รักหวานอมเปรี้ยว นิยาย บท 699

“......” ประโยคนี้ทำให้พิศมัยพูดไม่ออก มันติดอยู่ในลำคอของเธอ

ให้ความสำคัญกับใครมากกว่า

คำตอบนี้ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

เปปเปอร์เองก็เคยบอกว่าในใจเขานั้น แม่เลี้ยงเช่นเธอไม่อาจสู้กับมายมิ้นท์ได้

ดังนั้นจะให้เธอตอบอย่างไร?

เมื่อมองไปยังสีหน้าอันซับซ้อนของพิศมัย มายมิ้นท์ก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ดูเหมือนว่าคุณจะมีคำตอบแล้วนะคะ ดังนั้นคุณยังคิดว่าฉันไม่กล้าอยู่อีกหรือเปล่า?”

ร่างกายของพิศมัยสั่นสะท้านเล็กน้อย เธอจ้องไปที่มายมิ้นท์ด้วยความโกรธและไม่กล้าพูดอะไรออกมา

มายมิ้นท์ดีดเล็บของตนเองเบาๆ แล้วพูดว่า “เห็นแก่การที่คุณเลี้ยงดูเปปเปอร์มาจนโต ฉันจึงได้เอ่ยเตือนคุณถึงเรื่องเหล่านี้ หากจะพูดว่าเป็นการเอ่ยเตือน ที่จริงฉันควรจะเรียกว่าตักเตือนมากกว่า ตักเตือนให้คุณปฏิบัติดีกับฉันต่อจากนี้ ไม่ใช่มัวแต่คิดว่าจะจัดการฉันอย่างไรในอนาคต ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ฉันพูดมาเมื่อสักครู่นี้ ก็คือชะตากรรมในอนาคตที่คุณต้องเจอ”

“ที่จริงการที่เธอกล้าอวดดีแบบนี้เพราะได้รับความรักจากเปปเปอร์สินะ” พิศมัยกัดฟันแน่น “ถ้าเปปเปอร์ไม่รักเธอแล้ว เธอจะกล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ เพราะฉะนั้นนะมายมิ้นท์ ทางที่ดีเธอควรจะร้องขอความรักของเปปเปอร์ให้ได้ทั้งชีวิต ไม่อย่างนั้นไม่ใช่ว่าเธอกุมฉันไว้ในกำมือ แต่ฉันต่างหากที่จะจัดการเธอ”

“ขอบคุณที่เตือนสติฉันนะคะ” มายมิ้นท์ตอบด้วยรอยยิ้ม “แต่ว่าคุณไม่ต้องกังวลไป คุณจะไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน ต่อให้มีวันที่เปปเปอร์ไม่รักฉันแล้วจริงๆ ฉันก็คงจะกดขี่ข่มเหงคุณเสียก่อน ไม่ให้คุณมีโอกาสจัดการฉันอย่างแน่นอน”

“เธอ......” พิศมัยสำลักอีกครั้ง ใบหน้าของเธอแดงก่ำ

เธอรู้ดี ไม่ว่าอย่างไรตนก็ไม่อาจจะโต้เถียงกับผู้หญิงคนนี้ได้ และไม่อาจเอาชนะผู้หญิงคนนี้ได้เลย

ดังนั้นถ้ายังสนทนากันต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเธอคงจะอึดอัดใจจนตาย

พิสมัยที่สู้ไม่ได้กระทืบเท้าปึงๆ แล้วหันหลังเดินจากไป

มายมิ้นท์มองดูแผ่นหลังของเธอแล้วเผยอริมฝีปากยิ้มขึ้นพร้อมใช้มือลูบไปที่คาง

ต้องขอบอกว่าการแกล้งทำเป็นผู้หญิงที่ชอบข่มขู่คนอื่นแบบนี้ มันช่างน่าตื่นเต้นดีเหลือเกิน

ไม่น่าล่ะ คนสมัยนี้จึงค่อนข้างหยิ่งผยองกันนัก

มายมิ้นท์ส่งเสียงหึๆ ออกมา หลังจากที่ร่างของพิสมัยหายเข้าไปในลิฟต์แล้ว เธอก็หันหลังเดินกลับไปที่ห้องผู้ป่วยเช่นกัน

ท่านย่ากำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่ เมื่อได้ยินฝีเท้าของเธอดังขึ้นก็เอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าว่า “ลากันเสร็จแล้วเหรอ?”

มายมิ้นท์ตอบรับว่า “ค่ะ”

ท่านย่าปิดนิตยสารลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปที่เธอด้วยใบหน้ากึ่งยิ้ม “มายมิ้นท์ คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งเธอจะรู้จักทำท่าทางน่าสงสารเพื่อที่จัดการกับใครบางคน”

หล่อนหมายถึงก่อนหน้านี้ในห้องผู้ป่วยที่มายมิ้นท์แสร้งทำเป็นดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ให้ตนจัดการกับพิศมัย

เมื่อได้ยินประโยคนี้ของท่านย่า สีหน้าของมายมิ้นท์หยุดนิ่งไปในตอนแรก จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเขินอาย “ท่านย่า ท่าน......มองออกหรือคะ?”

“เรื่องชัดเจนขนาดนี้ทำไมย่าจะมองไม่ออกล่ะ ย่าไม่ใช่พวกผู้ชายที่ตรงไปตรงมาหรอกนะ ถึงอย่างไรย่าก็เป็นผู้หญิง ผู้หญิงด้วยกันจะมองไม่ออกถึงกลอุบายของผู้หญิงได้อย่างไร” ท่านย่ายิ้มขึ้นเล็กน้อย

มายมิ้นท์เล่นนิ้วของตนเองด้วยท่าทางเขินอาย “ขอโทษนะคะท่านย่าที่ใช้ท่านเป็นเครื่องมือเมื่อสักครู่”

ตอนนี้ท่านย่ารู้แล้วว่าแท้จริงเธอไม่ได้จิตใจงดงามอย่างที่ท่านย่าคิด

แล้วตอนนี้ท่านย่าจะเกลียดเธอหรือเปล่านะ?

ท่านย่ามองออกถึงความไม่สบายใจของมายมิ้นท์ จึงยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “อย่าคิดมากไปเลย ย่าไม่โกรธเธอหรอก ในทางตรงกันข้าม ย่าดีใจเสียด้วยซ้ำ”

มายมิ้นท์ชะงักลงด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันไปมองทางท่านย่าด้วยดวงตาอันแปลกประหลาดใจ “ดีใจเหรอคะ?”

“ใช่แล้ว” ท่านย่าตอบแล้วพยักหน้า

ในใจของมายมิ้นท์รู้สึกสับสนขึ้นกว่าเดิม เธอมานั่งลงข้างเตียงแล้วถามว่า “เพราะอะไรคะ?”

“เพราะชื่นชม”

“ชื่นชมเหรอคะ?”

“ก็ใช่น่ะสิ” ท่านย่าเอื้อมมือมาจับมือเธอแล้วลูบไปเบาๆ “ผ่านไปหกปีแล้ว หกปีที่ผ่านมาเรื่องที่เธอถูกพิศมัยทำร้ายกดขี่ข่มเหงทำให้ย่าโมโหมาโดยตลอดเพราะเธอไม่แย้งกลับ บางครั้งย่าอยากจะจัดการแทนเธอแต่กลับถูกปฏิเสธ ย่าเองก็ช่วยอะไรไม่ได้”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว