เปปเปอร์ตอบอืมไปคำหนึ่ง “ได้รับแล้ว กำลังดื่มอยู่”
พูดแล้ว เขาก็ตั้งใจตักขึ้นมาช้อนหนึ่ง แสร้งทำให้เกิดเสียงน้ำขึ้นมา “ได้ยินหรือยัง?”
มายมิ้นท์ยิ้มแล้วก็พยักหน้าขึ้นมา “ได้ยินแล้วค่ะ อร่อยไหมคะ? ฉันตั้งใจตุ๋นอยู่นานเลยนะคะ”
“อร่อย” เปปเปอร์พยักหน้ามาเล็กน้อย จากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วฟ้องขึ้นมาว่า “ตอนนั้นผู้ช่วยเหมันตร์ก็อยู่ด้วย แล้วจ้องมองแบบอยากดื่มเอามาก ๆ ยังมาขอผมด้วยนะ”
“อ๋อ?” มายมิ้นท์ยักคิ้วขึ้นอย่างตกตะลึง จากนั้นก็ยิ้มขึ้นมา “งั้นดูท่าฝีมือของฉันคงจะไม่เลวเลย แม้แต่ผู้ช่วยเหมันตร์ก็ยังรู้สึกว่าไม่เลวด้วย”
“ผมไม่ได้แบ่งให้เขาดื่ม” เปปเปอร์ทำเสียงหึไปคำหนึ่ง “นี่เป็นซุปที่คุณทำให้ผม จะให้คนอื่นไปง่าย ๆ ได้ยังไง”
พอได้ยินน้ำเสียงที่แข็งกร้าวของเขา มายมิ้นท์ก็หัวเราะขึ้นมาไม่หยุด “งั้นคุณไม่รู้สึกว่าตัวเองเผด็จการเกินไปเหรอคะ?”
“ไม่เลย” เปปเปอร์ส่ายหน้าขึ้นมาเล็กน้อย “ผมก็แค่กำลังปกป้องของของผมเท่านั้น เผด็จการตรงไหน และที่สำคัญนี่เป็นของที่คุณทำให้ผม ถ้าผมเอาไปให้คนอื่นมันจะถือเป็นเรื่องอะไรกัน?”
“พูดมาก็ถูก” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้น
ก็ได้ ที่จริงที่เขาเผด็จการแบบนี้ ในใจของเธอก็รู้สึกดีใจอยู่เหมือนกัน
ในเมื่อ ไม่มีใครชอบให้ของที่ตัวเองส่งมอบออกไปแล้ว แล้วก็โดนคนอื่นเอาไปมอบต่อให้คนอื่นอีกหรอกนะ
ที่เขาทำแบบนี้ได้ แน่นอนว่าเธอนั้นรู้สึกดีใจมาก
“ใช่แล้ว วันนี้พัดชาคนนั้นมาขอโทษฉันแล้วค่ะ” อยู่ ๆ มายมิ้นท์ก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วเปิดปากพูดขึ้น
ท่าทางที่ดื่มซุปของเปปเปอร์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับคืนสู่ปกติ แล้วพยักหน้าขึ้นเล็กน้อย “ขอโทษก็ดีแล้ว”
เขายังคิดอยู่ ว่าถ้าภายในสองวันนี้ ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ยอมขอโทษอีก งั้นเขาก็จะต้องส่งคนไปเร่งรัดสักหน่อยแล้ว
“ท่าทีที่เธอขอโทษเป็นยังไงบ้าง?” เปปเปอร์ถามขึ้นมาอีก
วันนี้มัวแต่ยุ่ง เขาไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องพวกนี้เลย ดังนั้นจึงไม่รู้เรื่องนี้เลย
มายมิ้นท์หัวเราะพรืดออกมาคำหนึ่ง “ท่าทีเหรอ? น่าสะอิดสะเอียนมากเลย”
หัวคิ้วของเปปเปอร์ขมวดขึ้นมาทันที “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ที่จริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ก็แค่……”
มายมิ้นท์บอกเล่าสภาพตอนที่พัดชาขอโทษออกไปให้กับเปปเปอร์เลย
พอเปปเปอร์ได้ฟังแล้ว หัวคิ้วก็ยิ่งขมวดกันมากยิ่งขึ้น
มายมิ้นท์นวดขมับเล็กน้อยแล้วก็พูดขึ้นว่า “สรุปก็คือ เธอตั้งใจชักนำชาวเน็ตให้เข้าใจผิด”
“เดี๋ยวผมจะให้เหมันตร์ไปจัดการสักหน่อย” เปปเปอร์เปิดปากพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม
มายมิ้นท์ส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนแรกเลขาซินดี้ก็บอกว่าจะไปจัดการสักหน่อย แต่ว่าโดนฉันปฏิเสธไป ในเมื่อต่อไปก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นแล้ว ในเมื่อตั้งแต่แรก ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางขอโทษด้วยความจริงใจแน่ ๆ ยังไงก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรอยู่บ้าง ดังนั้นที่เธอทำมาทั้งหมดนี้ มันก็อยู่ในความคาดหมายของฉันหมดแล้ว สำหรับฉันแล้ว เธอก็เป็นแค่ยัยตัวก่อกวนเล็ก ๆ ไม่ต้องไปสนใจอะไรมากหรอกค่ะ ในทางกลับกัน ถ้าไปสนใจมากเกินไป ก็อาจจะทำให้โดนเธอเข้ามาเกาะติดเข้าก็ได้ค่ะ”
พอเปปเปอร์ได้ยินเธอพูดแบบนี้ ความโหดเหี้ยมตรงหัวคิ้วก็ลดลงไปเยอะมาก “ได้ งั้นก็ช่างมันไปเถอะ”
ถึงแม้ว่าปากจะตอบตกลงไปแบบนี้ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดแบบนี้
กล้ามาแตะต้องคนขอเขา ก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนมา
เธอเป็นคนมีเมตตา แต่ว่าเขาไม่ใช่
ตอนแรกที่เขาให้พัดชาคนนั้นออกมาขอโทษมายมิ้นท์ ก็ถือว่าเป็นความอดทนแล้ว
แต่คิดไม่ถึงว่า พัดชาคนนั้นออกมาขอโทษก็ยังจะก่อเรื่องอีก
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองแล้ว
คิดไปแบบนี้ เปปเปอร์ก็หรี่ตาลง ในดวงตามีประกายเยือกเย็นกะพริบผ่านไป
มายมิ้นท์ไม่รู้ว่าผู้ชายที่ใจแคบคนนี้ได้แอบตัดสินใจอยู่คนเดียวว่าจะไปหาเรื่องพัดชาแล้ว พอได้ยินชายหนุ่มละทิ้งความคิดที่จะลงมือไป ก็ค่อย ๆ ยิ้มขึ้นมา
จากนั้น ทั้งสองคนก็พูดคุยเรื่องอื่นกันไปอีกเล็กน้อย อบอุ่นใจกันอยู่พักหนึ่ง ถึงได้วางสายโทรศัพท์ลง
“เหมันตร์” พอเปปเปอร์วางโทรศัพท์ลงแล้ว ก็เรียกผู้ช่วยเหมันตร์เข้ามา
ในตอนที่ผู้ช่วยเหมันตร์เข้ามานั้น ก็เห็นเปปเปอร์ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงาน กำลังเก็บถ้วยชายและกระติกเก็บความร้อนด้วยท่าทางอ่อนโยน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...