ตอนที่ 729 หมอหลวงจาง
เมิ่งหนานพลันร้องขึ้น “ข้ารู้จักคนคนหนึ่ง นางต้องมีวิธีช่วยท่านแม่แน่นอนขอรับ”
“ใคร” ใต้เท้าเมิ่งรีบถาม
“ไป๋จื่อ นางชื่อว่าไป๋จื่อขอรับ ตอนนี้นางพักอยู่ที่คฤหาสน์ตงฟาง ข้าไปจะไปหานางเดี๋ยวนี้ วิชาแพทย์ของนางยอดเยี่ยมมาก นางต้องรักษาท่านแม่ให้หายได้แน่นอน” เมิ่งหนานตอบอย่างร รีบร้อน
หมอหลวงจางที่เขียนใบสั่งยาอยู่ข้างๆ ได้ยินก็พลันหยุดพู่กัน รีบเร่งฝีเท้ามาถึงตรงหน้าเมิ่งหนาน เอ่ยถามว่า “คุณชายบอกว่าไป๋จื่อ ใช่เด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่ปีคนนั้นหรือไม่”
เมิ่งหนานพยักหน้า “ถูกต้อง หมอหลวงจางก็รู้จักนางหรือ”
“ที่แท้คุณชายเมิ่งก็รู้จากแม่นางไป๋ด้วย ข้ากลับไม่รู้จักนาง เพียงแต่เคยได้ยินเรื่องราวของนาง ในวันส่งท้ายปีเก่าที่ผ่านมา จู่ๆ ไทเฮาก็มีภาวะสมองขาดเลือด หัวหน้าสำนักหมอหลวง งจนปัญญา เป็นแม่นางไป๋ที่ช่วยชีวิตไทเฮาเอาไว้ได้ และนับว่าช่วยชีวิตทั้งสำนักหมอหลวงด้วยเช่นกัน” หมอหลวงจางกล่าวเคล้ารอยยิ้มทันที
ใต้เท้าเมิ่งก็คิดถึงเรื่องในวันส่งท้ายปีเก่าเช่นกัน ตอนนั้นเขามองเห็นหน้าตาของแม่นางคนนี้ไม่ชัดเจน รู้เพียงว่าเป็นคนที่ตงฟางมู่พามา ดูเหมือนว่าจิ้นอ๋องก็รู้จักนางด้วยเช่ นกัน แล้วไยเมิ่งหนานถึงรู้จักนางด้วยเล่า
เมิ่งหนานเห็นบิดามีสีหน้าสงสัย จึงรีบดึงแขนเสื้อของตนเองขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือ “ท่านพ่อ ข้าเคยถูกเสือกัดจนเอ็นข้อมือขาด ตอนนั้นหมอทุกคนล้วนบอกว่าไม่มีทางร รักษาแล้ว ต้องกลายเป็นคนพิการแน่นอน เป็นไป๋จื่อนี่แหละขอรับ ที่รักษามือของข้าจนหาย ตอนนี้มันใช้งานได้เหมือนปกติ จะใช้ดาบหรือกระบี่ก็คล่องมือทั้งนั้น”
หมอหลวงจางเป็นหมอ จึงรีบคว้าข้อมือของเมิ่งหนานมาตรวจดู แต่น่าเสียดายยิ่งนัก เพราะนอกจากรอยแผลเป็นรอยหนึ่งแล้ว เขาก็มองไม่เห็นอะไรเลย
“เจ้าเคยถูกเสื้อกัดจนเอ็นข้อมือขาดจริงหรือ” หมอหลวงจางถาม
เมิ่งหนานพยักหน้า “เป็นจริงดังนั้น ข้าจะปิดบังท่านไปด้วยเหตุใด”
บัดนี้ใต้เท้าเมิ่งมีสีหน้าร้อนรนนัก “ทว่าแม่นางไป๋ผู้นี้เข้าไปในวังแล้ว กำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจทำการรักษาให้ไทเฮา ไหนเลยจะมีเวลาว่างมาสนใจพวกเรา”
หมอหลวงจางรีบกล่าว “วันนี้ข้าได้ยินในสำนักหมอหลวงพูดกัน ว่าท่านตงฟางรับแม่นางไป๋กลับคฤหาสน์ตงฟางไปแล้ว เขาบอกว่าเป็นห่วงที่นางต้องเหนื่อยอยู่ในวัง จึงขอพระราชทานอนุญาต จากฝ่าบาทเป็นพิเศษ เพื่อรับนางกลับไป”
ครั้นหมอหลวงจางเพิ่งพูดจบ เมิ่งหนานก็สาวเท้าวิ่งออกไป แม้จะอากาศหนาวเย็นเพียงใด แต่เขาก็ไม่นั่งรถม้า เพียงขี่ม้ามุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตงฟางโดยตรง
…
ไป๋จื่อนอนหลับทันทีที่กลับถึงเรือน ครั้นตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาอาหารเย็นพอดี บัดนี้ทุกคนกำลังนั่งล้อมรอบโต๊ะอาหาร ในที่สุดก็ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที
ตรงกลางโต๊ะอาหารมีเกี๊ยวอยู่จานใหญ่ คล้ายคลึงกับที่ไป๋จื่อทำอยู่หลายส่วน แต่ยังห่อสวยได้ไม่เท่าของไป๋จื่อ
ชุ่ยเอ๋อร์คีบให้นางสองชิ้น พลางยิ้มว่า “คุณหนู ลองชิมฝีมือของชุ่ยเอ๋อร์ดูนะเจ้าคะ”
“เจ้าเก่งนัก ข้าเพียงสอนเจ้าครั้งเดียว เจ้าก็ทำได้เหมือนเปี๊ยบแล้ว!” ไป๋จื่อคีบเกี๊ยวชิ้นขาวและอ้วนขึ้นมากัดคำหนึ่ง ‘อืม ไส้กุยช่ายและไข่ไก่ หอมทีเดียว’
“รสชาติเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ชุ่ยเอ๋อร์มองไป๋จื่อด้วยความกังวล รอคำวิจารณ์จากนาง
ไป๋จื่อชิมไปแล้วครู่หนึ่ง ปล่อยให้ชุ่ยเอ๋อร์รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ครั้นเห็นชุ่ยเอ๋อร์รอแทบไม่ไหวแล้ว นางถึงจะยิ้มกริ่ม “อร่อยมาก สีเขียวเกิดจากสีน้ำเงิน แต่กลับเด่นกว่าสีน้ำเงิน น[1]เสียอีก ไม่เลวๆ ต่อไปตอนที่ข้าไม่อยู่ เจ้าต้องทำให้ฮูหยินกินบ่อยๆ นะ”
ตงฟางมู่หดตะเกียบกลับทันที มุ่นคิ้วมองหลานสาว “เจ้าไม่อยู่? เจ้าจะไปที่ใด”
ไป๋จื่อยิ้มเจื่อน “ข้าไม่ได้จะไปที่ใดเจ้าค่ะ ข้าเพียงพูดไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้มีความคิดอื่นใด ท่านอย่าคิดมากสิเจ้าคะ!”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์จะไม่คิดมากได้อย่างไร แม้ตนจะเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดจื่อเอ๋อร์ แต่กลับไม่ได้ดูแลนางตั้งแต่แบเบาะ คนที่ได้อยู่กับนางเรื่อยมาคือจ้าวหลาน หากจื่อเอ๋อร์จะต้องจากไ ไปในสักวัน นางจะต้องไปกับจ้าวหลานแน่ ไม่มีทางเลือกไปกับตน ส่วนตัวนางเอง ตงฟางหว่านเอ๋อร์ผู้นี้ก็ไปไม่ได้เช่นกัน นางจะทอดทิ้งผู้เป็นบิดาไม่ได้ เขามีนางเป็นบุตรีเพียงคนเดี ยว เช่นเดียวกับที่นางมีจื่อเอ๋อร์เป็นบุตรีเพียงคนเดียว
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...