ตอนที่ 213 กระพือข่าว
ใบหน้าชุยหย่วนตึงเครียด เฝ้ามองทั้งสองจากไป ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกจนปัญญา อีกฝ่ายเพียงกล่าวมาเป็นนัยๆ แต่ตนกลับจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
ก่อนจากไป หยวนฟางที่เดินตามหนิวโหย่วเต้าได้เหลียวมองเขาคราหนึ่ง หัวเราะฮี่ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากได้ติดตามเต้าเหยี่ย หยวนฟางก็ยิ่งพบว่าความคิดในอดีตของตนนั้นผิดพลาด แต่ก่อนเขาคิดว่าคนที่มีพลังสูงส่งล้ำลึกเหล่านั้นต่างหากถึงจะร้ายกาจที่สุด แต่ตอนนี้เขาค่อยๆ เข้าใจขึ้นมาแล้วว่าสิ่งที่ร้ายกาจที่สุดของมนุษย์หาใช่สภาวะไม่ หากแต่เป็นมันสมองของคนบางจำพวกที่สามารถทำลายคนอื่นได้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ที่นี่มีคนที่สภาวะสูงส่งกว่าเต้าเหยี่ยเป็นจำนวนมาก แต่ทุกคนกลับต้องเชื่อฟังคำสั่งของเต้าเหยี่ย
ตอนนี้เขาเองก็เข้าใจแล้วเช่นกันว่าเพราะเหตุใดเต้าเหยี่ยถึงต้องสังหารเซ่าผิงปอคนนั้นให้ได้ แล้วก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเซ่าผิงปอถึงไม่ยอมปล่อยผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเต้าเหยี่ยไป
หลังจากเข้าใจเรื่องพวกนี้แล้ว หากเขาเป็นเซ่าผิงปอ เขาก็คงไม่มีทางปล่อยเต้าเหยี่ยไปเช่นกัน มิเช่นนั้นคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาพบว่าเต้าเหยี่ยยังมีบางสิ่งที่เก็บงำเอาไว้ไม่ยอมเปิดเผย นั่นก็คือความแข็งแกร่งด้านสภาวะของเต้าเหยี่ย
ตอนอยู่ที่วัดหนานซาน เขาเคยเห็นเต้าเหยี่ยลงมือมากับตาแล้ว น่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง!
ที่นอกเมืองไจซิงเขาก็เคยเห็นเต้าเหยี่ยลงมือเช่นกัน ดุดันห้าวหาญ แกร่งกล้าทรงพลัง เต้าเหยี่ยใช้แค่ไม่กี่กระบวนท่าก็สยบคนทั้งกลุ่มได้แล้ว
ความจริงแล้วเต้าเหยี่ยเชี่ยวชาญการต่อสู้ฆ่าฟัน แต่ตัวเต้าเหยี่ยกลับไม่นำออกมาใช้พร่ำเพรื่อ แม้แต่เขาที่คอยติดตามอยู่ข้างกายเต้าเหยี่ย พอผ่านไปนานวันเข้าก็ยังหลงลืมไปได้ง่ายๆ
เมื่อกลับมาที่กระท่อม เด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งบ้างก็หาบน้ำ บ้างก็ผ่าฟืนอยู่ที่เนินเขา หนิวโหย่วเต้าหยุดฝีเท้าเฝ้ามองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เจ้าลิงยังไม่กลับมาหรือ?”
หยวนฟางตอบว่า “ยังขอรับ ตอนนี้มีเพียงเด็กหนุ่มไม่กี่สิบคนนี้ที่ทยอยถูกส่งตัวกลับมา ฝากคำพูดมาว่าให้หางานให้พวกเขาทำ แต่ก็ต้องให้พวกเขาได้กินอาหารดีๆ อิ่มท้องด้วย บอกว่าต้องช่วยเสริมสร้างร่างกายให้พวกเขาขอรับ” ว่าแล้วก็เกาหัวที่ล้านเลี่ยนแกรกๆ พลางเอ่ยถาม “เต้าเหยี่ย นี่เจ้าลิงคิดจะทำอันใดหรือขอรับ?”
หนิวโหย่วเต้าตอบเสียงราบเรียบ “ทุกคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง ก็เหมือนวัดหนานซานของปีศาจอย่างเจ้านั่นแหละ อันที่จริงข้าอิจฉาพวกเจ้ายิ่งนัก”
“อิจฉาพวกข้าอย่างนั้นหรือขอรับ?” หยวนฟางมึนงง ไม่รู้ว่าวาจานี้หมายความว่าอย่างไร
หนิวโหย่วเต้าไม่ได้ให้คำตอบเขา หันหลังเดินจากไป
……
ณ จวนผู้ว่าการมณฑลเป่ยโจว เซ่าผิงปอในชุดสีขาวผ้าคลุมดำสาวเท้าเดินออกมาจากในจวน กลุ่มคนที่เฝ้าอยู่สองฝั่งประตูทำความเคารพ
เขาปีนขึ้นหลังม้า ควบม้าไปตามถนน อยู่ท่ามกลางเหล่าผู้คุ้มกัน ดูแล้วสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
บนท้องถนนไม่รู้ว่ามีสตรีมากน้อยเท่าไรที่บ้างก็จ้องมองเขาด้วยแววตาสดใสเป็นประกาย บ้างก็แอบชม้ายตาแอบมอง แล้วก็มีสาวน้อยบางคนที่แอบมองผ่านรอยแยกบานหน้าต่างพลางกัดริมฝีปากตัวเอง
หนุ่มแน่น หล่อเหลาองอาจ งามสง่าสูงศักดิ์ มากอำนาจบารมี รูปงามเพียบพร้อม ถือกำเนิดในตระกูลร่ำรวย ที่สำคัญที่สุดคือได้ยินว่ายังเป็นโสดไร้คู่ครอง บุรุษเช่นนี้ขอถามหน่อยเถิดว่าสตรีคนใดบ้างจะไม่ชมชอบ
ทุกครั้งที่เซ่าผิงปอปรากฏตัวขึ้นบนถนนในมหานคร ไม่รู้ว่าทำให้สตรีมากน้อยเท่าไรไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง ไม่รู้เช่นกันว่ามีสตรีมากน้อยเท่าไรที่คิดหาทางได้ใกล้ชิดเขา บ้างก็คิดหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากเขา
ทว่ากลับไม่มีผู้ใดทำให้เซ่าผิงปอหวั่นไหวได้เลย พูดให้ถูกคือเขามีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ ทะเยอทะยานใฝ่สูง แล้วก็ไม่ขาดแคลนสตรี ความคิดจิตใจก็ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องสตรีด้วยเช่นกัน
ยิ่งเขาไม่แต่งงาน ก็ยิ่งมีสตรีที่เฝ้าหมกมุ่นคะนึงถึงตัวเขา
แต่สตรีเหล่านั้นกลับไม่ทราบเลยว่าตนได้เห็นเพียงด้านที่สง่างามของเขาเท่านั้น ไหนเลยจะเคยเห็นด้านอื่นๆ ที่เขามานะทุ่มเท ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เหน็ดเหนื่อยไม่รู้จบ
เมื่อกลับมาถึงจวนท่องคลื่น กินอาหารเย็นเรียบร้อย ยามที่เดินเล่นภายในสวน เซ่าผิงปอเอ่ยถามประโยคหนึ่งว่า “ผู่อวิ๋นฟางไปมณฑลจินโจวนานแค่ไหนแล้ว?”
เซ่าซานเสิ่งที่เดินตามตอบว่า “กว่าครึ่งเดือนแล้วขอรับ”
เซ่าผิงปอถามต่อ “ทางไห่หรูเยวี่ยยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลยหรือ?”
“จากข่าวที่ทางนั้นส่งกลับมา ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลยขอรับ” เซ่าซานเสิ่งส่ายหน้า จากนั้นก็ลองสอบถามต่อว่า “จะให้เขาลองไปหาถึงที่ไหมขอรับ?”
เซ่าผิงปอกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น หากเสนอตัวไปหาเอง นั่นกลับจะแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ง่ายๆ ท่าทีของไห่หรูเยวี่ยดูผิดปกติเป็นอย่างมาก ดูเหมือนผลตะวันชาดจะได้ผลไม่เลวทีเดียว”
ว่าแล้วก็หยุดเดิน หันไปมองเซ่าซานเสิ่ง เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ได้ที่แล้ว รวบแหได้แล้ว ลงมือเลย!”
หนิวโหย่วเต้าคิดว่าตนอยู่ในที่ลับที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ส่วนเซ่าผิงปอก็อยู่ในที่แจ้ง
แต่ในมุมมองของเซ่าผิงปอ หนิวโหย่วเต้าอยู่ในที่แจ้ง ส่วนตัวเองก็อยู่ในที่ลับที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจน เฝ้ารอโอกาสลงมือ
“ขอรับ!” เซ่าซานเสิ่งพยักหน้ารับ
……
ณ ภูเขาหิมะ ฟ้าดินมืดมัวอึมครึม พายุหิมะพัดหวีดหวิว
ภายในเหลาสุราแห่งหนึ่ง ยามที่มีพายุหิมะตกหนักนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับจิบสุราอุ่นๆ สักกา
กลุ่มคนในโต๊ะหนึ่งกำลังคุยกันอยู่ว่าพายุหิมะจะหยุดตกลงตอนไหน จู่ๆ ชายเคราสั้นคนหนึ่งที่อยู่โต๊ะข้างๆ ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางเอ่ยว่า “ถึงแม้พายุหิมะจะรุนแรง แต่กลับมีละครสนุกๆ ให้ชม”
คนในโต๊ะนี้ต่างหันไปมอง ใครคนหนึ่งเอ่ยถาม “สหายพูดจามีนัย ไม่ทราบว่ามีละครสนุกอันใดให้ชมหรือ?”
ชายเคราสั้นหันมาถาม “หรือสหายไม่ทราบเรื่องที่หิมะบนภูเขาด้านหลังลูกนั้นถล่มลงมาก่อนหน้านี้?”
คนถามร้องโอ้ขึ้นมา “ละครสนุกที่ว่ามันเกี่ยวข้องกับหิมะถล่มด้วยเหรอ?”
ชายเคราสั้นกล่าวว่า “สหายไม่ทราบหรือว่าบนเขาลูกนั้นมีสิ่งใด?”
มีคนด้านข้างเอ่ยสอดว่า “หมายถึงผลตะวันชาดหรือ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชันพิชิตหล้า หนึ่งมรรคาสยบฟ้า