เซียวชิงเฟิงและฉินเจียวเยี่ยนได้แต่ตกตะลึงกับคำกล่าวนั้นของกู้เหวย
ด้วยสถานะของกู้เหวยคือบุตรชายคนโตสายตรงของจวนเจิ้นหย่วนโหว ได้รับตำแหน่งกู้ซื่อจื่อ ตั้งแต่วัยเยาว์ เรื่องการแต่งงานของซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นหย่วนโหวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและพิถีพิถันเป็นอย่างมาก
เพราะตระกูลที่จะมาเกี่ยวดองกับตระกูลแม่ทัพอย่างตระกูลกู้ย่อมต้องสามารถเกื้อกูลและสนับสนุนกู้เหวยในราชสำนักได้ นอกจากนี้ บุตรชายของกู้เหวยยังมีโอกาสที่จะได้เป็นกู้ซื่อจื่อ ขึ้นรับตำแหน่งครอบครองจวนเจิ้นหย่วนโหวต่อไปอีกด้วย
แต่การที่กู้เหวยกล่าวว่า ตนไม่ต้องการจะแต่งงานนั้น กลับเป็นเหมือนการฉีกกระชากความหวังของคนทั้งตระกูลให้พังภินท์ หากซื่อจื่อสายตรงไร้ทายาทสืบทอด ตระกูลกู้มิต้องไปหวังพึ่งอนาคต เพื่อเชิดหน้าชูตากับตระกูลสายรองหรอกหรือ?
นั่นมิเป็นการหมิ่นเกียรติตระกูลแม่ทัพที่มีอายุมานับร้อยปีหรือ?
“ดะ เดี๋ยวก่อน...” ฉินเจียวเยี่ยนยกมือห้าม ความคิดของนางมึนงงสับสนไปหมด “ข้าเพียงแต่ให้ท่านรับผิดชอบลี่เอ๋อร์เพียงเท่านั้น นี่ท่านรังเกียจนางจนถึงขั้นปฏิเสธที่จะแต่งงานทั้งชีวิตเลยหรือ?”
“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ!!” กู้เหวยรีบเงยหน้าขึ้นปฏิเสธ “กระหม่อมมิได้รังเกียจคุณหนูรองเมิ่งแต่อย่างใด”
ฉินเจียวเยี่ยนรีบถามต่อในทันที “แล้วเพราะเหตุใด?”
“...” กู้เหวยลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มอธิบาย “จวนเจิ้นหย่วนโหวของกระหม่อมเป็นตระกูลแม่ทัพที่ออกรบอยู่ในสงครามชายแดนมาโดยตลอด สิ่งที่กระหม่อมเห็นตั้งแต่วัยเยาว์คือความสูญเสียของตระกูล ท่านย่า ท่านป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้ ล้วนแต่ต้องเศร้าโศกเสียใจ เมื่อได้ยินข่าวร้ายจากสงคราม”
“กระหม่อมไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับสตรีที่กระหม่อมไม่ได้รัก” กู้เหวยถอนหายใจ “แต่เมื่อกระหม่อมได้แต่งงานกับสตรีที่รักแล้ว กระหม่อมก็ไม่อยากให้นางต้องมานั่งเสียใจในวันที่กระหม่อมไม่อยู่แล้วเช่นกัน”
“การแต่งงานเข้าจวนเจิ้นหย่วนโหวล้วนอยู่บนความเสี่ยงที่อาจจะต้องสูญเสียสามีได้ทุกเมื่อ นางอาจจะกลายเป็นหม้ายได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ตราบใดที่แคว้นยังมีสงคราม กระหม่อมก็ไม่อาจหักใจทำร้ายสตรีที่รักได้พ่ะย่ะค่ะ”
‘อืม ช่างเป็นความรักบริสุทธิ์ เพราะไม่อยากเห็นคนที่รักต้องมานั่งเสียใจ ต้องมาเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวนี่นะ’
ฉินเจียวเยี่ยนคิดได้เช่นนั้นก็หวนมานึกถึงตนเอง แล้วเหลือบมองพระสวามีข้างตัวที่มีสถานะซ่อนเร้นเป็นแม่ทัพหน้ากากเหล็กที่คอยออกรบในสงครามด้วยเช่นกัน
‘ช้าก่อน สามีข้าก็เป็นแม่ทัพด้วยเช่นกัน เหตุใดท่านพี่จึงไม่คิดเช่นเดียวกับกู้เหวยบ้างเล่า?’
เซียวชิงเฟิงได้ยินเช่นนั้น ถึงกับเริ่มร้อนรน รีบหันมาถลึงตามองกู้เหวยที่อยู่ดี ๆ ก็หางานมาให้เขา แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใด พลันได้ยินความคิดของคนข้างตัวอีกครั้ง
“สตรีทุกนางที่ได้มีโอกาสแต่งเข้าจวนเจิ้นหย่วนโหว ย่อมต้องทราบดีอยู่แล้วว่า ว่าที่สามีของพวกนางล้วนแต่เป็นแม่ทัพ พวกเขามีโอกาสที่จะไม่ได้กลับมาจากสนามรบ หากแต่พวกนางก็ยังตัดสินใจเดินหน้า แต่งงานเข้าจวนเจิ้นหย่วนโหวมิใช่หรือ?”
“หากการแต่งงานนั้น มิใช่เพราะการเกี่ยวดองเพื่ออำนาจของตระกูล แต่เป็นเพราะความรู้สึกจากใจ พวกนางย่อมตัดสินใจดีแล้วว่า การที่ได้อยู่ร่วมกับคนที่รัก แม้ว่าวันเวลาจะสั้นเพียงใด ก็นับว่าคุ้มค่า”
“ครั้นเมื่อสามีของพวกนางจากไป ตระกูลของพวกเจ้าทอดทิ้งพวกนางหรือ? ดูแลพวกนางไม่ดีหรือ? ฝ่าบาทมิได้ตอบแทนชดเชยหรือ? เท่าที่ข้าเห็น บรรดาญาติผู้ใหญ่ของเจ้าก็ยังตัดสินใจอยู่ที่จวนเจิ้นหย่วนโหวต่อ มิได้ขอหนังสือหย่า เพื่อกลับบ้านมารดามิใช่รึ?”
“นั่นหมายความว่า ในยามที่เจ้ามีชีวิตอยู่ เจ้าก็จะดูแลและรักนางเป็นอย่างดี แต่เมื่อเจ้าจำต้องจากไป ตระกูลของเจ้าก็จะดูแลนางเป็นอย่างดีด้วยเช่นกันมิใช่รึ?”
กู้เหวยก้มหน้า เมื่อนึกทบทวนถึงสภาพความเป็นอยู่ของบรรดาญาติผู้ใหญ่ในตระกูล “...”
หลังจากที่ได้ฟังสวามีพูดออกมายาวเหยียด ฉินเจียวเยี่ยนจึงได้ย่อตัวลงมาสบตากับกู้เหวยที่ยังคุกเข่าอยู่เช่นนั้น “ข้าขอถามท่านเพียงประโยคเดียว”
“ท่านชมชอบลี่เอ๋อร์หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาของท่านอ๋องธงแดง NC
เมื่อไหร่ตอนใหม่จะมาหรอคะ รอนานจุงเบย อดใจไม่ไหว 🥹...