ตอนที่ 795 คนที่คิดถึง
ไป๋จื่อยักไหล่ “ไม่เท่าไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าอารมณ์ดีทีเดียว ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมอะไร” นี่เป็นความจริง แม้ฮูหยินเมิ่งจะไม่ให้เกียรตินาง แต่นางไม่ยอมอ่อนข้อต่อหน้า ฮูหยินเมิ่งเช่นกัน และเพื่อรักษาฮูหยินเมิ่ง คนที่ขายหน้าคือเมิ่งหนานต่างหาก นางจึงไม่รู้สึกว่าตนเองตกเป็นเบี้ยล่างต่อหน้าฮูหยินเมิ่ง
เมิ่งหนานยิ้มขมขื่น ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อ แต่เขากลับได้ยินไป๋จื่อพูดว่า “มีบทเรียนในครั้งนี้แล้ว คาดว่าวันหลังฮูหยินจะรู้ถึงความร้ายแรง ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไปแล้ว นะเจ้าคะ นางไม่มีทางเป็นอะไร อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไร แต่ข้าขอเตือนท่านสักคำ นางเป็นโรคนี้แล้ว เมื่อไรที่มีบาดแผลบนร่างกายจะไม่อาจหายสนิทได้โดยง่าย บาดแผลที่ทั่วไปห หายเองได้ในสองสามวัน นางกลับต้องใช้เวลาสิบวันถึงครึ่งเดือน โดยเฉพาะบนขา ต้องระมัดระวังจนถึงที่สุด หากจัดการไม่ดี ก็เป็นไปได้ว่าจะต้องเสียขาข้างนั้นไป”
“เดิมทีข้าอยากช่วยนางดูแผลที่ขา แต่ท่าทางเช่นนั้นของนางคงไม่ยอมให้ข้าดูแน่ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พรุ่งนี้ท่านก็ตามหมอหลวงจางมาดูให้นางเถอะเจ้าค่ะ เปลี่ยนยา เปลี่ยนผ้าพั นแผล ยาใดที่ควรใช้ล้วนใช้ได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องกังวลมากมาย ยาลดน้ำตาลที่ข้าหลอมอ่อนโยนมาก สามารถประสานกับยาอื่นได้ง่าย ท่านวางใจได้เลยเจ้าค่ะ”
เมิ่งหนานพยักหน้า “ข้าจะจำไว้ ครั้งนี้ลำบากเจ้าแล้ว”
ไป๋จื่อยิ้มจางพลางมองเขา ใบหน้าที่เดิมทีสดใส ในตอนนี้มีแต่ความเหนื่อยล้าเท่านั้น
นางอดใจไม่ไหว ถอนใจเสียงเบา “ในบ้านท่านมีคนเป็นโรคเบาหวาน ถือเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจมาก ท่านเป็นบุตร เป็นห่วงเป็นใยจึงสมควรแล้ว แต่ท่านก็ต้องดูแลสุขภาพด้วย อย่าให้ตน นเองเหนื่อยจนล้มป่วยไป ข้าว่าหากเป็นเช่นนั้นฮูหยินต้องปวดใจแน่”
เมิ่งหนานพลันตาเป็นประกาย นี่นางเป็นห่วงเขาหรือ
ทว่าสุดท้ายนางก็เปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่า “ท่านรับหน้าที่อยู่ในกรมพิธีการหรือ”
เมิ่งหนานพยักหน้า “ใช่ เป็นขุนนางเล็กๆ คนหนึ่ง”
ไป๋จื่อยิ้มว่า “อำนาจของสกุลเมิ่งอยู่ตรงนี้ ถึงแม้ท่านจะเป็นขุนนางเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เลื่อนขั้นไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
เมิ่งหนานนึกถึงวาจาที่นางยั่วแหย่มารดาเมื่อครู่ นางไป๋จื่อพึ่งพามือสองข้างของตนเองสร้างความมั่งคั่ง แต่บางคนกลับอาศัยบารมีบรรพบุรุษก้าวไปข้างหน้า ตัวเขาเองก็ไม่ยกเว้นกระม มัง
“ได้ยินว่าทูตแคว้นจินจะมาถึงเมืองหลวงแล้วใช่หรือไม่ อีกเดี๋ยวกรมพิธีการของพวกท่านต้องยุ่งแน่นอน!” ไป๋จื่อถามอีก
เมิ่งหนานเข้าใจในทันที ที่แท้นางก็อยากถามถึงเรื่องนี้นี่เอง
คนที่เดินทางไปต้อนรับคณะทูตแคว้นจินมาเมืองหลวงที่เมืองชิงหยางก็คือจิ้นอ๋อง หูเฟิง คนที่นางคิดถึงอยู่ตลอดเวลา
“เจ้าอยากถามว่าเมื่อใดจิ้นอ๋องจะกลับมากระมัง” เสียงของเขาเบามาก พร้อมกับทำทีท่าเหมือนว่าไม่ใส่ใจเท่าไรนัก
แต่ยิ่งเขาตั้งใจทำเท่าไร เขาก็ยิ่งใส่ใจมากเท่านั้น
ไป๋จื่อยิ้มจาง “หากท่านรู้ก็บอกข้าเถอะ แต่หากไม่รู้ก็ไม่เป็นไร”
เมิ่งหนานลอบถอนใจ ก่อนจะเอ่ยว่า “เดิมทีกำหนดว่าจะมาถึงเมืองหลวงในวันที่เก้า แต่ตอนนี้เลยกำหนดมาสามวันแล้ว จิ้นอ๋องก็ยังไม่ส่งคนมาส่งข่าว ได้ยินว่าฮ่องเต้ส่งคนไปสืบข่าวแล้ว ”
“อื้ม!” นางตอบรับเสียงเบา ไม่ได้พูดอะไรอีก
เมิ่งหนานส่งนางขึ้นรถ ส่วนเขาขี่ม้าตามอยู่ข้างหลัง มองรถม้ามุ่งไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า สตรีที่เขารักอยู่ในรถ หากเขาปกป้องอยู่ข้างกายนางได้ตลอดไปเช่นนี้คงจะดีไม่น้อย
แต่ช่วงเวลาเช่นนี้จะมีได้อีกกี่ครั้งกัน
เมื่อมีกำหนดงานแต่งงานของนางกับหูเฟิงลงมา นางย่อมไม่อาจออกจากจวนตามใจชอบ และเดินทางร่วมกับบุรุษเช่นนี้ได้อีก
ยามที่รถม้าเคลื่อนไปถึงถนนเชียนเว่ย กลิ่นหอมดึงดูดสายหนึ่งก็โชยมาจากในตรอกแห่งหนึ่ง
เวลานี้เลยเวลาอาหารเย็นมาแล้ว ไป๋จื่อหิวจนหน้าอกติดกับแผ่นหลัง ทันทีที่ได้กลิ่นหอมนี้ หนอนตะกละในท้องของนางก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมา
……….
ตอนที่ 796 ถนนเชียนเว่ย
“หยุดรถ!”
เมื่อรถม้าหยุดลงแล้ว เมิ่งหนานก็ปรี่มาข้างหน้า “เกิดอะไรขึ้นหรือ”
ไป๋จื่อลอดศีรษะออกมาจากด้านใจ ดวงตาจ้องมองไปยังโคมไฟเรืองรองในถนนเชียนเว่ย ยิ้มหวานว่า ”ข้าหิวเจ้าค่ะ พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ!”
เมิ่งหนานมองเขาด้วยหางตา “เจ้ามากินไยไม่เรียกข้ามาด้วย เหตุใดข้าถึงไม่รู้ว่าที่นี่มีถนนเส้นหนึ่งเช่นนี้”
ฝ่ายจินเสี่ยวอันหัวเราะก๊าก “คุณชาย ท่านเป็นคุณชายของสกุลเมิ่ง ไหนเลยข้าจะกล้าเรียกท่านมาที่นี่ ที่นี่เป็นสถานที่ของพวกชาวบ้านอย่างพวกข้ามากกว่า”
เมิ่งหนานทำท่าทางจะลงไม้ลงมือ จินเสี่ยวอันจึงวิ่งหนีเข้าไปในร้าน ทว่าเมิ่งหนานไม่ยอมแพ้ สาวเท้าวิ่งตามไปทันที เมื่อวิ่งไล่กันในร้านเช่นนี้แล้ว ก็เหมือนกับเด็กไม่รู้จักโตสอ องคนอย่างไรอย่างนั้น
ไป๋จื่อเอ่ยกับคนขับรถว่า “เจ้าก็เข้ามาด้วยกันเถอะ คงจะหิวแย่แล้วกระมัง”
“ไม่เลยขอรับ ข้ายังไหวอยู่!” คนขับรถรีบตอบ
ทั้งสองคนตามหลังกันเข้าไปในร้าน ด้านในมีลูกค้าคนอื่นกำลังกินอาหารอยู่ โต๊ะที่ว่างเหลือเพียงสองโต๊ะเท่านั้น แต่ละโต๊ะนั่งได้สองคน
คนบังคับรถย่อมนั่งโต๊ะเดียวกับจินเสี่ยวอัน ส่วนไป๋จื่อนั่งโต๊ะเดียวกับเมิ่งหนาน
เจ้าของร้านรีบมาต้อนรับ เกรงใจและกระตือรือร้นกว่าต้อนรับคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
มนุษย์จะมากจะน้อยล้วนเป็นเช่นนี้ ชินไว้เสียเถอะ!
พวกเขาสั่งน้ำแกงเผ็ดสี่ถ้วย เนื้อผัดพริกสองจาน และบะหมี่หยางชุน[2]อีกสี่ชาม
“ดีเลย แม่นางเป็นผู้เชียวชาญจริงๆ น้ำแกงเผ็ด บะหมี่หยางชุน และเนื้อผัดพริก เหมาะจะกินด้วยกันยิ่งนัก”
นางย่อมกินเป็นอยู่แล้ว ไม่เพียงแค่กินเป็นเท่านั้น ยังทำเป็นอีกต่างหาก
……….
[1] รสนิยมดี หรือ 好味道 พ้องเสียงกับรสชาติดี เมิ่งหนานเลยคิดว่าไป๋จื่อพูดว่ารสชาติดี
[2] บะหมี่หยางชุน (阳春面) คือ บะหมี่ในน้ำซุปใส โดยน้ำซุปจะมีส่วนผสมของน้ำมันจากต้นหอมด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...