“อุ๊บ!! แหวะ!!” ชิงเหลียนตั้งสติได้ก็รีบคายเนื้อปลารสหวานในปากทิ้งทันที นางทรุดตัวลงจากเก้าอี้ ใช้มือล้วงปาก หวังคายรสหวานที่ค้างอยู่ในปากออกมาจนหมด ไร้การวางมาดใด ๆ ของนางโลมสวยงามอีกต่อไป “แหวะ! แหวะ! แค่ก! แค่ก!”
ทุกการกระทำของชิงเหลียนล้วนแต่ตกอยู่ในสายตาของฉินเจียวเยี่ยน เมิ่งลี่ และกู้เหวย ทั้งสามสบตากันอย่างมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตน แต่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต พวกนางยังคงต้องแสดงละครต่อไป
“อ่า แม่นางชิงเหลียน เจ้าคายอาหารอร่อยของข้าทิ้งด้วยเหตุใด? เอิ้ก” ฉินเจียวเยี่ยนแสร้งโมโห ขึ้นเสียง ตบโต๊ะอย่างไม่พอใจ
ชิงเหลียนหันมามองด้วยดวงตาที่คลอน้ำตาจากการล้วงคอเพื่อให้อาเจียนเมื่อครู่ นางจึงตระหนักได้ว่า นางเสียอาการไปไม่น้อยเสียแล้ว “เอ่อ คุณชายเย่ ข้าน้อยแพ้เนื้อปลาเจ้าค่ะ หากทานเข้าไปแล้ว อาจจะเกิดอาการแพ้จนถึงชีวิตได้”
“อึก อ้าวเหรอ อ่อ อ่อ” ฉินเจียวเยี่ยนพยักหน้าเข้าใจหงึกหงัก ทำให้ชิงเหลียนพรูลมหายใจที่สามารถกลบเกลื่อนพิรุธไปได้ “เช่นนั้น ก็มาลิ้มรสไก่ตุ๋นนี่แทนสิ เอิ้ก”
ชิงเหลียน “!!!”
“เอ่อ ข้าน้อยก็แพ้ไก่ด้วยเจ้าค่ะ กิ... กินแล้วจะมีผื่นขึ้นเจ้าค่ะ”
“โอ๊ย ช่างน่าเบื่อ” ฉินเจียวเยี่ยนโวยวาย “กินนี่ก็ไม่ได้ กินนั่นก็ไม่ได้ ไป! ไป! ไม่ต้องไม่ดูแลข้าแล้ว ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง”
ชิงเหลียนรีบรวบชุด ก้มศีรษะอย่างขออภัย “ข้าน้อยขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ส่วนเจ้า... ก็ดูแลคุณชายทั้งสองให้ดี”
นางกล่าวทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นก็รีบเปิดประตูออกจากห้องรับรองไปทันที
ฉินเจียวเยี่ยนชะเง้อคอ เมื่อเห็นว่า ไม่มีผู้อื่นแล้ว จึงได้แค่นเสียง “เฮอะ ที่แท้ก็กลัวว่า ตนจะเผลอกินอาหารที่มียาวิเศษเข้าไปด้วยสินะ พวกเจ้าว่าใช่หรือ...”
เมื่อฉินเจียวเยี่ยนหันกลับมาจึงได้เห็นว่า กู้เหวยยกมือขึ้นโอบไหล่ของเมิ่งลี่อย่างแนบชิด มือเนียนละเอียดของสหายรักยังคงถือจอกสุรา โดยที่มีมือสากของใครอีกคนช่วยประคองไว้อยู่ ดวงตาสองคู่สบกันราวกับว่าในห้องนี้มีเพียงพวกเขาสองคน
ฉินเจียวเยี่ยนกลอกตามองบนหนึ่งที
“อะแฮ่ม นางออกไปแล้ว” ฉินเจียวเยี่ยนเอ่ยขัดจังหวะ ทำให้ทั้งสองหลุดจากภวังค์ ดีดตัวออกห่างจากกันในทันใด “ลี่เอ๋อร์ ตามแผนเจ้าต้องนั่งอยู่ข้างข้ามิใช่รึ?”
“เยี่ยนเยี่ยน...” เมิ่งลี่เรียกเสียงแผ่วราวกับเด็กที่ทำผิดแล้วกำลังโดนดุ “ก็แม่นางชิงเหลียนอะไรนั่นไล่ให้ข้ามาดูแลกู้ซื่อจื่อนี่ หากไม่ทำ นางก็จะจ้องจับผิดว่าข้าไม่คุ้นหน้านางอยู่เช่นนั้นแหละ”
ฉินเจียวเยี่ยนหรี่ตามองสหายรัก ก่อนจะหันไปมองทางผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายที่รีบยืดหลังตรง อธิบายรัวเร็ว โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ข้าเห็นว่า คุณหนูรองเมิ่งกำลังลำบาก หากไม่ร่วมกลบเกลื่อนไปด้วย จะยิ่งทำให้นางน่าสงสัย”
ฉินเจียวเยี่ยน “ข้ายังนึกถึงการผสมยาวิเศษลงในบ่อน้ำ เพราะน้ำเป็นสิ่งที่สามารถผสมลงในอาหารหรือน้ำชาได้อีกด้วย”
“แต่พ่อครัว นางโลม และคนงานต่างอาศัยอยู่ที่นี่ หลิงอี้ชวนคงไม่ผสมลงในบ่อน้ำที่ใช้ร่วมกันหรอกกระมัง” เมิ่งลี่ค้านขึ้นมา “ดูจากท่าทีของแม่ชิงเหลียนแล้ว ยาวิเศษน่าจะถูกจำกัดให้แขกรับประทานเท่านั้น”
“ก็เป็นจริงอย่างที่เจ้าว่า...” สองแม่นางน้อยวิเคราะห์ถกเถียงกันไปมา ท่ามกลางสายตาคมของกู้เหวย
ผู้ใดกันที่ว่า ไท่จื่อเฟยและคุณหนูรองเมิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องกัน พวกนางต่างร่วมวิเคราะห์ความเป็นไปได้อย่างฉะฉาน กล้าตัดสิน กล้าตักเตือน โดยไม่ถือโทษโกรธกัน
“เช่นนั้น ก็ต้องไปรื้อที่โรงครัวก่อน” เมิ่งลี่สรุปขึ้นมา
กู้เหวยได้โอกาสจึงรีบแทรกตัวเข้าไปในบทสนทนา “คืนนี้ ข้าจะลอบเข้าไปค้นในโรงครัวอีกครั้ง”
“อืม... ก่อนที่กู้ซื่อจื่อจะไปค้นโรงครัวของเขาในยามวิกาล” ฉินเจียวเยี่ยนอมลมในปากจนแก้มป่อง “ข้าว่า ยามนี้ เราควรจะคิดหาวิธีที่สามารถออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยทั้งสามคนก่อนจะดีกว่า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาของท่านอ๋องธงแดง NC
เมื่อไหร่ตอนใหม่จะมาหรอคะ รอนานจุงเบย อดใจไม่ไหว 🥹...