มายมิ้นท์มีเขาเป็นเบาะเนื้อคนรองเอาไว้ จึงไม่เจ็บเลยสักนิด แค่คางกระแทกไปบนหลังที่แข็งแกร่งของเขาเท่านั้น
หลังจากเธอลูบๆคางแล้ว จึงรีบลุกขึ้นมาจากบนหลังของเขา ยื่นมือไปดึงเขา “เปปเปอร์ คุณเป็นไงบ้าง ไม่บาดเจ็บใช่ไหม?”
“ห๊ะ?” หลังเปปเปอร์ลุกขึ้นมานั่งจากบนพื้น ก็มองเธอด้วยแววตาที่สับสน
มายมิ้นท์เลิ่กคิ้ว
ช่างเถอะ ตานี่ก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอยู่แล้ว
คงไม่รู้สึกว่าเมื่อกี้ตัวเองเพิ่งจะล้มลงมาสินะ
แต่ทว่าเห็นท่าทางทึ่มๆอย่างนี้ของเขา น่าจะไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนหรอก
ถึงยังไงที่พื้นก็ยังมีพรมอยู่ด้วย
คิดๆแล้ว มายมิ้นท์จึงคลายกังวลลงได้ ประคองเปปเปอร์เดินไปที่ประตูห้องหนังสือต่อ
ขาของตานี่ไม่มีเรี่ยวแรงเลย เดินไปล้มไป มันไม่ง่ายจริงๆกว่าจะออกมาจากห้องหนังสือแล้วมาถึงห้องน้ำในห้องนอนของเขาได้ มายมิ้นท์รู้สึกว่าชีวิตนี้ตัวเองไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนเลย
“ฮู่ว......” มายมิ้นท์เป่าลมหายใจออกมา แล้วหันไปพูดกับผู้ชายที่อยู่ข้างๆ: “จับนี่ไว้!”
เธอใช้คางเชิดๆไปทางเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
ชายหนุ่มกระพริบๆตา “ห๊ะ?”
มายมิ้นท์มองค้อน “ฉันหมายถึง ให้คุณวางมือไว้ข้างบน จับมันไว้”
“มือ?” เปปเปอร์ก้มหน้ามองมือของตัวเอง มองอยู่แปปนึง จึงลองยื่นมือออกไปวางบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
เห็นเขาทำตาม มายมิ้นท์จึงเป่าปากคลายกังวล กำลังจะปล่อยแขนเขาออก ก็เห็นเขาชักมือกลับมาจากบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างฉับพลัน การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วขนาดนั้น ถ้าคลาดสายตาเพียงนิดเดียวก็แทบจะมองไม่ทันเลย
มายมิ้นท์ไม่ค่อยพอใจ “เปปเปอร์ คุณทำอะไรน่ะ? ข้างบนไฟช็อตเหรอ?”
“มันเย็น” เปปเปอร์ตอบกลับ
มายมิ้นท์ปวดหัว “ฉันรู้ว่าเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ามันเย็นมาก แต่มันยังไงล่ะ เย็นนิดๆหน่อยๆคุณก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ? คุณยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
“เป็นสิ” เปปเปอร์พยักหน้าอย่างไม่ลังเล
มายมิ้นท์หัวเราะออกมาด้วยความไม่พอใจ “เฮอะ นี่คุณกลับตอบได้เร็วขนาดนี้ เอาเถอะๆ รีบเอามือวางไว้ข้างบน”
“ไม่เอา มันเย็น!” เขาส่ายหัว ไม่ยอมวางเด็ดขาด
มายมิ้นท์หลับตาลงอย่างไม่ลังเล พยายามอดกลั้นความเดือดดาลในใจเอาไว้
อย่าโมโห อย่าโมโห ตอนนี้เขาเป็นแค่เด็กสิบขวบคนหนึ่ง อย่าโมโหเขาเด็ดขาด
ฟังให้ดีนะมายมิ้นท์ ถ้าเธอโกรธเขา เธอก็แพ้แล้ว
มายมิ้นท์โน้มน้าวตนเองอย่างนี้ แต่ในใจกลับไม่เคยรู้เลยว่า ที่แท้การดูแลเด็ก มันเหนื่อยขนาดนี้
ไม่เพียงแต่เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจยิ่งกว่า
โดยเฉพาะเขาที่เป็นเด็กปลอมๆด้วย
สรุปแล้ว ไมโลยังไม่เรื่องเยอะอย่างเขาเลย
นวดๆหว่างคิ้วแล้ว มายมิ้นท์จ้องชายหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เปปเปอร์ ฉันจะพูดกับคุณอีกครั้งนะ วางมือลงไป ไม่งั้นฉันจะกลับไปตอนนี้เลย จะไม่สนใจคุณแล้ว”
เปปเปอร์แววตาสั่นไหว รีบวางมือไปบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มองมายมิ้นท์ที่น้ำเสียงขุ่นเคืองพูดขึ้น: “ผมวางแล้วๆ คุณอย่าไปไหนนะ”
มายมิ้นท์ถอนหายใจ “จริงๆเลย ต้องบังคับให้ฉันใช้ไม้นี้ถึงจะยอมเชื่อฟัง”
เปปเปอร์ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ความน้อยใจแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย
มายมิ้นท์ทั้งโมโหทั้งขำ
ท่าทางอย่างนี้ของเขา เหมือนเธอบังคับให้เขาเข้าไปในลานลงโทษอย่างนั้นแหละ
“เอาล่ะ คุณประคองตัวยืนไว้ให้ดีนะ อย่าขยับไปขยับมารู้ไหม?” มายมิ้นท์ปล่อยแขนของ เปปเปอร์ออก “ถ้าอีกเดี๋ยวคุณล้มลงมา อย่ามาโทษว่าฉันไม่เตือนคุณนะ ที่นี่ไม่มีพรม ล้มลงมาล่ะเจ็บแน่นอน”
“อืม......” เปปเปอร์ตอบรับออกมาเบาๆ
มายมิ้นท์ส่ายหัว หมุนตัวเดินไปทางสระอาบน้ำ
มาถึงด้านหน้าสระอาบน้ำ กำลังมองสระอาบน้ำที่ใหญ่จนสามารถแช่น้ำได้คราวละห้าหกคน มายมิ้นท์จึงอดไม่ได้ที่จะเจ็บปวด
เขานี่สุขสำราญจริงๆเลยนะ
ตอนที่ตระกูลกิตติภัคโสภณมีเงิน เธอก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างนี้หรอก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...