“ปัง!”
ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นสั่นไหวดังมาจากบริเวณช่วงกลางเขา หลังจากได้ยินเสียงนั้นหลัวซิวก็เงยหน้าขึ้นไปตามทิศทางของเสียง แต่สายตากลับถูกบดบังด้วยม่านแสงวิชาห้ามค่ายกลจำนวนมาก ไม่สามารถมองแห็นได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
“ท่านนาย ต้องมีใครบางคนกำลังบังคับโจมตีม่านป้องกันค่ายกล ข้าสัมผัสได้ถึงออร่าของเทวมังกร” เทพมารอสูรเหยี่ยวทองพูดเสียงเรียบ เขารู้ดีว่าหากถูกเทวมังกรรู้เข้าว่าเขายอมจำนนต่อหลัวซิว ด้วยอารมณ์ร้ายของเทวมังกรจำต้องทำลายเขาเป็นจุลอย่างแน่นอน
เทวมังกรผู้นี้คือผู้แข็งแกร่งแดนเทพมารขั้นสูงแห่งโลกมาร เขาแข็งแกร่งมากเสียจน แม้ว่าหลัวซิวจะแกร่งกว่านี้อีกสิบเท่าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
หลัวซิวไม่ได้เลือกที่จะทำลายค่ายด้วยตนเอง แต่เดินไปตามช่องทางที่คนก่อนหน้านี้ได้เปิดไว้แล้ว ผ่านทะลุม่านป้องกันค่ายกลวิชาห้ามที่เข้มข้นเข้าไป
จากนั้นไม่นาน หลัวซิวก็ได้มาถึงบริเวณกลางภูเขา แต่ในเวลานี้เอง จู่ ๆ ก็มีพลังกดขี่ที่น่าสะพรึงกลัวที่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ลอยลงมา
พลังกดขี่นี้หนักอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่ามีภูเขาหลายร้อยลูกอยู่บนหลังของเขา เป็นการยากที่จะขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว
กระทั่งพลังกดขี่นี้ไม่ใช่เพียงแต่เล่นงานมาที่ตัวของเขา ยังเล่นงานไปที่จิตใจของเขาด้วย ราวกับว่ายืนอยู่ต่อหน้าเทพเจ้าผู้เป็นอมตะ ในเวลานี้ได้สำแดงความยิ่งใหญ่ของตนออกมา ทำให้ผู้คนยอมจำนนและก้มคำนับต่อเขา
จิตใจของหลัวซิวประสบความทุกข์ยากมามากมาย จึงได้มั่นคงอย่างมากแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากออร่านี้
แต่ถึงแม้เขาจะทนได้ แต่ออร่านี้พุ่งทะลุตัวหยั่งรู้ ผลลัพธ์แบบเดียวกันเดขึ้นกับเทพมารอสูรเหยี่ยวทอง เทพมารอสูรผู้นี้ผลการฝึกตนสูงกว่าเขา แต่จิตใจกลับด้อยกว่ามาก ในเวลานี้เหงื่อท่วมทั่วตัว ราวกับกำลังจะคุกเข่าลงไปแล้ว
“นี่คือบรรยากาศของเทพสงครามเอกภพงั้นหรือ?”
หลัวซิวยืนอยู่ที่เดิม ในใจเต็มไปด้วยความชื่นชม
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: มหายุทธ์ สะท้านภพ
มึงๆ กูๆ เชี้ยไรเยอะแยะวะ นิยายจีนนะโว้ย อ่านเจอแล้วสดุดเสียรมตลอด...
แปลต่อทีค่า รออ่านอยู่นะคะ🥺🥺...
มีต่อไหมครับ...
รออยู่นะครับ...
เรื่องเก่าอัพเดตบ้าง ไม่ใช่ลงแต่เรื่องใหม่...
เมื่อไรจะลงซักที...
เค้ายังแปลอยู่ไหมครับ...
ไม่ลงให้อ่านซักที...
รออานยุ...
รอต่อไปครับ...