ไป๋จื่อรู้สึกอบอุ่นหัวใจทีเดียว จึงฉีกยิ้มว่า “ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่นอนน้อยเท่านั้นเอง ตอนนี้ไทเฮาดีขึ้นแล้ว ข้าเองมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ไม่นานก็จะกลับมาสดใสดังเดิมเจ้าค่ะ”
ตงฟางมู่ส่ายหน้า “ไม่ได้ๆ ไหนเลยข้าจะไม่รู้นิสัยของไทเฮา นางชอบสร้างปัญหาเป็นที่สุด ทั้งยังชอบให้ทุกคนรุมล้อมตัวนาง ไม่เคยเอ่ยขอบคุณผู้ใด เจ้าอยู่ที่นี่ข้าไม่วางใจยิ่งนัก รอก่อนนะ ข้าจะไปพบฝ่าบาท อีกเดี๋ยวจะมารับเจ้าออกจากวัง หากมีเรื่องอะไรห็ให้นางไปที่สำนักหมอหลวง หรือหากสำนักหมอหลวงทำอะไรไม่ได้ เช่นนั้นค่อยมาตามเจ้าก็ยังไม่สาย”
เขาพูดราวกับจุดประทัด กล่าวเสียงดังฟังชัดรวดเดียวจนจบ ไม่สนใจว่าไป๋จื่อจะตกลงหรือไม่ ก็หมุนกายมุ่งหน้าไปยังห้องทรงอักษรของฮ่องเต้เสียแล้ว
ไป๋จื่ออ้าปาก อยากพูดก็ไม่ทันได้พูด เพราะตงฟางมู่หายไปไม่เห็นเงาแล้ว เหมือมระลอกหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
นางยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วกลับหลังหันไปหาพวกชิงเหลียน ถือโอกาสตอนที่ยังมีเวลา กำชับสิ่งที่ควรกำชับกับพวกนาง เมื่อนางกลับไปแล้ว ไทเฮาจะได้ไม่ต้องส่งคนไปเรียกนางกลับมาอีก
หลังจากไป๋จื่อฝากฝังเรื่องที่จำเป็นแล้ว ขณะกำลังบอกลาพวกชิงเหลียนอยู่นั้น ตงฟางมู่ก็รีบร้อนกลับมา เขาเข้ามาภายในตำหนักไม่ได้ ถึงอย่างไรเสียเขาก็เป็นบุรุษ ทำได้เพียงส่งทอด คำพูดให้นางกำนัลเท่านั้น
ไป๋จื่อจับมือของชิงเหลียนเอาไว้ เห็นอีกฝ่ายขอบตาแดง จึงเอ่ยว่า “อย่าทำเช่นนี้สิ ข้าจะกลับมา ถึงตอนนั้นจะนำของอร่อยมาให้พวกท่านด้วย”
ชิงเหลียนที่อยู่ข้างกายดล่าว “เจ้าอย่าหลอกข้านะ ของอร่อยเหล่านั้นจะน้อยไม่ได้เป็นอันขาด!”
ทุกคนพากันหัวเราะ ก่อนจะส่งไป๋จื่อออกไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
ไป๋จื่อและตงฟางมู่เพิ่งก้าวออกไป ไทเฮาก็รับสั่งให้คนเรียกตัวไป๋จื่อเข้าไปในตำหนัก
ชิงเหลียนรีบร้อนเข้าไป รายงานไทเฮาว่า “ไทเฮา ท่านตงฟางเพิ่งรับตัวแม่นางไป๋ไปเพคะ บอกว่าเป็นพระบัญชาของฝ่าบาท อนุญาตให้เขาพาแม่นางไป๋กลับไปพักผ่อนที่บ้าน หากมีเรื่องอะไรท ทรงรับสั่งกับสำนักหมอหลวงได้โดยตรงเลยเพคะ”
หมายความว่าอย่างไร ตงฟางมู่รับนางไปแล้ว?
ไทเฮาโมโหจนหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะส่ายหน้า “ตงฟางมู่ผู้นี้นับวันยิ่งเหิมเกริม ตอนนี้เขาไม่เห็นแม้แต่ข้าอยู่ในสายตา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงเหยียบแม้กระทั่งเท้าของฮ่องเต้ แล้ว”
เมื่อพระนางพูดออกมาเช่นนี้ เหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนัก รวมถึงฮองเฮาเองต่างก็คุกเข่าลงบนพื้น ขอให้นางระงับโทสะ
ระงับโทสะ? นางจะระงับโทสะนี้ได้อย่างไร ตนเป็นถึงไทเฮาผู้สง่างาม มารดาของแว่นแคว้น ทว่ารั้งเด็กสาวคนเดียวไว้ไม่ได้อย่างนั้นหรือนี่ หากข่าวลือนี้เล็ดรอดออกไป นางจะเอาหน้าไป ปไว้ที่ไหน
ฮองเฮากลัวว่านางจะโมโหจนไปฉีกหน้าตงฟางมู่ เช่นนั้นก็เป็นเรื่องใหญ่มหันต์ จึงรีบโน้มน้าวว่า “เสด็จแม่ แน่นอนว่าตงฟางมู่น่ารังเกียจ แต่ก็เป็นเพราะเขามีฝ่าบาทคอยให้ท้ายเท่านั้น นเอง พระนางเป็นถึงไทเฮาของแคว้น สูงส่งหาใดเปรียบ เหตุใดต้องกริ้วเพราะคนชั้นต่ำเช่นเขาด้วยเล่าเพคะ อีกอย่างฝ่าบาทตอบรับคำขอของเขา ก็เพราะให้เกียรติเขาเท่านั้น หากพระนางอยา ากรับสั่งให้เด็กสาวคนนั้นเข้าวัง ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร สกุลตงฟางพวกเขาขัดพระบัญชาได้หรือเพคะ”
ครั้นได้ฟังวาจาโน้มน้าวของฮองเฮา เพลิงโทสะที่สุมทรวงอยู่ก็คลายลงไปไม่น้อย ช่างเถิด เห็นแก่หน้าของเฟิงเอ๋อร์ก็แล้วกัน อย่าเพิ่งคิดบัญชีเรื่องพวกนี้กับเขาเลย ไทเฮาผู้นี้จะบ บันทึกบัญชีเหล่านี้ไว้ก่อน อย่างไรเสียก็ต้องมีโอกาสได้ชำระ
ฮองเฮาโล่งอก ไทเฮาไม่ได้เพิ่งเห็นตงฟางมู่เป็นหนามตำตาเพียงหนึ่งหรือสองวัน อย่าเพิ่งหักหน้ากันในเวลานี้เลย
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...