“ไปๆๆ อย่ามัวแต่ยืนแช่อยู่ตรงนี้ เรารีบกลับไปเขียนข่าวกันเถอะ จะได้ชิงปล่อยข่าวเป็นคนแรก รับรองได้หายห่วงเรื่องความนิยมประจำเดือนนี้แน่ๆ”
บริษัทตระกูลนวบดินทร์มีอิทธิพลขนาดไหนใครๆก็รู้ทั้งนั้น เปปเปอร์เป็นถึงประธานบริษัท จึงตกเป็นที่สนใจระดับต้นๆในทุกวงการอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เล่นข่าวเกี่ยวกับเขา ยังไงก็ต้องขึ้นฮอตเสิร์ชแน่นอน
ปาปารัซซี่ทั้งสองเก็บซ่อนกล้องอย่างระมัดระวัง หดตัววิ่งดุ่มๆขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่ข้างทาง จากนั้นก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว
มายมิ้นท์กับเปปเปอร์ยังไม่รู้ตัวว่าถูกแอบถ่าย ในตอนนี้ทั้งสองคนออกมาจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังเขตนอกชานเมือง
มายมิ้นท์ลดกระจกลงมองวิวข้างทาง หางตากระตุกถี่ไม่หยุด “เปปเปอร์ นี่อย่าบอกนะว่าเรากำลังจะไปดูหนังที่ภาคเหนือ?”
เปปเปอร์ตอบอืม “ใช่”
“ทำไมล่ะ?”มายมิ้นท์หันมามองเขา “ในเมืองมีโรงหนังตั้งเยอะทำไมไม่ดู จะถ่อไปดูถึงภาคเหนือทำไมตั้งไกล?”
เปปเปอร์หลุบตาลงเล็กน้อย เพื่อปกปิดประกายบางอย่างในแววตา ตอบกลับอย่างเรียบนิ่งว่า “เหมันต์บอกว่า โรงหนังที่ภาคเหนือหลงเหลือมาจากศตวรรษที่แล้ว โครงสร้างตึกยังคงความเป็นยุคเก่าเอาไว้ อีกอย่างหนังที่ผมอยากดูวันนี้ ก็เป็นหนังในสมัยนั้น ไปดูที่นั่นน่าจะได้บรรยากาศ”
ผู้ช่วยเหมันที่กำลังขับรถอยู่เบาะหน้าได้ยินประโยคนี้เข้า ก็อดที่จะเหลือบตามองบนไม่ได้
เขาบอกกับผีน่ะสิ เขาไม่เคยพูดอะไรพวกนี้เลยสักนิด จะไปดูที่ไหน มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานเปปเปอร์ต่างหากล่ะ
ตอนที่เขาซื้อตั๋ว เขาสงสัยแทบตายว่าทำไมประธานเปปเปอร์ต้องให้เขาจองตั๋วโรงหนังภาคเหนือที่อยู่ตั้งไกลขนาดนั้นด้วย แต่ประธานเปปเปอร์ก็ตอบแค่ว่า “เพราะว่าไกลนี่แหละ เวลากลับบ้านจะได้นานๆ”
ผลกลับกลายเป็นว่า ประธานเปปเปอร์โบ๊ยทุกอย่างมาที่เขา ให้เขาแบกรับความผิดซะอย่างนั้น ทั้งๆที่เขาก็เป็นคนแค่คนตัวเล็กๆน่าสงสาร ยังต้องมาเป็นแบกรับความผิดนี้อีก
ทำได้เพียงกักเก็บคำพร่ำบ่นในใจเอาไว้ ผู้ช่วยเหมันต์ดึงเนกไท ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่แล้วครับคุณมายมิ้นท์ ดูหนังทั้งทีก็ต้องซึมซับไปกับมันด้วย ไม่ใช่แค่ต้องเข้าถึงตัวบท บรรยากาศเองก็มีส่วนสำคัญ ถ้าบรรยากาศเข้ากับหนังก็จะยิ่งทำให้ผู้ชมอินและซึ้งไปกับมันมากกว่าเดิม”
เมื่อมายมิ้นท์ได้ยินที่เขาอธิบาย ก็พยักหน้า “คุณพูดมีเหตุผลดี”
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณมายมิ้นท์” ผู้ช่วยเหมันต์ยิ้มตาหยีพร้อมกับดันกรอบแว่นขึ้น จากนั้นก็ปรายตามาที่กระจกหลัง เพื่อมองเปปเปอร์
ซึ่งเปปเปอร์ก็กำลังมองมาพอดี ทั้งสองจึงสบตากัน
ผู้ช่วยเหมันต์ส่งซิกทางสายตาประมาณว่า “ประธานเปปเปอร์ ผมเล่นละครเป็นยังไงบ้าง?”
เปปเปอร์เชิดหน้าอย่างสูงส่ง “ไม่เลว”
ผู้ช่วยเหมันต์ถอนหายใจอย่างโล่งอก ละสายตากลับมามองทางตรงหน้า
ในตอนนี้เอง จู่ๆมายมิ้นท์ก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า “ว่าแต่ หนังชื่อว่าอะไรเหรอ?”
ช่วงนี้สไตล์ย้อนยุคกำลังเป็นที่นิยมในวงการบันเทิง ดังนั้นภาพยนตร์และละครที่ถ่ายทำ จึงเกี่ยวข้องกับประเทศหรือสงครามเป็นส่วนใหญ่
เอาแค่หนังเกี่ยวกับประเทศที่ได้ฉายในเดือนนี้ ก็ปาไปสามเรื่องแล้ว
ดังนั้น เธอจึงไม่รู้ว่าหนังที่เปปเปอร์กำลังพาเธอไปดูมันคือเรื่องไหน
เปปเปอร์หยิบตั๋วออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นส่งไปให้เธอ “บนตั๋วมีชื่อเรื่องอยู่”
“ขอดูหน่อย” มายมิ้นท์รับตั๋วหนังมา แล้วก้มดู จากนั้นก็อ่านชื่อเรื่องออกมาช้าๆว่า เงาลับฐานันดร ที่แท้ก็หนังเรื่องนี้นี่เอง
“เคยดูแล้วเหรอ?” เปปเปอร์เผยสีหน้าตกใจออกมา
มายมิ้นท์ส่ายหน้า “ยัง เคยได้ยินมาน่ะ หนังเรื่องนี้ดังมาก เวลานักแสดงในเทนเดอร์คุยกันก็พูดถึงเรื่องนี้กันทั้งนั้น ได้ยินมาว่าบทไม่เลวเลยนี่ ความรักระหว่างตัวเอกก็ซึ้งมาก เพราะงั้นฉันเลยค่อนข้างอยากดู แต่ว่าช่วงนี้ยุ่งเกินไป เลยไม่มีเวลาไปดูเลย ขอบคุณคุณด้วยนะที่ชวนมาดู ฉันจะได้ดูให้เห็นกับตาสักทีว่าหนังเรื่องนี้มันดีเท่าไหร่กันเชียว”
เธอคืนตั๋วหนังให้เขา พร้อมกับยิ้มให้
เปปเปอร์เบาใจลงเล็กน้อย
ไม่เคยดูก็ดีแล้ว
เขากลัวก็แต่ว่าเธอจะเคยดูแล้ว การที่ตัวเองพาเธอมา ก็คงเหมือนชวนมาดูซ้ำอีกรอบ แบบนั้นก็คงไม่น่าตื่นเต้นสำหรับเธอเท่าไหร่
ผู้ช่วยเหมันต์ที่ขับรถอยู่เบาะหน้าเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเหมือนกัน
ดีแล้วที่คุณมายมิ้นท์ยังไม่ได้ดู
ถ้าเกิดว่าเคยดูแล้วล่ะก็ ประธานเปปเปอร์ต้องใช้งานเขาไปหาหนังดีๆเรื่องใหม่ จากนั้นก็ให้เขาซื้อตั๋วแน่ๆ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...