ดารามายหวาดกลัว ทั่วทั้งร่างกายแข็งทื่อ ขาทั้งคู่กำลังสั่นเทิ้ม
ผู้ชายคนนี้คือปีศาจ!
ไม่นึกว่าเขาจะสั่งให้คนคอยต้อนรับเธอในคุก!
ไม่ได้ เธอไม่อยากมีชีวิตแบบลำดวน มันน่ากลัวเกินไป!
“คุณเปปเปอร์ ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้วจริงๆ ขอร้องล่ะ คุณอย่าทำแบบนี้กับฉันเลยนะ ต่อไปฉันก็ไม่กล้าอีกแล้ว ไม่กล้าแล้วจริงๆ” ดารามายเริ่มลนลานขึ้นมา ขอความเมตตาจากเปปเปอร์ไม่หยุดหย่อน อยากให้เปปเปอร์ปล่อยเธอไป
แต่เปปเปอร์ยังคงนิ่งเฉย ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการขอร้องของเธอ ช่างเป็นผู้ชายใจแข็งจริงๆ
ดารามายไม่ใช่คนโง่ ไม่งั้นคงคิดไม่ได้หรอกว่าหลังจากที่มายมิ้นท์รู้ตัวตนของตนเองแล้ว จะมีปฏิกิริยายังไง
และเช่นกัน ตอนนี้เธอก็รู้ว่า ต่อให้เธอจะขอความเห็นใจจากผู้ชายคนนี้ยังไง ผู้ชายคนนี้ก็จะไม่ปล่อยเธอไป
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจะขอความเห็นใจอะไรอีก?
คิดอย่างนี้ สีหน้าของดารามายจึงเปลี่ยนไป จ้องเปปเปอร์เขม็ง คำรามออกมาเบาๆ: “เปปเปอร์ นายจะไม่ปล่อยให้ฉันมีทางรอดเลยสินะ ได้ ถึงยังไงฉันก็ติดคุกแค่ไม่กี่เดือน รอให้ฉันออกมาแล้ว ฉันก็จะบอกมายมิ้นท์เหมือนเดิม บอกเธอว่า เธอเป็นลูกสาวของเยี่ยมบุญ!”
“สภาพของเยี่ยมบุญตอนนี้ คาดว่าคงอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน เธอคิดว่าหลังจากเธอออกมา เยี่ยมบุญจะยังอยู่ไหมล่ะ? แค่เยี่ยมบุญตาย ความแค้นระหว่างตระกูลกิตติภัคโสภณกับตระกูลภักดีพิศุทธิ์ก็จะสลายหายไปโดยปริยาย ถึงเวลานั้น ต่อให้มายมิ้นท์รู้ตัวตนของตัวเอง ก็คงไม่มีอิทธิพลอะไรมากมาย แต่เธอต่างหากที่ยังถูกลิขิตให้พ่ายแพ้เหมือนเดิม” เปปเปอร์ทิ้งท้ายไว้อย่างเย็นชา แล้วหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งดารามายที่สีหน้าไร้ชีวิตชีวาเอาไว้
จะ......จะเป็นอย่างนี้จริงเหรอ?
เธอถูกลิขิตให้พ่ายแพ้จริงๆงั้นเหรอ?
ริมฝีปากของดารามายสั่นไหว ไม่ยินยอมที่จะเชื่อความจริงนี้
แต่วินาทีนี้ ในหัวของเธอ กลับผุดเรื่องราวทุกเรื่องที่ตนเองได้ทำกับมายมิ้นท์ ตั้งแต่ในช่วงเวลานี้ออกมาไม่หยุด จึงพบว่าทุกๆครั้ง ล้วนแต่เป็นตนเองที่พ่ายแพ้จนถึงที่สุด ไม่เคยเอาชนะมายมิ้นท์ได้เลยสักครั้ง
ดังนั้น เธอจึงถูกลิขิตให้เอาชนะมายมิ้นท์ไม่ได้จริงๆเหรอ?
ไม่ เป็นไปไม่ได้ เธอไม่เชื่อ แล้วก็ไม่ยอมรับด้วย!
“คุณตำรวจ คุณตำรวจ ฉันอยากพบมายมิ้นท์ ฉันอยากพบมายมิ้นท์!” ดารามายหันไปจ้องที่ประตู ตะโกนออกไปข้างนอกอย่างบ้าคลั่ง
เธอไม่เชื่อว่าเปปเปอร์จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปฏิบัติตามสิทธิของประชาชน ไม่ยอมให้เธอได้เจอกับใครๆได้
แต่ไม่ว่าดารามายที่อยู่ในห้องขังจะตะโกนออกมาด้วยความโกรธยังไง ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูสักคน
เพราะตำรวจพวกนี้ โดนผู้ช่วยเหมันตร์กำชับเอาไว้หมดแล้ว
“ประธานเปปเปอร์ครับ” เห็นเปปเปอร์ออกมา ผู้ช่วยเหมันตร์จึงหยุดการสนทนากับผู้กำกับ แล้วเอ่ยปากเรียกเปปเปอร์
เปปเปอร์อืมออกมา ถือเป็นการขานรับ จากนั้นจึงเดินเข้าไป ยื่นมือไปทางผู้กำกับ
แน่นอนว่าผู้กำกับก็จับมือด้วยความสุภาพ
“มีเรื่องหนึ่ง ที่จำเป็นต้องขอร้องพวกคุณแล้วครับ” จับมือเสร็จ เปปเปอร์เก็บมือกลับมาแล้วจึงเอ่ยปากขึ้น
ผู้กำกับมองเขา “คุณเปปเปอร์บอกมาได้เลยครับ”
“เกี่ยวกับดารามายน่ะครับ ผมหวังว่าในอีกหลายๆเดือนต่อจากนี้ เธอจะไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอก ยิ่งไม่ต้องพบเจอใครทั้งนั้น รบกวนด้วยนะครับถ้ามีคนติดต่อเธอ มีคนต้องการพบเธอ ให้ปฏิเสธทั้งหมด รวมไปถึงแจ้งให้ผมทราบทันที” เปปเปอร์พูดกับผู้กำกับ
ผู้กำกับยิ้ม “ไม่มีปัญหาครับ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
แน่นอนว่า เขาเห็นแก่สถานะตัวตนของคนที่อยู่ตรงหน้านี้ ถึงได้เอ่ยปากเห็นด้วย
ถ้าคนตรงหน้านี้ ไม่ใช่ประธานของบริษัทตระกูลนวบดินทร์ แต่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง เขาคงไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ปู่ของคนตรงหน้านี้ ยังเป็นถึงผู้สร้างประเทศ ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกหรือด้วยเหตุผล เขาก็ต้องให้เกียรติ
“รบกวนคุณด้วย” เปปเปอร์พยักหน้า “เดี๋ยวกลับไป ผมจะสั่งให้คนโอนเงินจำนวนหนึ่ง มาให้พวกคุณเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานนะครับ”
ได้ยินคำนี้ ผู้กำกับจึงยิ้มอย่างปกปิดความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ “งั้นก็ขอบคุณประธานเปปเปอร์ด้วยครับ”
เปปเปอร์อืมออกมา แล้วเดินออกไปกับผู้ช่วยเหมันตร์
บนรถ ผู้ช่วยเหมันตร์หันกลับมามอง ชายหนุ่มที่กำลังนวดๆหว่างคิ้วอยู่ที่เบาะหลัง “ประธานเปปเปอร์ ตอนนี้เราจะไปไหนครับ กลับที่พักคุณ หรือกลับไปที่คอนโดคุณมายมิ้นท์?”
“นายคิดว่าไงล่ะ?” เปปเปอร์เหลือบตา ชำเลืองมองเขานิ่งๆ
ผู้ช่วยเหมันตร์จึงเคลื่อนสายตากลับมาทันที ท่าทีเคร่งขรึม “ผมทราบแล้วครับ กลับคอนโดคุณมายมิ้นท์”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...