“ด้านหน้ามีค่ายใหญ่อยู่ค่ายหนึ่ง นามว่าค่ายอสูรฟ้าดูดจิต ดูแล้วน่าจะมียอดฝีมือทางด้านวิชาค่ายกลมาจากโลกาอสูรฟ้า” ซุ๋นซินเหลียน เอ่ยพูดเสียงขรึม
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ หลัวซิวก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งขรึมขั้นมา เขาเพียงแต่สามารถมองเห็นสถานที่ที่ไม่มีอยู่บางที่ได้ แต่กลับไม่พบว่าด้านหน้านั้นคือค่ายใหญ่ค่ายหนึ่ง อีกทั้งยังมองที่มาของค่ายใหญ่ไม่ออก
สิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าระดับความเชี่ยวชาญของด้านค่ายกลของซุ๋นซินเหลียนนั้น ห่างไกลจนเขาไม่สามารถเทียบชั้นได้
“ค่ายอสูรฟ้าดูดจิตคือค่ายเทพระดับสามแห่งโลกาอสูรฟ้า เจ้ามีวิธีจัดการได้หรือไม่?” ช่าจื่อเยียนเอ่ยถาม
ซุ๋นซินเหลียนยิ้มบาง ๆ “ค่ายอสูรฟ้าดูดจิตเป็นค่ายเทพระดับสามแน่นอน แต่ว่าผู้ที่จัดวางกลับไม่ใช่นักค่ายเทพระดับสาม อย่างมากก็เป็นนักค่ายเทพระดับหนึ่งเท่ากับข้า”
“เหย ๆ ข้าไม่ได้ลงไม้ลงมือมานานหลายปีแล้ว หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่อ่อนเกินไปก็พอ”
ระหว่างที่พูด หัวคิ้วของซุ๋นซินเหลียนก็มีเข็มทิศอันประณีตชิ้นหนึ่งออกมา เห็นเพียงแค่เข็มทิศนั้นค่อย ๆ ลอยขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ด้านบนมีลายค่ายและสัญลักษณ์สลักเอาไว้อย่างแน่นหนา เป็นสมบัติอันสมบูรณ์แบบชิ้นหนึ่งที่ใช้วิชาค่ายกลสังเวยออกมา
“พวกเราไปกัน!”
ซุ๋นซินเหลียนมือจับเป็นวิชาค่ายกล วิชาค่ายกลทุกวิชาต่างก็ซับซ้อนถึงที่สุด เต็มไปด้วยความลึกลับไร้ที่สิ้นสุด ทำให้หลัวซิวรู้สึกว่าสายตาพร่ามัว ไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้
ตามที่นางได้สำแดงวิชาค่ายกลวิชาแล้ววิชาเล่า เข็มทิศค่ายกลมีลายค่ายและสัญลักษณ์ลอยออกมานับไม่ถ้วน พันรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นค่ายใหญ่ค่ายหนึ่ง ปกป้องทุกคนที่อยู่บนหลังของงูมรณาจิ่วหยินเอาไว้ภายในค่ายใหญ่
“ซุ๋นซินเหลียน ได้ยินมาว่าเจ้าคือนักค่ายเทพที่อายุน้อยที่สุดแห่งโลกเสวียนเทียน เจ้าสามารถทำลายค่ายอสูรฟ้าดูดจิตของข้าหรือไม่?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: มหายุทธ์ สะท้านภพ
มึงๆ กูๆ เชี้ยไรเยอะแยะวะ นิยายจีนนะโว้ย อ่านเจอแล้วสดุดเสียรมตลอด...
แปลต่อทีค่า รออ่านอยู่นะคะ🥺🥺...
มีต่อไหมครับ...
รออยู่นะครับ...
เรื่องเก่าอัพเดตบ้าง ไม่ใช่ลงแต่เรื่องใหม่...
เมื่อไรจะลงซักที...
เค้ายังแปลอยู่ไหมครับ...
ไม่ลงให้อ่านซักที...
รออานยุ...
รอต่อไปครับ...