ตอนที่ 773 หลับตาค้นโลง
จิ่นเอ๋อร์รีบกล่าว “แต่องค์หญิงยังมีลมหายใจและชีพจรอยู่เลย ง่ายนักที่จะถูกจับได้”
โจวกังว่า “ไม่ง่ายขนาดนั้นกระมัง อีกเดี๋ยวข้าจะหาแผ่นไม้ที่เหมาะสมมาปิดไว้ด้านบน แล้ววางศพหนึ่งไว้บนแผ่นไม้ เจาะรูสองรูให้หายใจที่ใต้โลง ย่อมปลอดภัยแน่”
คราวนี้จิ่นเอ๋อร์ถึงได้วางใจ ทันใดนั้นจมูกก็ได้กลิ่นสะอิดสะเอียดอีกระลอก จึงหมุนกายไปอาเจียนไม่ยอมหยุด
ครั้นอาเจียนเสร็จแล้ว นางก็พบว่าสีหน้าของหูเฟิงและโจวกังคงเป็นปกติ ราวกับไม่ได้กลิ่นเหล่านั้นก็ไม่ปาน
“พวกเจ้าไม่ได้กลิ่นหรือ”
โจวกังยิ้ม “ใช้ปากหายใจก็ไม่ได้กลิ่นแล้ว”
ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง “ต่อให้ไม่ได้กลิ่น แต่ก็ยังมองเห็นอยู่ดี พวกเจ้าไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนบ้างเลยหรือ”
โจวกังยักไหล่ “สบาย ชินแล้วก็ดีขึ้น!” ศพในสนามรบมีมากมายกว่านี้เยอะ พวกเขาไปมาอยู่ในภูเขาศพ ทะเลเลือดมาหลายปี หากแม้แต่ความกล้าแค่นี้ก็ไม่มี เช่นนั้นแล้วจะไปสู้กับใครได้
ชินแล้วก็ดีขึ้น?
หูเฟิงว่า “เจ้าก็อยู่ในสถานพักม้าที่เต็มไปด้วยศพตั้งหลายวัน ตอนนั้นไม่มีปัญหาอะไรหรือ”
เอ่อ…ก็ไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ นั่นแหละ บางครั้งคนก็ลืมความหวาดกลัวไปเสียสนิท
ตอนอยู่ที่สถานพักม้าก็เป็นเช่นนั้น นางคิดเพียงแต่จะปกป้ององค์หญิง จึงลืมคิดถึงเรื่องอื่นไปโดยสิ้นเชิง ไหนเลยจะสนใจว่าในสถานพักม้ามีศพอยู่มากน้อยเท่าไร
ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้กลับต่างออกไป บุรุษสองคนนี้ช่วยนางออกมาแล้ว บัดนี้นางคล้ายกับมีที่พึ่งพิง ความอ่อนแอเหล่านั้นของตรีจึงกำเริบออกมาบ้าง
…
เมื่อฟ้าสาง ประตูเมืองยังคงปิดสนิทแน่น ส่วนคนที่คอยไล่ตามหาคนร้ายก็ยังคงไม่พบอะไร
“เจ้าบอกว่าหลังจากลดขอบเขตลงแล้ว จะต้องพบตัวอย่างแน่นอนไม่ใช่หรือ” ใต้เท้าเฉียนมองชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
ขณะนี้ชายหนุ่มหน้าดำเป็นตอตะโก ประกายตาน่าหวาดหวั่นนัก “ใต้เท้า ขอเพียงตามหาต่อไปอีกสองสามชั่วยาม ข้าต้องพบพวกเขาแน่ขอรับ”
ทันใดนั้นก็มีคนถลันเข้ามาจากข้างนอก “ใต้เท้า ในและนอกเมืองมีชาวบ้านรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก กำลังขอร้องให้เปิดประตูเมืองขอรับ”
ใต้เท้าเฉียนหลับตา เขาขมวดคิ้วเป็นปมยุ่งเหยิง “เช่นนั้นก็เปิดเถอะ!”
ครั้นชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ร้องเรียกในทันที “เปิดไม่ได้นะขอรับ เมื่อเปิดประตูเมืองแล้ว พวกเขาต้องถือโอกาสหนีออกไปแน่ ถึงตอนนั้นต่อให้พวกเราอยากจับพวกเขาก็ยากยิ่งกว่ายากแล ล้วขอรับ”
ใต้เท้าเฉียนเบิกตาโพลงทันควัน ก่อนจะถลึงตามองเขาอย่างดุร้าย เอ่ยด้วยโทสะว่า “ประตูเมืองนี้ไม่ใช่ของเจ้า และไม่ใช่ของข้าด้วยเช่นกัน จะขังคนที่อยู่ข้างในเมืองย่อมได้ แต่ขัง คนที่อยู่ข้างนอกเมืองไม่ได้ ที่นี่อยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงเท่าไรนัก เพียงวันเดียวเท่านั้น เรื่องอะไรต่อมิอะไรก็ลือไปถึงเมืองหลวงแล้ว หากฮ่องเต้ทรงทราบว่าข้าปิดตายเมือง ไม่ ให้ชาวบ้านเข้าออก ฮ่องเต้ย่อมพระราชทานโทษฐานกบฏให้ข้า เช่นนั้นข้าไม่มีทางรักษาหัวให้อยู่บนบ่าได้แน่นอน ไม่เพียงแค่ข้าเท่านั้น จวนสกุลเฉียนของข้าที่มีคนอาศัยอยู่นับร้อย ยก็ต้องตกตายไปตามๆ กัน”
ชายหนุ่มกัดฟัน “เรื่องนี้สำคัญนัก ไม่ว่าอย่างไรก็เปิดประตูเมืองไม่ได้ขอรับ”
ตอนนี้ใต้เท้าเฉียนเพิ่งพบว่าอาซื่อที่อยู่ตรงหน้าเปลี่ยนไปจากอาซื่อที่เขาพบเห็นเป็นประจำเป็นอย่างมาก นอกจากใบหน้านี้แล้ว น้ำเสียงยามพูดจา การแสดงความรู้สึกบนสีหน้า ความดุดั นยามกัดฟัน ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนอย่างไรอย่างนั้น
ใต้เท้าเฉียนเริ่มรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เกือบได้ใช้งานมันแล้ว? ใช้งานอะไร มันใช้ทำอะไรได้” เขารีบถาม
อาซื่อหัวเราะเย้ย “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ ตอนนี้ยังไม่สาย ถ่ายทอดคำสั่งปิดประตูเมือง อย่าให้พวกเขาหนีออกไปได้ ไม่เช่นนั้นทั้งเจ้าและข้าก็รักษาหัวให้อยู่บนบ่าไม่ได้แล้ว”
ใต้เท้าเฉียนรีบกล่าว “พวกเขาหนีไปไม่ได้ คนที่เข้าออกเมืองล้วนต้องถูกตรวจสอบ อีกทั้งพวกเขามีคนที่ใกล้ตายอยู่ด้วย จะหนีรอดไปได้อย่างไร”
อาซื่อตะคอกทันควัน “เจ้าเลอะเลือนหรือไร พวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา หากจะแฝงตัวออกไป เจ้าคิดว่ายากนักหรือไร ลูกน้องเหล่านั้นของเจ้าจะมีฝีมือสักเท่าไรกันเชียว เจ้าแน่ใจในฝีมือของพวก กเขาใช่หรือไม่”
ประโยคนี้ไม่น่าฟังอย่างยิ่ง แต่กลับเป็นความจริงทุกพยางค์ กระนั้นใต้เท้าเฉียนก็ยังคงไม่คิดจะออกคำสั่ง “หากตอนนี้ข้าปิดเมืองโดยที่ไม่มีเหตุผล แล้วเกิดไม่ถูกใจผูกรากมากดีจากเ เมืองหลวงข้างนอกประตูเมืองนั่น เขาต้องไปรายงานการกระทำของข้าแน่นอน ถึงตอนนี้ฮ่องเต้มีคำสั่งลงโทษลงมาแล้ว ไม่เพียงข้าเท่านั้นที่จะต้องตาย ครอบครัวของพวกข้าทั้งหมดก็จะต้องตาย ด้วยเช่นกัน”
อาซื่อหัวเราะอย่างเย็นชา “แต่หากวันนี้เจ้าปล่อยให้พวกเขาไป เกรงว่าแม้แต่พระอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้ เจ้าก็ไม่มีทางได้เห็นแล้ว”
ใต้เท้าเฉียนไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด “เจ้าอย่าได้เขียนเสือให้วัวกลัว ข้ารับราชการรับใช้ราชสำนัก หากไม่มีพระราชโองการของฮ่องเต้ ใครเล่าจะกล้าขัดคำสั่ง”
อาซื่อส่ายหน้า ปกติแล้วเขารู้สึกว่าใต้เท้าเฉียนผู้นี้ฉลาดเฉียบแหลม ไยตอนนี้เขากลับเลอะเลือนถึงเพียงนี้ได้
“ใต้เท้าเฉียน เจ้าลืมสิ่งที่เจ้ากำลังทำตอนนี้แล้วหรือ ตั้งแต่เจ้าลงเรือลำนี้ ก็เท่ากับเจ้าหักหลังฮ่องเต้ไปแล้ว เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วละ”
ใต้เท้าเฉียนชะงัก “เจ้าพูดมั่วแล้ว ข้าไปหักหลังฮ่องเต้ตั้งแต่เมื่อไร ข้าไม่เคยทำ”
“ปากเจ้าบอกว่าไม่เคยทำ แต่เจ้าทำไปแล้ว ต่อให้คุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ เขกศีรษะสักหมื่นครั้งบอกว่าเจ้าไม่ได้ทำ ก็เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อแล้ว”
เบื้องหน้าของใต้เท้าเฉียนพลันดำมืด เพียงรู้สึกว่าปวดศีรษะจนแทบจะระเบิด เสียงดังหึ่งๆ เกิดขึ้นเป็นระลอก คำพูดนั้นวนเวียนอยู่หลายรอบไม่ยอมหยุด ‘เจ้าหักหลังฮ่องเต้ไปแล้ว เจ้าหั กหลังฮ่องเต้ไปแล้ว’… แต่เขาไม่ได้ทำ เขาไม่ได้ทำสักหน่อย เขาคิดว่าเรื่องที่ตนเองกำลังทำเป็นความต้องการของฮ่องเต้ ถึงอย่างไรท่านอ๋องก็เป็นโอรสของฮ่องเต้นะ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...