มายมิ้นท์เห็นเขาดีใจที่ตนเองกลับมาขนาดนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม “อืม ฉันกลับมาแล้ว เป็นยังไง ฉันไม่ได้ผิดสัญญา ไม่ได้กลับไปนะ กลับมาตรงเวลามั้ยล่ะ?”
เปปเปอร์อืมออกมา
มายมิ้นท์ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมา วางไว้ข้างโซฟาแล้วนั่งลงไป “ลุกไหวไหม?”
“ไม่ไหว” เปปเปอร์ส่ายหัว มองเธอตาละห้อย
มายมิ้นท์ถอนหายใจ แล้วยื่นมือออกไป “ฉันจะดึงคุณขึ้นมา”
เปปเปอร์วางมือลงไปบนมือเธอ
หลังจากมายมิ้นท์จับเอาไว้ ก็ออกแรงดึงเขาขึ้นมานั่งบนโซฟา “นั่งให้ดี อย่าล้มลงไปนะ”
“อือ” เปปเปอร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย
เห็นเขาเชื่อฟังเช่นนี้ มายมิ้นท์จึงอดไม่ได้ที่จะลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู “เปปเปอร์สิบขวบ ไม่นึกว่าหลังจากที่คุณเมาเหล้าแล้วจะน่าสนุกขนาดนี้”
“เปปเปอร์สิบขวบ?” เปปเปอร์มองเธอด้วยความสงสัย
ในทันที เขาก็หน้าตึงด้วยความไม่สบอารมณ์ “เปปเปอร์สิบขวบคือใคร? คุณชอบผู้ชายคนอื่นแล้วใช่ไหม?”
เขาถามออกมาเสียงดัง ทำท่าเหมือนมายมิ้นท์เป็นคนที่ชอบล้อเล่นกับความรู้สึก
มายมิ้นท์ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “คุณพูดอะไรน่ะ ใครชอบผู้ชายคนอื่นแล้ว”
“คุณไง!” เปปเปอร์ถลึงตาใส่เธอ
มายมิ้นท์กระพริบตาปริบๆ “ฉันชอบใครเข้าล่ะ?”
เธอกำลังชี้ไปที่ตัวเอง
เปปเปอร์เม้มปาก ตาแดงๆ “เปปเปอร์สิบขวบ!”
“เอ่อ......” มายมิ้นท์เบ้ปากอย่างแรง
เธอชอบเปปเปอร์สิบขวบงั้นเหรอ?
เอาเถอะ เขาพูดอย่างนี้ ก็ไม่ผิด
มายมิ้นท์กุมหน้าผากด้วยความจำใจ “เปปเปอร์ คุณนี่ทึ่มจริงๆเลยนะ เปปเปอร์สิบขวบที่ฉันพูดก็คือคุณนั่นแหละ”
เปปเปอร์ชะงัก “ผมคือเปปเปอร์สิบขวบเหรอ?”
“อืม” มายมิ้นท์พยักหน้า
เปปเปอร์หน้าตาเคร่งขรึมอีกครั้ง “คุณพูดจาเหลวไหล ผมชื่อเปปเปอร์ ไม่ได้ชื่อเปปเปอร์สิบขวบซะหน่อย”
“เปปเปอร์สิบขวบเป็นชื่อเล่นที่ฉันตั้งให้คุณ” มายมิ้นท์ค้อนขวับใส่เขา
ในที่สุดเปปเปอร์ก็เข้าใจซะที
ที่แท้เปปเปอร์สิบขวบก็คือเขานี่เอง
ท้ายที่สุดเขาก็หายโกรธ มองมายมิ้นท์แล้วถามขึ้น “ทำไมถึงเรียกผมว่าเปปเปอร์สิบขวบ? ผมผ่านสิบขวบมาแล้วนะ”
มายมิ้นท์เหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มพูดขึ้น: “เพราะอะไรน่ะเหรอ? แน่นอนว่าเพราะสภาพของคุณในตอนนี้ไง ที่เหมือนเด็กสิบขวบคนหนึ่ง เปปเปอร์ ฉันจะรอดูตอนคุณสร่างเมา คาดว่าหลังจากที่คุณหวนนึกถึงพฤติกรรมที่ไร้เดียงสาทั้งหมดของคุณในวันนี้ คงต้องหาหลุมมุดตัวเข้าไปแน่ๆเลยใช่ไหม?”
“ห๊ะ?” เปปเปอร์ฟังไม่เข้าใจอย่างชัดเจน บนใบหน้าแสดงความงุนงงออกมาเล็กน้อย
มายมิ้นท์โบกๆมือ “ช่างมันๆ พูดเรื่องพวกนี้กับคุณทำอะไรล่ะ ตอนนี้คุณก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี กินข้าวก่อนเถอะ”
พูดจบ เธอจึงยกชามโจ๊กจากในถาดขึ้นมาชามหนึ่ง ส่งไปที่มือของชายหนุ่ม “ถือให้ดี อย่าทำหกนะ”
โอ๊ย เธอรู้สึกเหมือนตอนนี้ตนเองกำลังดูแลเด็กน้อยอยู่จริงๆ ยังต้องมาคอยกังวลว่าเขาจะถือชามเอาไว้ได้ไหมอีก
เปปเปอร์ถือชามเอาไว้อย่างว่าง่าย
มายมิ้นท์เห็นเขาถือได้อย่างมั่นคง ชามไม่เอียงไปเอียงมา ถึงได้วางใจที่จะยกโจ๊กอีกชามของตนเองขึ้นมา
ตอนนี้เธอก็หิวแล้ว เมื่อเช้า เพราะเธอเป็นห่วงเขา จึงไม่ได้กินข้าวเช้ามา
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ก็หิวจนทนไม่ไหวแล้ว
มายมิ้นท์ใช้ช้อนคนๆโจ๊กในชาม เริ่มกินคำเล็กๆ
กินไปได้ไม่กี่คำ เธอรู้สึกว่าชายหนุ่มเอาแต่จ้องเธอ ไม่แตะต้องโจ๊กในชามเลย
มายมิ้นท์จึงหยุดช้อนที่อยู่ในมือ มองไปทางชายหนุ่ม “มองฉันทำไม? คุณไม่กินเหรอ?”
ริมฝีปากบางๆของเปปเปอร์ขยับเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
มายมิ้นท์ถอนหายใจ “มีอะไร? กินเองไม่ได้เหรอ?”
เปปเปอร์มองเธอ ยังคงไม่พูดไม่จา
ท่าทางนี้ของเขา ทำให้มายมิ้นท์ค่อนข้างหงุดหงิด
เฮอะ เด็กน้อยน่ารักก็น่ารักแหละ แค่บางเวลาที่คุณไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ดังนั้น การเผชิญหน้ากับเด็กน้อย บางครั้งมันก็รู้สึกหมดแรง
อย่างเช่นสภาพของเธอตอนนี้
มายมิ้นท์วางโจ๊กในมือลง แล้วยกชามโจ๊กในมือของเปปเปอร์กลับมา ตักขึ้นมาหนึ่งช้อนยื่นไปที่ข้างปากเขา “อ้าปาก”
เปปเปอร์อ้าปากอย่างเชื่อฟัง
มายมิ้นท์ป้อนโจ๊กในช้อนให้เขา
เขาเคี้ยวสองที แล้วกลืนโจ๊กลงไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...