หญิงชราเห็นดังนั้นใบหน้าของเธอก็ดูมืดมนลงกว่าเดิม
เธอใช้มือตบผ้าห่มข้างตัวอย่างแรงและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พิศมัย แววตานั่นหมายความว่าอะไร เธอจะกินมายมิ้นท์เข้าไปหรืออย่างไรกัน!”
พิศมัยสะดุ้งเนื่องจากคำตำหนิของท่านย่าแล้วหดคอลงไปอย่างรวดเร็วไม่กล้าสบตากับมายมิ้นท์อีก ก่อนจะยิ้มขึ้นอย่างเคอะเขินว่า “แม่คะ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ฉันจะกินร้อนได้อย่างไร”
“หึๆ ฉันเห็นแววตาของเธอเมื่อครู่ แทบจะกลืนกินมายมิ้นท์เข้าไปแล้วไม่ใช่หรือไร!”
ท่านย่าหัวเราะเยาะ
พิศมัยก้มหน้าลงไม่ได้ตอบอะไรอีก
เธอรู้ดีว่าถ้าพูดมากก็จะผิดมาก สู้ไม่พูดดีกว่า
มายมิ้นท์เห็นพิศมัยเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านย่าช่างว่านอนสอนง่าย มุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะเผยอขึ้น มีรอยยิ้มอันน่ายินดีในดวงตาของเธอปรากฏขึ้น
พิศมัยเห็นดังนั้นก็โมโห “นี่ มายมิ้นท์ เธอ......”
“ทำอะไร!” เมื่อเห็นว่าพิศมัยกำลังจะจัดการมายมิ้นท์ ท่านย่าก็ตบลงไปที่ผ้าห่มอีกครั้ง
ความเย่อหยิ่งจองหองเมื่อครู่ในใจของพิศมัยก็ลดลงในทันที และชี้ไปที่มายมิ้นท์ฟ้องว่า “แม่คะเมื่อสักครู่ เธอหัวเราะเยาะฉัน”
“หึๆ แล้วหล่อนไม่น่าตลกหรืออย่างไร?” ท่านย่ามองไปที่เธอด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์ “สภาพเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ามันน่าขำสิ้นดี ถ้าไม่ขำคงจะแปลก”
“แม่คะ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะค่ะ” ดวงตาของพิศมัยปูดโปนออกมาเหมือนกบ “ฉันเป็นลูกสะใภ้ของแม่นะคะ”
“มายมิ้นท์ก็เป็นหลานสะใภ้ของฉันเหมือนกัน ในเมื่อเธอกล้ารังแกหลานสะใภ้ของฉัน ฉันก็จะจัดการเธอให้ดู ให้มันรู้กันว่า สำหรับฉันแล้ว ในใจของฉันไม่มีใครสำคัญไปกว่าหลานสะใภ้อีกแล้ว” ท่านย่ามองไปที่เธอด้วยสายตาขุ่นเคือง
พิศมัยรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจขึ้นมา เธอมองไปที่มายมิ้นท์ด้วยดวงตาแดงเรื่อ “หลานสะใภ้เหรอ แม่คะ แม่แก่จนความจำเลอะเลือนหรืออย่างไร หล่อนไม่ใช่หลานสะใภ้ของแม่ตั้งนานแล้ว แม่ยังเห็นหล่อนเป็นหลานสะใภ้อยู่อีกเหรอคะ ไม่เพียงเท่านี้แม่ยังเอากำไลไปให้เธอ ฉันว่าแม่น่ะ......”
“ถ้าเธอไม่พูด บางทีฉันอาจจะลืมไปแล้วก็ได้” จู่ๆ ท่านย่าก็หรี่ตาลง
พิศมัยเห็นท่าทางดังนั้นในใจของเธอก็สะดุ้ง “คะ อะ......อะไร?”
“มายมิ้นท์ มานี่สิ” ท่านย่าตบลงไปที่ข้างเตียงเป็นความหมายให้มายมิ้นท์เดินไปนั่งลง
มายมิ้นท์นำยาที่จะเตรียมเรียบร้อยวางไว้ข้างๆ แล้วนั่งลงอย่างว่าง่าย “ค่ะท่านย่า”
“มายมิ้นท์ บอกย่ามาสิว่าเมื่อสักครู่หล่อนต้องการจะแย่งกำไลไปจากหลานใช่ไหม?” หญิงชราเอื้อมมือมาคว้ามือมายมิ้นท์ที่สวมกำไลเอาไว้แล้วพูดขึ้น
“เอ่อคือ......” มายมิ้นท์ก้มหน้าลงทำท่าทางอึดอัดใจ “ท่านย่าคะ หนูเองก็พูดลำบากอยู่เหมือนกัน เพราะถึงอย่างไร หล่อนก็เป็นแม่ของเปปเปอร์ หนู......”
หญิงชราปลอบโยนเธอขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่แม่เลี้ยง ไม่ต้องไปสนใจอะไร ย่าบอกให้พูดก็พูดออกมา ต่อให้เปปเปอร์ไม่พอใจ ย่าก็จะคอยปกป้องเอง จะไปกลัวอะไรล่ะ?”
“ในเมื่อท่านย่าพูดแบบนี้ ก็ได้ค่ะ” มายมิ้นท์พยักหน้าแล้วก้มหน้าลงปิดบังความเจ้าเล่ห์ในดวงตาของเธอ ก่อนจะทำท่าทางยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น “เมื่อสักครู่ตอนที่อยู่ในลิฟต์ คุณนายพิศมัยเห็นกำไลของหนูที่สวมไว้ในมือ ไม่เพียงแต่สงสัยว่าหนูขโมยมา และยังตั้งใจจะแย่งไปอีกด้วย ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรหล่อนก็ไม่ยอมเชื่อ อีกทั้งยังบอกว่าหนูฉวยโอกาสตอนที่ท่านย่าสะลึมสะลือ และหลอกให้ท่านย่าให้เอาของสิ่งนี้มาให้ ท่านย่าคะ ได้โปรดช่วยอธิบายกับคุณนายพิศมัยให้หน่อยค่ะว่าหนูไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงๆ”
เธอพยายามทำท่าทางตนเองให้น่าสงสารเท่าที่จะทำได้ และดูเหมือนถูกใส่ร้ายมากเหลือเกิน ทำให้คนฟังรู้สึกอยากจะปกป้องขึ้นมาในทันใดโดยไม่สงสัยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าเชื่ออย่างไม่คิดเลยก็ได้
แต่มีเพียงมายมิ้นท์คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าบัดนี้ตัวเธอเองสะอิดสะเอียนขนาดไหน
เธอเพิ่งจะรู้ว่าการที่ตนเองแสร้งทำเป็นดอกบัวขาวบริสุทธิ์มันน่าขยะแขยงขนาดไหน
“อืม เอาเถอะ เดี๋ยวย่าจะพูดกับหล่อนให้รู้เรื่องเอง” ท่านย่าลูบลงไปที่ศีรษะของมายมิ้นท์แล้วจัดทรงผมให้เธอด้วยท่าทางอันอ่อนโยนใจดี
จนกระทั่งหันไปทางพิศมัย ใบหน้าอันอ่อนโยนนั้นก็จางหายไปทันที เหลือไว้เพียงความเหนือเบื่อหน่ายและสะอิดสะเอียน “ใจกล้ามากนะหล่อน กล้าแย่งกำไลที่ฉันให้กับมายมิ้นท์”
“เปล่านะคะแม่ แม่อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของเธอ!” พิศมัยชี้นิ้วไปที่มายมิ้นท์ด้วยท่าทางตื่นตระหนก “ฉันไม่ได้แย่ง เพียงแค่เห็นว่านี้คือกำไลสมบัติของตระกูลนวบดินทร์ แต่กลับถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือของคนนอกก็เลยตั้งใจจะนำกลับมา เพราะถึงอย่างไรนี่คือสมบัติของตระกูลนวบดินทร์ เอาไปใส่ไว้ในข้อมือของเธอแบบนั้นได้ยังไง แม่คะ แม่ก็จริงๆ เชียว ทำไมถึงเอากำไลนี้ให้คนอื่นมั่วซั่วไปทั่ว กำไลนี้เป็นสิ่งของสืบทอดให้สะใภ้ของตระกูลนวบดินทร์นะคะ อีกอย่างเธอไม่ใช่......”
“ถ้าฉันไม่ให้มายมิ้นท์ แล้วจะเอาไปให้เธออย่างงั้นเหรอ?” ท่านย่าเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูดขัดจังหวะเธอขึ้นอีกครั้ง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...