้อมกับ​ชื่อ​ฮูหยิน​ของ​เขา​

แต่​ใคร​จะคาดคิด​ว่า​จะมีวันนี้​ได้​

วันนี้​เขา​เพิ่ง​รู้​ว่า​ตนเอง​เลวร้าย​เพียงใด​ ความโกรธแค้น​ที่​มีมาตลอด​กลับ​เป็นความ​บุ่มบ่าม​ที่​ไม่มีเหตุผล​ เขา​ถูก​สตรี​ชั่วคน​หนึ่ง​จูงจมูก​ ทำลาย​ชีวิต​แต่ง​ของ​เขา​จน​ไม่มีเหลือ​

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา