ตอนที่ 797 สองตำลึงเงิน
เจ้าของร้านเห็นพวกเขาแต่งตัวสดสวย ข้างนอกมีทั้งม้าและรถม้าจอดอยู่อีกต่างหาก ย่อมรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา อย่างไรก็ต้องต้อนรับขับสู้ให้มากกว่าลูกค้าคนอื่นหน่อย
เมื่ออาหารมาถึงโต๊ะ เด็กชายที่โต๊ะข้างๆ ก็ยืดคอมองมาทางพวกเขา เห็นว่าในจานเนื้อผัดพริกของพวกเขามีเนื้อวัวกองพะเนิน พวกตนก็สั่งเนื้อผัดพริกจานหนึ่งเช่นกัน ทว่าปริมาณแตก กต่างกันอย่างชัดเจน เด็กชายไม่เข้าใจ จึงถามบิดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันว่า “ท่านพ่อ เหตุใดเนื้อผัดพริกของพวกเขาถึงมากกว่าพวกเรา ชามที่ใส่บะหมี่ชุนหยางก็ใหญ่กว่าพวกเราเช่นกั น ในน้ำแกงเผ็ดเหมือนจะใส่ฟองเต้าหู้อีกต่างหาก แล้วไยพวกเราถึงไม่มีบ้าง”
บิดาเขาหยุดกินบะหมี่ แล้วหันศีรษะมามองครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ลูบผมบุตรชาย กล่าว “เจ้าต้องตั้งใจเรียนหนังสือ วันใดเจ้าสอบขุนนางสำเร็จ ได้สวมชุดขุนนางกินมาบะหมี่ที่นี่ เถ้าแก่ย ย่อมใส่ชามใหญ่ให้เจ้ากินแน่นอน”
จินเสี่ยวอันเพิ่งกินน้ำแกงเผ็ดไปได้คำเดียว เมื่อได้ยินประโยคนี้เข้า เขาแทบจะพ่นน้ำแกงออกมาในทันที แม้กระทั่งไออยู่ตั้งนาน ร้อนไปทั้งคอเลยทีเดียว
เถ้าแก่เดินไปด้วยสีหน้าลำบากใจ ทำเสมือนว่าไม่ได้ยิน
ไป๋จื่อกลับยิ้มว่า “พูดถูกต้อง เหตุผลนี้แหละ!”
คำพูดของไป๋จื่อทำให้เถ้าแก่หน้าเสีย ได้แต่กลับไปที่หลังครัวอย่างเงียบๆ นอกจากจะมีคนเรียกเขาเก็บเงิน เขาไม่มีทางออกมาเป็นอันขาด
น้ำแกงเผ็ดอร่อยมากจริงๆ อร่อยว่าที่นางเคยกินก่อนหน้านี้มากนัก รสชาติภายในเนื้อผัดพริกก็จัดจ้านมาก น่าจะเปลืองแรงผัดอยู่เหมือนกัน
ปริมาณอาหารเยอะเกินไป กินไม่หมดจริงๆ ไป๋จื่อจึงให้เถ้าแก่ห่อเนื้อผัดพริกที่เหลือ รวมถึงน้ำแกงเผ็ดสามถ้วยกลับบ้าน เพื่อให้ตงฟางมู่และมารดาทั้งสองได้ชิมด้วย
เถ้าแก่เห็นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ แม่นางที่แต่งตัวดีเช่นนี้ กินเสร็จแล้วห่อของเหลือด้วยหรือนี่ นี่ไม่เท่ากับเสียเกียรติหรืออย่างไร
“ท่านจะห่อกลับบ้านจริงๆ หรือ” เถ้าแก่ถาม
ไป๋จื่อพยักหน้า “แน่นอนว่าจริง ไม่เช่นนั้นก็เสียของแย่ อีกอย่าง ของที่พวกข้ากินแล้ว นำไปให้คนอื่นกินต่อก็คงไม่ดีเท่าไรนัก”
เถ้าแก่พยักหน้าหงึกหงัก “จริงด้วย คุณหนูพูดถูกต้อง”
บุรุษที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ได้ยินดังนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง ไป๋จื่อเองก็กำลังมองไปทางเขาเช่นกัน ดวงตาของคนทั้งสองสบกันพอดี จากนั้นก็เคลื่อนออก รา าวกับว่าต่างคนต่างไม่เห็นกัน
หลังจากเถ้าแก่จัดการเนื้อผัดพริกที่เหลือและน้ำแกงสามถ้วยเรียบร้อย ไป๋จื่อก็เงยหน้ามองไปยังตารางแสดงราคาอาหารบนผนัง ยิ้มว่า “ข้าคิดดูแล้ว ทั้งหมดสองตำลึงเงิน นี่ให้เจ้า” ” ครั้นพูดจบ นางก็หยิบเงินสองตำลึงส่งให้เถ้าแก่
เถ้าแก่ทำหน้าตางุนงง เพราะหากคิดตามราคาที่เขียนไว้บนผนังแล้ว ความจริงแล้วทั้งหมดราคาสองตำลึงเงินจริงๆ แต่ปริมาณอาหารที่เขาให้พวกเขามากกว่านั้นไม่ใช่หรือ
แต่เรื่องนี้เขาลำบากใจที่จะพูด เดิมทีคิดว่าคนที่สวมเสื้อผ้าหรูหราเช่นพวกเขามากินข้าวที่นี่ ย่อมไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องเงิน ไม่แน่ว่าหากกินแล้วพึงพอใจ ก็อาจจะจ่ายก้อนเงิน นหนักสิบตำลึงให้
ใครจะรู้ว่าจะได้พบคนที่ขี้เหนียวเช่นนี้
ไป๋จื่อไม่สนใจสีหน้าเจื่อนๆ ของเถ้าแก่ นางหันหน้าไปกล่าวกับเด็กชายโต๊ะข้างๆ “น้องชาย เจ้าจงจำไว้ ต่อให้เจ้าเป็นขุนนางใหญ่แล้ว ตอนออกไปกินข้าวข้างนอก ควรจ่ายเท่าไรก็จ่ายเท่านั น อย่าได้เอาเปรียบใคร และไม่จำเป็นต้องจ่ายมากจนเกินราคา ซื้อขายควรจะยุติธรรม เข้าใจหรือไม่”
เด็กชายมองบิดาครั้งหนึ่ง เขาเห็นบิดาพยักหน้า จึงเอ่ยว่า “ข้าเข้าใจขอรับ”
นางลูบศีรษะเด็กชาย แล้วหมุนกายเดินจากไป
จนกระทั่งรถม้าเคลื่อนไปไกลแล้ว เถ้าแก่ถึงจะกล้าพูดออกมาว่า “คนอะไร กินไม่หมดก็อย่ากินสิ กินของข้าเยอะขนาดนี้แล้ว ยังจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยอีก ขี้งกเสียจริง”
บิดาของเด็กชายได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้ว พ่อนจะวางตะเกียบลงเสียงดังปัง เขากล่าวกับเถ้าแก่ทันที “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดแม่นางผู้นั้นถึงให้เงินเจ้าเพียงสองตำลึงเงิน เพราะนางอยาก มอบบทเรียนให้เจ้า แต่เจ้ากลับไม่ยอมรับรู้เสียนี่”
ไหนเลยองครักษ์จะรู้ เขาอยู่ที่จวนอ๋องตลอดเวลา แม้กระทั่งไม่เคยไปเมืองจินหยาง สถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้แน่ชัด
“ท่านอ๋อง สายลับผู้นั้นถูกจับแล้วเช่นกันขอรับ”
ฉู่เฟิงหน้าเปลี่ยนสี “ถูกจับแล้ว? ถูกใครจับไป”
องครักษ์กล่าวว่า “ถูกจิ้นอ๋องจับขอรับ เขาเห็นว่าเสียเรื่องแล้ว จึงลงมือยิงจิ้นอ๋องเสียเลย แต่ใครจะรู้ว่า…จะเสียมือไป…”
ฉู่เฟิงโมโหจนเขวี้ยงโถล้างพู่กันที่เขาชอบที่สุดทิ้งไป เรื่องนี้เขาเหมือนเสด็จแม่ยิ่งนัก ไม่พอใจขึ้นมาก็โยนข้าวของทิ้ง
“โง่นัก นั่นเท่ากับส่งตัวเองไปถึงมืออีกฝ่ายแล้ว” วรยุทธ์ของน้องชายผู้นี้ แม้แต่เขาเองก็มองไม่ออก ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเก่งกาจถึงขั้นไหน หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ ๆ เขาไม่มีทางใช้งานนักฆ่า ถึงอย่างไรฉู่เยี่ยนและคนสนิทของเขาต่างก็เป็นยอดฝีมือ การลอบสังหารเสี่ยงเกินกว่าจะประสบผลสำเร็จ
“ไท่จื่อแคว้นจินเล่า พบตัวหรือไม่”
องครักษ์ส่ายหน้า “ยังไม่พบขอรับ ราวกับหายตัวไปอย่างไรอย่างนั้น ไร้ร่องรอย”
“แล้วองค์หญิงที่ถูกพิษเป็นอย่างไรบ้าง ตายแล้วหรือยัง” ฉู่เฟิงถามอย่างไม่สบอารมณ์
องครักษ์ส่ายหน้าอีกครั้ง “เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัดขอรับ มีคนช่วยองค์หญิงและสาวใช้คนนั้นไป แทบจะแน่ใจได้ว่าเป็นฝีมือของจิ้นอ๋อง เพราะตอนที่จิ้นอ๋องถึงเมืองจินหยาง ก็ไม่พบตั วพวกนางแล้ว พลิกแผ่นดินตามหาทั่วทั้งเมืองแล้วก็ไม่พบร่องรอย เช้าวันรุ่งขึ้น จู่ๆ เขากลับปรากฏตัวนอกเมืองจินหยาง บอกว่าเดินทางมาต้อนรับทูตแคว้นจิน”
ฉู่เฟิงโมโหจนแทบกระอักเลือด วางแผนมาตั้งนาน สังหารคนไปมากมาย ผลสุดท้ายจัดการฉู่เยี่ยนไม่ได้ กลับเป็นเขาเองที่ตกอยู่ในอันตราย อาจจะถูกกล่อมให้สารภาพทุกเมื่อด้วยซ้ำไป
“ท่านอ๋อง ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดีขอรับ” องครักษ์ถาม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...