ตอนที่ 793 หรือว่านางจะเป็นหมอเทวดาจริงๆ
“ไม่แน่ว่าอะไร ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ไม่มีทางให้นางรักษา ข้าไม่ต้องการเช่นนั้น ออกไป พวกเจ้าออกไปให้หมด” ฮูหยินเมิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
ไหนเลยเหล่าสาวใช้จะกล้าออกไป พวกนางทำได้เพียงยืนอยู่ไกลๆ เท่านั้น
จนสุดท้ายก็อดทนรอจนถึงตอนที่นายท่านและคุณชายกลับมา สองพ่อลูกกำลังคุยกันเรื่องงานในวันนี้ ขณะที่กำลังคุยกันอย่างออกรสออกชาติ แม่นมอู๋ก็รีบถลันมาถึงตรงหน้าพวกเขา “นาย ท่าน คุณชาย ไปดูฮูหยินหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่เป็นอะไรหรือ” เมิ่งหนานรีบถาม
“ฮูหยินอาการกำเริบอีกแล้วเจ้าค่ะ ท่าทางไม่ดีเอาเสียเลย หมอและหมอหลวงจางต่างมาตรวจดูแล้ว ทว่าทุกคนล้วนหมดหนทางเจ้าค่ะ”
สองพ่อลูกปรีไปยังเรือนฝูโซ่ว ทันทีที่เข้าไปในเรือนก็เห็นฮูหยินเมิ่งนอนหายใจหอบหนักอยู่บนเตียง ตาทั้งสองข้างปิดสนิท สีหน้าย่ำแย่ยิ่งนัก
“พวกเจ้าดูแลฮูหยินกันอย่างไร เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้” ใต้เท้าเมิ่งคาดคั้นกับสาวใช้ในเรือน
เหล่าสาวใช้พากันคุกเข่าลง ก้มหน้าลงกับพื้นไม่พูดจา
ใต้เท้าเมิ่งมองฮูหยินที่นอนอยู่บนเตียง เอ่ยพึมพำกับตนเองว่า “หรือยาของแม่นางไป๋จะไม่ได้ผล”
เมิ่งหนานส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้ วิชาแพทย์ของจื่อเอ๋อร์ยอดเยี่ยมปานนั้น ยาของนางจะไม่ได้ผลได้อย่างไร ต้องมีเหตุผลอื่นเป็นแน่”
จนป่านนี้แล้ว ใครเล่ายังจะกล้าพูดโกหก สาวใช้คนหนึ่งคลานเข่าออกมาข้างหน้า เล่าเรื่องที่เมื่อวานฮูหยินโยนขวดยาทิ้ง จนขาของตนเองบาดเจ็บออกมาเสียรอบหนึ่ง
สาวใช้อีกคนหนึ่งก็คลานเข่ามาข้างหน้าเช่นกัน และเล่าเรื่องที่ฮูหยินกินดื่มตามใจรอบหนึ่งด้วย
ใต้เท้าเมิ่งโมโหไม่น้อย ชี้หน้าต่อว่าสาวใช้ยกใหญ่ “พวกเจ้าไร้ประโยชน์นัก เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้วกลับไม่รายงาน ต้องรอฮูหยินป่วยจนเป็นเช่นนี้ก่อนถึงค่อยยอมพูดความจริง”
พวกสาวใช้ที่หมอบอยู่กับพื้นต่างก็ตัวสั่น ผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
เมิ่งหนานหมุนกายจะออกไป ทว่าใต้เท้าเมิ่งรั้งเขาไว้เสียก่อน “ตอนนี้เจ้าจะไปที่ไหนอีก”
“ข้าจะไปหาไป๋จื่อ นางอาจจะยังมียาอยู่ก็ได้ ข้าจะไปนำยามาก่อนสักหน่อย พอให้ผ่านสองวันนี้ไปได้แล้วค่อยว่ากันขอรับ” เมิ่งหนานว่า
ใต้เท้าเมิ่งพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน เจ้ารีบไปรีบกลับเถอะ”
เมิ่งหนานฟาดแส้เร่งม้าไปถึงคฤหาสน์ตงฟาง ข้ารับใช้ที่รับหน้าที่เฝ้าประตูเห็นเขาเข้า ก็เข้าไปรายงานทันที
ตงฟางมู่ไม่พอใจอย่างมาก “ไยเจ้าหนุ่มคนนี้กลับมาอีกแล้ว ไม่จบไม่สิ้นเสียที เห็นจื่อเอ๋อร์ของข้าเป็นหมอที่สกุลเมิ่งเรียกหาได้ตามใจชอบหรือไร”
“นายใหญ่ ข้าน้อยว่าคุณชายเมิ่งร้อนใจมากทีเดียว เกรงว่ามารดาของเขาจะป่วยหนักอีกแล้วกระมัง
“เจ้าไปบอกคุณหนูไป๋เถอะ” ตงฟางมู่ถอนใจพลางโบกมือ
ข้ารับใช้รีบไปในทันใด ไม่นานนักไป๋จื่อก็ถือล่วมยาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูแล้ว
เมิ่งหนานอ้าปากหมายจะเล่าเรื่องราว ทว่านางกลับไม่สนใจ “ไม่ต้องพูดอะไรเยอะหรอกเจ้าค่ะ ไปเถอะ ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า”
เขาขึ้นบนหลังม้า ส่วนนางก้าวขึ้นรถม้า จากนั้นทั้งสองคนก็ตามหลังกันมุ่งหน้าไปยังจวนสกุลเมิ่ง
ครั้นลงจากรถม้า เมิ่งหนานคิดจะเข้าไปประคองนางตามสัญชาตญาณ แต่นางกลับทำเป็นมองไม่เห็นมือข้างนั้นที่เขายื่นให้ มือข้างหนึ่งของนางถือล่วมยา ส่วนมืออีกข้างหนึ่งยกชายกระโป ปรงขึ้น แล้วเหยียบบันไดลงจากรถม้า
เมิ่งหนานชักมือกลับอย่างเก้ๆ กังๆ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เมื่อไป๋จื่อมาถึงเรือนฝูโซ่ว ฮูหยินเมิ่งหลับไปแล้ว ทว่าเสียหอบหายใจยังคงหนักหนา สีหน้าก็ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก นางจึงยื่นมือไปสัมผัสบนหน้าผากของอีกฝ่าย มันเริ่มร้อนขึ้นเช่น นนี้นางคิดไว้จริงๆ
นางถามสาวใช้วัยชราคนหนึ่งทันที “ฮูหยินบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”
สองชั่วยามให้หลัง สาวใช้ก็นำยาลูกกลอนที่เพิ่งออกจากเตาหลอมมาให้
ฮูหยินเมิ่งตื่นพอดี พอเห็นยาลูกกลอนเม็ดนี้แล้ว นางก็ได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคยด้วยทันที ถามว่า “เจ้าได้มันมาจากที่ไหน”
ไหนเลยสาวใช้จะกล้าพูดปด ตอบทันควัน “นี่เป็นยาลูกกลอนที่แม่นางไป๋เพิ่งหลอมเสร็จเจ้าค่ะ นางให้บ่าวนำมาให้ท่านกินก่อน”
ในใจฮูหยินเมิ่งพลันมีไฟโทสะสุมขึ้นมา โดยเฉพาะต่อหน้าบุตรชายและนายท่าน นางยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ พลันคว้ายาลูกกลอนในมือสาวใช้มาขว้างทิ้งลงบนพื้น “ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่กิ นยาของนาง”
ไป๋จื่อเดินมาถึงหน้าประตูเรือนพอดี นางได้ยินคำพูดนี้ชัดเจนเต็มสองหู ทว่าจังหวะก้าวเดินของนางกลับไม่ได้หยุด ยังคงเดินเข้าไปในเรือน พลางยิ้มหวานว่า “ฮูหยินเมิ่ง หากท่านไม ม่กินยาของข้า ท่านมีชีวิตอยู่ไม่พ้นเดือนนี้แน่”
ฮูหยินเมิ่งยิ่งโมโหหนักขึ้น “ข้าจะตาย ข้าไม่กินเด็ดขาด”
ฝ่ายไป๋จื่อประสานมือคารวะ “ใจกล้ายิ่งนัก ผู้อ่อนอาวุโสนับถืออย่างยิ่ง แต่ข้าขอเตือนท่านสักคำ หากท่านตายไปจริงๆ ท่านจะจัดการเรื่องของจวนสกุลเมิ่งไม่ได้อีกต่อไป ต่อไปบุตรชาย ยท่านอย่างแต่งกับใครก็ย่อมแต่งกับคนนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นข้าก็ได้ หรืออาจจะเป็นคนที่ท่านเกลียดยิ่งกว่าข้าสักคน เป็นเช่นนี้แล้วท่านจะลงไปยังปรโลกได้อย่างสงบหรือ”
ฮูหยินเมิ่งโมโหจนมือสั่น ตรงหน้าปรากฏสีดำเป็นระลอก นางรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นความจริง หากนางตายไป บุตรชายอยากแต่งกับใครก็ย่อมแต่งกับคนนั้นแน่ ไหนเลยนางจะกะเกณฑ์ อะไรได้อีก หากไม่ได้เห็นวันที่บุตรชายแต่งงาน ไม่มีวันได้อุ้มหลาน เช่นนั้นไม่เท่ากับชาตินี้ของนางเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์หรอกหรือ
ไม่ นางจะให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด
ไป๋จื่อยัดยาใส่ในมือเมิ่งหนาน กล่าวทิ้งท้ายอย่างเย็นชาว่า “อยากจัดการเรื่องการแต่งงานของบุตรชายท่าน ก็จงมีชีวิตต่อไปเสีย มีเพียงมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น ปากนี้ของท่านถึงจ จะได้ใช้งาน ไม่เช่นนั้นก็มีเพียงแต่ดินกองพะเนิน ได้รับธูปดอกเดียวและผลไม้ถาดหนึ่งในช่วงเทศกาลเช็งเม้งแล้ว”
แม้คำพูดของนางจะดูร้ายกาจ ไม่น่าฟัง แต่ทุกคนล้วนรู้ชัดแจ้งแก่ใจดี ว่านางตั้งใจจะกระตุ้นฮูหยิน
เป็นไปตามคาด ไป๋จื่อพูดจบไม่เท่าไร ฮูหยินก็ฉวยขวดยาจากในมือเมิ่งหนาน นางเทยาออกจากขวดให้ตนเองเม็ดหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ากลืนเม็ดยาลงคอโดยไม่ต้องกินน้ำตาม “อยากให้ข้าตาย หรือ คิดจะรอให้ข้าตายก่อน แล้วค่อยก้าวผ่านประตูสู่ห้องนอนใช่หรือไม่ ข้าจะบอกเจ้าให้ เจ้าตัดใจเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า ข้าไม่มีทางให้เจ้าสมใจปรารถนาหรอก”
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงถือล่วมยาเดินจากไป
เมิ่งหนานตามไปส่งนาง “จื่อเอ๋อร์ วันนี้เจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...