ผู้หญิงคนนี้คือหม่ามี๊ของผม นิยาย บท 86

หลังจากที่ทั้งสามคนดูหนังจบก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ซึ่งวันนี้ยี่หวาได้บอกวายุแล้วว่าเธอจะค้างที่คอนโด เป็นเหตุให้เรนจิและวายุยังคงนั่งอยู่หน้าจอทีวีไม่ขยับไปไหน ทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว

“ตีหนึ่ง” วายุพูดออกมาสองคำหรือความหมายก็คือ ตอนนี้ดึกแล้วลูกควรเข้าไปนอนได้แล้ว

“วันเสาร์” ส่วนสองคำที่ออกมาจากปากเรนจิหมายถึง พรุ่งนี้วันเสาร์ไม่ต้องไปโรงเรียน นอนดึกได้

“ตามใจ” วายุว่าจบก็ลุกขึ้นเดินกลับห้องของตัวเอง เนื่องจากสามสี่วันที่ผ่านมาเขาไปต่างประเทศกับยี่หวาทำให้พรุ่งนี้เขามีงานที่ต้องเคลียร์อีกเยอะมาก จึงจำเป็นต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไว้เขาค่อยบอกให้ยี่หวาจัดการกับลูกชายตัวดีทีหลังแล้วกัน

วันต่อมาวายุต้องเข้าบริษัทตั้งแต่เช้า ทำให้เขาต้องพาเรนจิมาส่งที่คอนโดยี่หวาก่อน เนื่องจากยี่หวาเหนื่อยสะสมมาหลายวันทำให้วายุที่ยืนกดกริ่งอยู่นานแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนข้างในจะออกมาเปิด พีรพัฒน์ที่พักอยู่ห้องข้างๆ จึงต้องเป็นคนออกมาดูแทน

“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรครับ” พีรพัฒน์ที่อยู่ในสภาพชุดนอนเอ่ยถามด้วยเสียงงัวเงีย พลางจ้องมองชายหนุ่มที่ดูน่าเกรงขามกำลังกดกริ่งห้องน้องสาวของตัวเองอยู่

วายุไม่สนใจพีรพัฒน์ เพราะเขาไม่มีความจำเป็นต้องคุยกับคนแปลกหน้า ผิดกับเรนจิที่หันไปมองยังคนที่มาใหม่ เพราะเขาคุ้นเสียงอีกฝ่ายยังไงไม่รู้ ก่อนจะตะโกนออกไปด้วยความดีใจ

“ลุงพีช! สวัสดีครับ”

“อ่าว! เรนจิใช่ไหม” พีรพัฒน์เอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่ แถมยังเป็นตอนเช้าตรู่ขนาดนี้ด้วย

“ใช่ครับ”

วายุขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าลูกชายของตัวเองจะรู้จักคนแปลกหน้าคนนี้ด้วย วายุจึงก้มหน้าลงไปถามเรนจิที่ยืนอยู่ด้านข้าง “รู้จัก?”

“ลุงพีชเป็นพี่ชายหม่ามี๊ไงครับ” เรนจิพูดก่อนจะหันไปหาพีรพัฒน์ที่ยืนมองอยู่ “ลุงพีชครับ นี่พ่อผมครับ”

พีรพัฒน์ที่ได้ยินดังนั้นก็นิ่งค้างไปในทันที สมองกำลังประมวลผลว่าถ้าคนคนนี้เป็นพ่อของเรนจิ งั้นก็แสดงว่าเขาคือคุณภูวิศ พิทวัสชญวงศ์ ประธานบริษัทพิชญไพศาลกรุ๊ป!

และเมื่อสมองของพีรพัฒน์ประมวลผลเสร็จก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยทักทายอีกฝ่าย “สะ…สวัสดีครับ ผมพีช เป็นพี่ชายแท้ๆ ของยี่หวา”

วายุโค้งให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นเชิงเคารพ ก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนอีกฝ่ายไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ผมภูวิศ ยี่หวาพูดถึงคุณอยู่บ่อยๆ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบตัวจริง”

พีรพัฒน์ถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะให้เกียรติเขาขนาดนี้ ดังนั้นเขาจึงเบี่ยงเบนสายตาไปที่เรนจิเพื่อลดความประมาท “มาหายี่หวากันเหรอ”

วายุรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเกร็งจึงก้มลงไปส่งสายตาให้เรนจิเป็นคนพูดแทน “ใช่ครับ พอดีพ่อต้องไปทำงาน ผมที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวก็เลยมาหาหม่ามี๊ครับ”

“ถ้ายี่หวานอนคนเดียวมักจะใส่ที่อุดหู เพราะไม่อยากให้ใครรบกวน แต่เธอไม่ใช่คนตื่นสายเพราะงั้นเรนมารอที่ห้องลุงก่อนไหม”

“ครับ” เรนจิรีบตอบกลับพีรพัฒน์เพราะเขาไม่อยากไปที่บริษัทกับพ่อ

“ถ้าอย่างนั้นผมฝากเรนด้วย” สีหน้าวายุยังคงเรียบเฉยทั้งที่ภายในได้แต่สงสัย เพราะตลอดเวลาที่เธอนอนกับเรนจิก็ไม่เห็นว่าเธอจะใส่อะไรแบบนั้นเลย

“ไม่ต้องห่วงครับ ยังไงเรนก็เหมือนหลานผมคนหนึ่ง”

ซึ่งวายุก็เข้าใจได้ทันทีว่าคนตรงหน้าหมายถึงอะไร แสดงว่าเขารู้สินะว่าแม่ของเรนจิเป็นใครถึงได้พูดแบบนี้ออกมา “ผมเห็นแก่ตัว แต่ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มียี่หวา”

“เรื่องของคุณกับยี่หวาผมจะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะยังไงยี่หวาก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อีกอย่างผมเคารพการตัดสินใจของน้องสาวตัวเองครับ” ขืนเขาเข้าไปยุ่งมีหวังได้ตายกับตายน่ะสิ

วายุพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะก้มลงไปพูดกับเรนจิ “งั้นพ่อไปก่อน”

“ครับ”

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ยี่หวาตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีข้อความจากพีรพัฒน์ว่าตอนนี้เรนจิอยู่ที่ห้องเขา ไม่รอช้ายี่หวาก็รีบลุกขึ้นแล้วไปเคาะประตูข้างห้องทันที

“หม่ามี๊” ประตูห้องถูกเปิดพร้อมกับเสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยดังขึ้น

“คนเก่งมาหาหม่ามี๊เช้ามากเลย” ยี่หวาย่อตัวลงพร้อมกับอุ้มเรนจิขึ้น

“พ่อต้องไปทำงาน ก็เลยเอาผมมาทิ้งไว้กับหม่ามี๊” เรนจิพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกว่าพอใจมาก และจะพอใจมากยิ่งขึ้นถ้าพ่อจะทิ้งเขาไว้กับหม่ามี๊ตลอดไป

“ตื่นแล้วเหรอเรา” พีรพัฒน์ที่ยืนเป็นธาตุอากาศอยู่นานพูดขึ้นบ้าง

“รบกวนพี่พีชแล้ว”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้หญิงคนนี้คือหม่ามี๊ของผม