เปปเปอร์มองตามไป “เส้นที่ฉันคิดไว้เลย!”
เมื่อครู่นี้เขาก็คาดเดาว่าคนพวกนั้นไปเลนที่เร็วที่สุด
ตอนนี้ได้รับการยืนยันแล้ว เป็นแบบนี้จริงๆ
เปปเปอร์ไม่มีเวลาคิดแล้ว ว่าราเม็งรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นไปเลนซ้าย และไม่มีเวลาไปคิดเช่นกันว่าราเม็งรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นไปที่เขาคาวน์มิด
เพราะเรื่องพวกนี้มันไม่สำคัญที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือพวกเขาต้องรีบตามไปช่วยมายมิ้นท์
หลังจากช่วยเธอออกมาได้ ก็จะรู้เรื่องพวกนี้โดยธรรมชาติ
เปปเปอร์ไม่ยืดเยื้ออีกต่อไป รีบหันตัวเดินกลับไปขึ้นรถสปอร์ตตัวเอง ขับออกไปก่อน
ราเม็งเห็นเขาขับอยู่ด้านหน้าตัวเอง ก็กระแทกพวงมาลัยด้วยความโกรธ จากนั้นก็ไม่รอช้า สตาร์ตรถอีกครั้งแล้วตามไป
รถบอดี้การ์ดสามคันหลัง ก็รีบตามไปเช่นกัน
ถึงแม้เลนนี้จำกัดความเร็วที่หนึ่งร้อยกิโลเมตร แต่เปปเปอร์ไม่ปฏิบัติตามกฎ เพิ่มความเร็วไปที่ร้อยห้าสิบกิโลเมตร และยังคงเร่งความเร็วอยู่
รถสปอร์ตคันนี้ของเขา สามารถวิ่งได้สี่ร้อยขึ้นไป ตราบใดที่มันไม่เร็วเกินการมองเป้าหมายที่เคลื่อนไหวได้ เขาก็ยังเร่งความเร็วได้ตลอด
ร้อยหกสิบ ร้อยเจ็บสิบ ร้อยแปดสิบ……
รถคันอื่นบนถนนเห็นวิธีการขับอันตรายของเปปเปอร์ ก็ต่างตกใจ รีบชะลอความเร็วและขับไปด้านข้าง จะได้ไม่โดนรถของคนบ้าอย่างเปปเปอร์ชนเข้า
และด้านหลัง ราเม็งเห็นเปปเปอร์ขับเร็วขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าเปปเปอร์กระตือรือร้นในการช่วยมายมิ้นท์ แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความอิจฉา
เขาไม่อยากแพ้ให้เปปเปอร์ ความต่างของอายุ ทำให้เขาแพ้เปปเปอร์มาครั้งหนึ่งแล้ว เขาทำได้แค่มองเปปเปอร์แต่งงานกับมายมิ้นท์โดยที่ทำอะไรไม่ได้ แต่เขายังเลียนแบบลักษณะในอดีตของเปปเปอร์เพื่อคบหากับมายมิ้นท์อีก
ในตอนนี้ กว่ามายมิ้นท์และเปปเปอร์จะหย่ากัน โอกาสเขามาถึงแล้ว ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะในด้านไหน เขาก็ไม่อยากแพ้ให้เปปเปอร์
ขณะที่คิด ก็เริ่มเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วให้รถตัวเองทันที
แต่รถG-Classเป็นรถยนต์หนัก จะเร็วแค่ไหนก็เร็วไม่เท่าซูเปอร์คาร์ของเปปเปอร์ แต่สุดท้ายแล้วราเม็งก็ยังถูกเปปเปอร์ทิ้งไว้ข้างหลังไกลๆ
เปปเปอร์ไม่รู้เลยว่าราเม็งคิดจะแข่งกับตัวเอง ตอนนี้ความคิดในใจเขาอยู่ที่มายมิ้นท์ทั้งหมด
เขามองไปที่ถนนตรงหน้า ป้ายถนนเขียนว่าเขาคาวน์มิด มือที่จับพวงมาลัยก็ค่อยๆ กระชับแน่น
มายมิ้นท์ รอฉันนะ!
อีกด้านหนึ่ง บนรถธุรกิจ มองดูเวลา แล้วถามคนขับรถว่า “อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงเขาคาวน์มิด?”
“ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ” คนขับรถตอบ
ได้ยินคำตอบนี้ องอาจก็พยักหน้าเล็กน้อย “ขับให้เร็วกว่านี้ พยายามให้ถึงภายในยี่สิบนาที”
“คือ……” คนขับรถเห็นการจราจรตรงหน้า ก็ค่อนข้างลำบากใจ “คุณชายสี่ เร็วไม่ได้ครับ การจราจรข้างหน้ามันช้าลง คงเกิดอุบัติเหตุข้างหน้า ตอนนี้ทำได้แค่รักษาความเร็วนี้ไว้ และยังไม่รู้ว่าจะรถติดไหม ถ้ารถติด ภายในครึ่งชั่วโมงเราก็ยังไม่ถึงเขาคาวน์มิด”
ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าองอาจก็บิดเบี้ยวไม่น่าดู “บัดซบ เกิดเรื่องตอนไหนไม่เกิด ดันมาเกิดเวลานี้”
“ไม่มีทางเลือก ได้แค่บอกว่าเราโชคไม่ดี” คนขับรถถอนหายใจ
องอาจกำหมัดแน่น ถึงแม้จะโกรธมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง
เพราะโชคไม่ดี ก็เลยไปขัดใจเปปเปอร์
เพราะโชคไม่ดี อยากไปถึงเขาคาวน์มิดให้เร็วหน่อยก็ทำไม่ได้
ปัง!
องอาจยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ สุดท้ายก็กระแทกหมัดไปที่เบาะ แล้วถามด้วยเสียงมืดมน “ที่เขาคาวน์มิดเตรียมการพร้อมหรือยัง?”
“ไม่ต้องห่วงครับคุณชายสี่ เตรียมการพร้อมแล้ว” ชายตัวใหญ่ที่ถือโทรศัพท์นั่งเบาะโดยสารข้างคนขับหันหน้ามามองเขาแล้วตอบ “แค่ธิติเหยียบเข้าไปที่นั่น มันก็อย่าคิดจะรอดออกไป”
คำพูดนี้ทำให้องอาจอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย “ดีมาก”
มุมปากเขากระตุกขึ้นมา หลับตาด้วยความพึงพอใจ
ภายในรถตู้ด้านหลัง
มายมิ้นท์รู้สึกได้ถึงความเร็วของรถช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และชายร่างใหญ่ที่ขับรถอยู่ตรงหน้าก็บีบแตรอย่างหงุดหงิดอยู่บ่อยๆ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...