รักหวานอมเปรี้ยว นิยาย บท 696

ประโยคนี้ทำให้พิศมัยถึงกับสำลัก ใบหน้าของเธอดูบิดเบี้ยว

นั่นสิ กำไลนี้เป็นหนึ่งในมรดกตกทอดของตระกูลนวบดินทร์ซึ่งเอาไว้มอบให้สะใภ้โดยเฉพาะ ท่านย่าเก็บเอาไว้ในคฤหาสน์หลังเก่า

และคฤหาสน์หลังนั้นมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ใครจะไปขโมยมาได้?

ต่อให้ขโมยมาได้จริงๆ จะกล้าใส่ออกมาอย่างเปิดเผยแบบนี้หรือ?

ในเมื่อไม่ได้ขโมยมาถ้าอย่างนั้นกำไลนี้......

ความเป็นไปได้ผุดขึ้นมาในหัวใจของเธอ ทำให้พิศมัยไม่อาจยอมรับได้

ใบหน้าอันเต็มไปด้วยไขมันอวบอ้วนสั่นคลอนแล้วเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งว่า “บอกมาสิว่าได้กำไลนี้มาจากที่ไหน?”

มายมิ้นท์วางมือของเธอลงแล้วพูดเบาๆ ว่า “จะเอามาได้ยังไงอีกล่ะคะ นอกจากว่าท่านย่าให้”

“เป็นไปไม่ได้!” น้ำเสียงของพิศมัยสูงขึ้นทันใด มันช่างแหลมคมจนแสบแก้วหู

มายมิ้นท์เอียงศีรษะไปด้านข้างแล้วยกมือขึ้นปิดหู ท่าทางของเธอดูไม่ดีนัก “อะไรของคุณคะเนี่ย”

“จะเป็นไปได้ยังไง! แกโกหกใช่ไหม!” พิศมัยก้าวเข้ามาใกล้เธอด้วยดวงตาอันตื่นเต้น “กำไลหยกนี้ตระกูลนวบดินทร์มีเอาไว้ให้กับสะใภ้ แกไม่ใช่สะใภ้ของตระกูลนวบดินทร์สักหน่อยแล้วท่านย่าจะเอากำไลนี้ไปให้ทำไม แกกำลังโกหกอยู่แน่ๆ!” หล่อนไม่เชื่อหรอกว่าท่านย่าจะเป็นคนเอามาให้จริงๆ

กำไลนี้เป็นกำไลที่เอาไว้ให้กับสะใภ้ของตระกูลนวบดินทร์ ถ้าหากจะให้ก็ควรให้หล่อนจึงจะถูก

จะเอามาให้มายมิ้นท์ทำไม!

ดังนั้นสิ่งที่มายมิ้นท์พูดต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ

“อะไรนะ ฉันโกหกเหรอคะ?” มายมิ้นท์ผงะกับคำพูดของพิศมัย จากนั้นเธอก็โมโหเสียจนหัวเราะออกมา “คุณพิศมัย คุณมีหลักฐานอะไรมาบอกว่าฉันโกหกอยู่”

“ต้องมีหลักฐานด้วยเหรอ กำไลนี่แหละเป็นหลักฐาน!” พิศมัยชี้ไปที่กำไลข้อมือของมายมิ้นท์ ใบหน้าของเธอดูเคร่งขรึม “ฉันเคยบอกแล้วไงว่านี่คือกำไลที่เอาไว้ให้กับสะใภ้ของตระกูลนวบดินทร์ แกคิดว่าแกเป็นใครกัน เหมาะสมกับกำไลนี้หรือ? และยังมีหน้าบอกว่าท่านย่าให้ เชอะ! ท่านย่าเป็นคนที่เคารพกฎเกณฑ์จะตายไป จะเอาสิ่งนี้ให้แกได้ยังไง นอกเสียจากว่าท่านย่าจะสับสน ไม่อย่างนั้นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะฉะนั้นแกรีบเอากำไลนี้คืนมาเดี๋ยวนี้!”

เธอเอื้อมมือออกไปอยู่ตรงหน้ามายมิ้นท์เป็นความหมายให้มายมิ้นท์ถอดกำไลออกมาคืน

มายมิ้นท์ก้าวถอยหลังไปสองก้าว แล้วกำกำไลอันนั้นเอาไว้ด้วยสีหน้าอันว่างเปล่า “ไม่ กำไลนี้ท่านย่าเป็นคนให้ฉัน ตอนนี้มันคือของฉัน ฉันจะไม่เอามันไปให้คุณแน่ ถ้าคุณมีอะไรไม่พอใจให้ไปคุยกับท่านย่าเอง คุยกับฉันไปก็ไร้ประโยชน์”

“แก......” พิศมัยไม่คิดว่ามายมิ้นท์จะดื้อรั้นขนาดนี้ ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไรหล่อนก็ไม่ยอมเอากำไลคืนมา จึงโมโหเสียจนร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว “มายมิ้นท์ จะให้หรือไม่ให้!”

“ไม่ให้!” มายมิ้นท์ตอบกลับโดยไม่ลังเล แววตาอันเยาะเย้ยของเธอพูดขึ้นว่า “พิศมัย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ เพราะอะไรคุณถึงต้องการกำไลนี้ไปจากฉัน ก็เพราะว่าตัวคุณอยากได้กำไลนี้ เพราะกำไลนี้มีไว้ให้สำหรับสะใภ้ตระกูลนวบดินทร์ และคุณพิศมัย คุณเองก็เป็นสะใภ้ของตระกูลนวบดินทร์ แต่ท่านย่ากลับไม่มอบกำไลนี้ให้แก่คุณ จึงทำให้คุณไม่อาจยอมรับความจริงนี้ได้เสียจนหัวใจแทบแตกสลาย จึงต้องการจะแย่งกำไลนี้ไปจากฉันใช่ไหมล่ะคะ?”

เมื่อพิสมัยได้ยินประโยคนี้ รู้ม่านตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

เห็นได้ชัดว่าประโยคของมายมิ้นท์เมื่อครู่ตรงกับความคิดในใจเธอ

แต่พิศมัยกัดฟันไม่ยอมรับความจริงนี้ เธอชี้ไปที่หน้าของมายมิ้นท์แล้วพูดว่า “แก......แกพูดเรื่องไร้สาระ!”

“ฉันพูดไร้สาระหรือเปล่า คุณรู้อยู่แก่ใจดี เพราะความอิจฉาริษยาในตาของคุณ มันแทบจะพุ่งออกมาเป็นมีดแทงฉันจนตายแล้ว” มายมิ้นท์หัวเราะเยาะเย้ย “ที่จริงคุณรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ากำไลนี้ท่านย่าเป็นคนให้ฉัน เพราะกำไลนี้มันไม่อาจจะบินเข้ามาอยู่ในมือฉันได้เอง แต่คุณกลับไม่ยอมรับก็เท่านั้นแหละค่ะ เพราะถ้าคุณยอมรับล่ะก็คุณคงจะไม่พยายามแย่งกำไลนี้และหาข้ออ้างต่างๆ นานา คุณพิศมัยคะ ฉันพูดถึงขนาดนี้คุณยังจะปฏิเสธอยู่หรือเปล่า?”

สีหน้าของพิศมัยเปลี่ยนไปอีกครั้ง มันเป็นอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างบอกไม่ถูกและน่าตลกขบขันสิ้นดี

มือทั้งสองข้างของเธอกำแน่น ผ่านไปสักพักใหญ่เธอจึงยอมรับความจริงนี้แล้วส่งเสียงหึๆ ใส่มายมิ้นท์ด้วยความเยือกเย็น “ต่อให้แกพูดถูกแล้วยังไงล่ะ ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ยอมรับเรื่องที่ท่านย่ามอบกำไลนี้ให้ด้วยใจจริงหรอกนะ แกคงจะเกลี้ยกล่อมท่านย่าตอนที่อยู่โรงพยาบาล และตอนนั้นท่านย่าคงสติเลือนราง จนกระทั่งเอากำไลนี้ออกมาให้สินะ”

เมื่อได้ยินประโยคนี้มายมิ้นท์ก็กลอกตามองบน “คุณพิศมัยคะ ฉันล่ะชื่นชมสมองของคุณเหลือเกิน เหตุผลแบบนี้คุณยังคิดออกมาได้ คุณนี่เป็นอัจฉริยะจริงๆ นะคะ น่าเสียดาย การที่คุณย่านอนโรงพยาบาลในครั้งนี้เป็นเพราะตกใจเกินขีดจำกัด แต่สมองของคุณย่ายังปกติดี ไม่ได้อยู่ในอาการสะลึมสะลือแบบที่คุณพูด อีกอย่างตอนที่กำไลนี้มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามันคือกำไลของตระกูลนวบดินทร์ เพราะฉะนั้นคุณบอกฉันมาหน่อยสิว่าฉันจะไปเกลี้ยกล่อมท่านย่าอย่างไร?”

ดวงตาของพิศมัยเป็นประกาย รู้สึกสูญเสียความมั่นใจ แต่วินาทีต่อมาเธอก็ยื่นมือออกไปด้วยความดุเดือด “ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าแกไปเกลี้ยกล่อมอย่างไร เอาเป็นว่าส่งกำไลนี้มาเสียดีๆ!”

ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะต้องเอากำไลนี้ไปให้ได้

แต่ถึงอย่างไรมายมิ้นท์ก็ไม่ยอมให้เธอ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว