เข้าสู่ระบบผ่าน

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา นิยาย บท 751

ตอนที่​ 751 กับดัก​ชิ่งอัน​ (1)

บุตรี​ของ​เขา​ บุตรี​ของ​เขา​เผย​ชิงหา​น​ ไม่คาดคิด​เลย​จริงๆ​…

เป็น​ความผิด​ของ​เขา​ทั้งสิ้น​ มิน่าเล่า​ความ​เย็นชา​ใน​สายตา​ของ​นาง​ยาม​ที่​มอง​เขา​ถึงได้​เย็นยะเยือก​นัก​ ยิ่งกว่า​หิมะ​โปรยปราย​บน​ท้องฟ้า​เสีย​อีก​

เมื่อ​คิด​ถึงชีวิต​ของ​เซี่ยเฉิน​ แล้ว​คิด​ถึงชีวิต​ของ​นาง​ หัวใจ​ของ​เขา​ก็​บีบรัด​จน​รู้สึก​เจ็บปวด​เสีย​จน​แทบจะ​หายใจไม่ออก​

เขา​จะทำ​อย่างไร​ดี​ ต้อง​ทำ​อย่างไร​นาง​ถึงจะให้อภัย​เขา​

ไป๋เจิน​จูยิ้ม​ที่​มุมปาก​ ก่อน​จะค่อยๆ​ ออก​ไปจาก​เรือน​พร้อมกับ​ความ​เบิกบานใจ​

หลังจาก​ไป๋เจิน​จูออก​ไปแล้ว​ ซื่อ​ฝูก็​เดิน​เข้า​มาจาก​ข้างนอก​ กล่าว​กับ​เผย​ชิงหา​น​ว่า​ “ท่าน​โหว​ ก่อนหน้านี้​ท่าน​บอ​กว่า​ต้องการ​ขัง​คุณหนู​ใหญ่​ไว้​ ตอนนี้​ยัง​ต้อง​ขัง​อีก​หรือไม่​ขอรับ​”

เผย​ชิงหา​น​ดึง​สติ​กลับมา​ แล้ว​เงยหน้า​มอง​ไปยัง​ประตู​ที่ว่างเปล่า​ เขา​กัดฟัน​เอ่ย​ “ไม่ต้อง​ขัง​แล้ว​ เจ้าส่งคน​ไปหา​ที่อยู่​ของ​หลิว​ก​ว้า​หัว​และ​ไป๋เสี่ยว​เฟิง หาก​พบ​ตัว​แล้วก็​อย่า​แหวก​หญ้า​ใ ให้​งูตื่น​ จับตาดู​เอาไว้​”

ซื่อ​ฝูรับคำ​ก่อน​จะออก​ไป จู่ๆ เผย​ชิงหา​น​ก็​แค่น​หัวเราะ​เสียง​เย็น​ขึ้น​มา “ชีวิต​นี้​ของ​ข้า​เผย​ชิงหา​น​ เกลียด​การ​ถูก​ผู้อื่น​ข่มขู่​เป็น​ที่สุด​”

ตำหนัก​ชิ่งอัน​

ซูฉุน​กำลัง​ฟังนางกำนัล​เล่า​เรื่องราว​ต่างๆ​ ใน​วัง​อย่าง​เพลิน​เพลิน​ ก็​มีนางกำนัล​อีก​คน​หนึ่ง​เข้า​มาจาก​ข้างนอก​ นาง​กล่าวว่า​ “ฮองเฮา​ เซียว​อ๋อง​มาเพคะ​”

“เชิญเขา​เข้ามา​” ซูฉุน​ตอบ​ทันที​ จากนั้น​ก็​โบกมือ​ไล่​นางกำนัล​ “พวก​เจ้าออก​ไปก่อน​เถอะ​”

เมื่อ​ฉู่เฟิงเข้ามา​ นอกจาก​เสด็จ​แม่ของ​เขา​แล้ว​ ภายใน​ตำหนัก​ไม่มีใคร​อื่น​อีก​ เขา​ยิ้ม​เอ่ย​ “เสด็จ​แม่รีบร้อน​เรียก​ลูก​มาเช่นนี้​ มีเรื่องด่วน​อะไร​หรือ​พ่ะย่ะค่ะ​”

ซูฉุน​กวักมือ​เรียก​ เป็น​สัญญาณให้​โอรส​เข้ามา​ใกล้​ๆ

ฉู่เฟิงย่างสามขุม​เข้าไป​ ถามเสียง​เบา​ “ไทเฮา​ว่า​อย่างไรบ้าง​พ่ะย่ะค่ะ​”

ฝ่าย​ซูฉุน​พยักหน้า​ บน​ใบหน้า​เปื้อน​รอยยิ้ม​ “เจ้าเอง​ก็​รู้​ว่า​ไทเฮา​ยืน​อยู่​ฝ่าย​เดียว​กับ​พวกเรา​ เพียง​ข้า​เอ่ยถึง​เรื่อง​นั้น​ พระนาง​ก็​ตอบ​ตกลง​ทันที​”

สีหน้า​ของ​ฉู่เฟิงพลัน​แจ่มใส ใน​ห้วง​สมอง​ปรากฏ​ใบหน้า​งดงาม​ของ​ไป๋จื่อ​ พา​ให้​เขา​สุขใจ​ยิ่งนัก​ จึงรีบ​ถามต่อไป​ว่า​ “แต่​ตอนนี้​ตง​ฟางมู่รับ​นาง​กลับ​ไปแล้ว​ ลูก​ไม่มีโอกาส​ได้​เข้าใกล้​นาง​เลย​พ่ ะย่ะค่ะ​!”

ครั้น​ได้ยิน​ดังนั้น​ ซูฉุน​ก็​ป้อง​ปาก​หัวเราะ​เบา​ๆ “ดู​เจ้าสิ คง​เห็น​นาง​งดงาม​มาก​เป็นแน่​ ถึงได้​ร้อนอกร้อนใจ​เช่นนี้​ ก่อนหน้านี้​ข้า​ไม่เคย​เห็น​เจ้าเป็น​เช่นนี้​มาก่อน​เลย​”

“เสด็จ​แม่ อย่า​เพิ่ง​เย้า​ลูก​สิพ่ะย่ะค่ะ​ ใน​ใจของ​ลูก​มีเพียง​เรื่องสำคัญ​ เรื่อง​อื่น​วาง​ไว้​ไม่สนใจ​ไปก่อน​” ฉู่เฟิงปั้นหน้า​เคร่ง​

ซูฉุน​พยักหน้า​ “เจ้าคิด​เช่นนี้​ได้​ย่อ​มดี​ที่สุด​ ต้อง​รู้​ว่า​เมื่อ​คิด​ทำการ​ใหญ่​ให้​สำเร็จ​ ความรัก​เป็น​สิ่งที่​ไม่ควร​ยุ่งเกี่ยว​ แต่​เมื่อ​งานใหญ่​นั้น​สำเร็จ​ลุล่วง​ไปได้​ด้วยดี​ ต้องการ​หญิง ง​งามคนใด​ก็​ไม่มีปัญหา​”

ฉู่เฟิงประสานมือ​คารวะ​ “เสด็จ​แม่กล่าว​ถูกต้อง​ ลูก​จะจำไว้​พ่ะย่ะค่ะ​”

เมื่อ​ได้ยิน​โอรส​กล่าว​เช่นนั้น​ ซูฉุน​ก็​โล่งใจ​ยิ่ง​ “เช่นนั้น​แม้ไป๋จื่อ​จะกลับ​สกุล​ตง​ฟางไปแล้ว​ แต่​ไทเฮา​ตรัส​ว่า​ขอ​เพียง​พวกเรา​จัดการ​ทุกอย่าง​อย่าง​ดี​ พระนาง​จะออก​ราชโองการ​รับ​นาง​เข้า​วั ง​ ต่อให้​ตง​ฟางมู่ผู้​นั้น​แข็งข้อ​เพียงใด​ ก็​ต้อง​ให้​หลานสาว​ทำตาม​ราชโองการ​อยู่ดี​”

ฉู่เฟิงข่ม​ความรู้สึก​ดี​ใน​หัวใจ​เอาไว้​ ยังคง​มีใบหน้า​เคร่งขรึม​เช่น​เดิม​ “เช่นนั้น​ดี​ที่สุด​พ่ะย่ะค่ะ​ ไม่ทราบ​ว่า​เสด็จ​แม่วางแผน​ไว้​ว่า​เป็นเวลา​ใด​หรือ​”

ซูฉูน​ใคร่ครวญ​ดู​ เอ่ย​ว่า​ “วันที่​เก้า​กระมัง​ วันนั้น​ฝ่าบาท​ออก​ว่าราชการ​กับ​ขุนนาง​ ไม่มีทาง​มาที่​วังหลัง​ ตง​ฟางมู่ก็​ต้อง​อยู่​ข้าง​กาย​พระองค์​เช่นกัน​ ฉู่เยี่ยน​ยังคง​ไม่กลับ​ ถือเป็น​ช่วงเว วลา​ที่​สมบูรณ์แบบ​”

วันนี้​เป็น​วันที่​เจ็ด​ วัน​มะรืน​คือ​วันที่​เก้า​แล้ว​ ช่างเป็น​วันดี​เสีย​จริงๆ​

ฉู่เฟิงสนทนา​กับ​เสด็จ​แม่ต่อ​อย่าง​สบายใจ​อีกไม่นาน​ ก็​เตรียม​ออกจาก​วัง​ไป

ไป๋จื่อ​จะไปคาด​คิดได้​อย่างไร​ ว่า​มีการวางแผน​พุ่ง​เป้ามายัง​นาง​ขณะที่​นาง​กำลัง​หลับใหล​ รอ​เพียง​นาง​เดิน​เข้ามา​ติดกับ​เอง​ก็​เท่านั้น​

“รับ​ราชโองการ​เจ้าค่ะ​!” ไป๋จื่อ​ขานรับ​ พลาง​โขก​ศีรษะ​ลง​บน​พื้น​เย็น​ๆ

นาง​ลอบ​ถอนหายใจ​อยู่​เงียบๆ​ พลาง​ต่อว่า​ตนเอง​ว่า​ไย​ถึงได้มา​ที่นี่​ อยู่​ที่​หมู่บ้าน​หวง​ถัว​ไม่ดี​หรือ​ไร​ ไม่จำเป็นต้อง​คุกเข่า​ให้​ผู้ใด​ แม้จะหา​เงินได้​เล็กน้อย​ แต่​ก็​มีชีวิต​สุขสบาย​ น่าพอใ ใจ​ยิ่งนัก​

แต่​พอ​มาถึงที่นี่​ เฮ้อ​…ต่อให้​อยาก​ร้องไห้​เพียงใด​ก็​ปล่อย​ให้​น้ำตาไหล​ลงมา​ไม่ได้​ ทำได้​เพียง​อดกลั้น​เอาไว้​ ยิ่ง​ไม่อาจ​แสดง​ความรู้สึก​เสียใจ​ต่อหน้า​ตง​ฟางหว่าน​อ๋อร์​และ​ตง​ฟางมู่ ไม่เช่นน นั้น​พวกเขา​ต้อง​ทุกข์ใจ​เป็นแน่​

หาก​กลับ​ไปที่​ภูเขา​ฉีอวิ๋น​ได้​ก็ดี​น่ะ​สิ!

ครั้น​ไป๋จื่อ​กลับ​ไปเปลี่ยน​เสื้อผ้า​ใน​เรือน​ ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​กล่าว​กับ​นาง​ว่า​ “จู่ๆ ไทเฮา​ก็​รับสั่ง​ให้​เจ้าเข้า​วัง​ ไม่รู้​ว่า​ต้องการ​ทำ​อะไร​กัน​แน่​ วันนี้​ปู่ของ​เจ้าไม่ว่าง​ทั้งวัน​ จะสน นใจ​เรื่อง​อื่น​ไม่ได้​เช่นกัน​ จิ้น​อ๋อง​ก็​ยัง​ไม่กลับมา​ น่าเป็นห่วง​เหลือเกิน​”

ไป๋จื่อ​ยิ้ม​จาง “ข้า​ไม่มีความแค้น​ใด​กับ​ไทเฮา​ มีอะไร​น่าเป็นห่วง​กัน​เล่า​เจ้าคะ​ ตอนนี้​นาง​รับสั่ง​ให้​ข้า​เข้า​วัง​ หาก​ไม่ใช่เพราะ​ต้องการ​ให้​ข้า​ตรวจ​ชีพจร​ให้​ แล้​วจะ​มีเรื่อง​อะไร​ไปได้​เล่ า​”

ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​ส่ายหน้า​ “จื่อเอ๋อร์​ เจ้าอย่า​ได้​ใคร่ครวญ​เรื่อง​ใน​วัง​ง่ายๆ​ เช่นนั้น​ สตรี​ที่​ใช้ชีวิต​อยู่​ใน​วังหลัง​ไม่เหมือนกับ​สตรี​ที่อยู่​ข้างนอก​อย่าง​พวกเรา​ พวก​นาง​ทำได้​ทุกอย่าง​เพ พื่อให้​บรรลุเป้าหมาย​ แม้กระทั่ง​ใช้ประโยชน์​จาก​ครอบครัว​ของ​ตนเอง​ได้​โดย​ไม่ลังเล​ ยิ่งไปกว่านั้น​ เทียบ​กับ​จิ้น​อ๋อง​แล้ว​ ไทเฮา​คล้าย​จะโปรดปราน​เซียว​อ๋อง​ยิ่งกว่า​ และ​นาง​ก็​ไม่ค่อย​ชอบ​หน้า​ท่ าน​พ่อ​เท่าไร​นัก​ จริงๆ​ เลย​ ยิ่ง​พูด​ข้า​ก็​คิด​ว่า​ต้อง​เกิดเรื่อง​อะไร​แน่นอน​”

ไป๋จื่อ​ติดกระดุม​แขน​เสื้อ​อย่าง​ว่องไว​ ก่อน​จะยื่นมือ​ไปจับมือ​ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​ นาง​ยิ้ม​ร่า​ “ท่าน​แม่ผู้​แสน​ดี​ของ​ข้า​ ท่าน​อย่า​ได้คิด​ไปเรื่อยเปื่อย​เลย​นะ​เจ้าคะ​ ข้า​ทำหน้าที่​ของ​ข้า​ให้​ ดี​ ไม่ไปหาเรื่อง​ใคร​เข้า​ก็​พอแล้ว​”

ทันใดนั้น​ เสียง​เร่งเร้า​ของ​สาวใช้​ก็​ดัง​มาจาก​ข้างนอก​ “คุณหนู​ใหญ่​ สวี​กง​กง​เร่ง​มาแล้ว​ บอ​กว่า​ไทเฮา​รอ​นาน​แล้ว​เจ้าค่ะ​”

ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​ตอบรับ​ไปว่า​ “ข้า​รู้​แล้ว​ เสร็จ​แล้ว​ละ​”

นาง​พลิก​ฝ่ามือ​ไปจับมือ​บุตรี​ไว้​ เอ่ย​เสียง​เบา​ “เจ้าจำคำ​ข้า​ไว้​ หาก​วันนี้​พบ​เรื่อง​อะไร​ที่​จัดการ​ได้​ยาก​ใน​วังหลวง​ เจ้าจงไปหา​พระสนม​ซูเฟย​ นาง​นับว่า​มีความสัมพันธ์​อัน​ดี​กับ​ข้า​ เพียง​เ เจ้าพูด​ชื่อ​ของ​ข้า​ หาก​นาง​ช่วย​เจ้าได้​ย่อม​ต้อง​ช่วย​แน่นอน​”

เมื่อ​พูดถึง​พระสนม​ซูเฟย​ ไป๋จื่อ​ก็​นึกถึง​ใคร​บางคน​ขึ้น​ได้​ นาง​ยิ้ม​ถามว่า​ “นาง​คือ​อา​หญิง​ของ​เมิ่งหนาน​ใช่หรือไม่​”

ขณะนี้​ตง​ฟางหว่าน​เอ๋อร์​ก็​นึกถึง​มิตรภาพ​ระหว่าง​ไป๋จื่อ​และ​เมิ่งหนาน​ขึ้น​มาได้​แล้ว​เช่นกัน​ จึงรีบ​เอ่ย​ “ถูกต้อง​ เป็น​นาง​นั่นแหละ​ ปกติ​แล้ว​พระนาง​เอ็นดู​เมิ่งหนาน​เป็น​ที่สุด​ นาง​ต้อง​ยื่นม มือ​เข้า​ช่วย​เป็นแน่​”

ไป๋จื่อ​พยักหน้า​ “เจ้าค่ะ​ ข้า​จะจำไว้​”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา