เหมือนกับซาตานที่ร่างกายเต็มไปด้วยไอสังหาร จู่ ๆ ก็ได้รับการเยียวยาอย่างไรอย่างนั้น และได้วางดาบสังหารที่เยือกเย็นลง กลายเป็นพระอรหันต์ที่ทำให้คนรู้สึกอบอุ่น
เมื่อทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมได้เห็นท่าทางเช่นนี้ของเปปเปอร์ ต่างสบตากันไปมา จากนั้นต่างก็พากันผ่อนคลายลง
จะไม่ให้ผ่อนคลายได้อย่างไรกัน?
ตอนที่ประชุมในเมื่อสักครู่ มีคนได้เขียนแต้มแผนธุรกิจผิดไปหนึ่งหลัก เกือบทำให้บริษัทขาดทุนหลายร้อยล้าน หลังจากที่ประธานเปปเปอร์ได้เห็นเข้า ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที ไม่เพียงด่าคนที่ทำแผนธุรกิจผิดซะเละ แถมยังด่าลามมาจนถึงคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างพวกเขา ทำให้ผู้คนที่อยู่ในห้องประชุมหวาดระแวงไปหมด บรรยากาศกดดันเป็นพิเศษ
ในตอนที่พวกเขาคิดว่าประธานเปปเปอร์จะไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่ ๆ นั่นเอง โทรศัพท์ของประธานเปปเปอร์ก็ได้ดังขึ้น จากนั้นพวกเขาก็เห็นประธานเปปเปอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา สีหน้าที่เปลี่ยนไปไวกว่าพลิกฝ่ามือแบบนั้น จากใบหน้าที่เคร่งขรึมเย็นชา จู่ ๆ ก็กลายเป็นอบอุ่นอ่อนโยน
คนที่ทำให้ประธานเปปเปอร์เป็นแบบนี้ได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น จะต้องเป็นคุณมายมิ้นท์ภรรยาเก่าของประธานเปปเปอร์ และก็เป็นแฟนคนปัจจุบันของประธานเปปเปอร์อย่างแน่นอน
ในเวลานี้ พวกเขารู้สึกขอบคุณข้อความที่คุณมายมิ้นท์ส่งมามากเลยจริง ๆ ซึ่งมันได้ช่วยพวกเขาเอาไว้
ไม่อย่างนั้นละก็ ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องทนทรมานอีกแค่ไหน
ทุกคนต่างก็คิดเช่นนี้อยู่ในใจ แต่ละคนต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อมายมิ้นท์
เปปเปอร์คร้านที่จะไปมองสีหน้าท่าทางของผู้คนเหล่านั้น เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นิ้วมือก็พิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว: ชอบก็ดี ผมกลัวแต่คุณจะไม่ชอบ
มายมิ้นท์ยิ้มเล็กน้อย: จะเป็นไปได้ยังไง ฉันชอบมากเลยล่ะ แล้วคุณล่ะ? คุณออกไปตั้งแต่เช้าแบบนี้ ทานอาหารเช้าหรือยัง?
เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย: ทานแล้ว
มายมิ้นท์กัดขนมอบสไตล์ฮ่องกงคำหนึ่ง: ทานแล้วก็ดี ยุ่งอยู่หรือเปล่า?
เปปเปอร์เงยหน้ากวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอย่างเย็นชา มองจนจิตใจที่ผ่อนคลายลงของคนพวกนั้น ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่มั้ง ประธานเปปเปอร์จะเริ่มต่อว่าพวกเขาอีกแล้วเหรอ?
หรือว่าแม้แต่คุณมายมิ้นท์เองก็ระงับความโกรธของประธานเปปเปอร์ไม่ได้?
ตอนที่ในใจของทุกคนกำลังหวาดระแวงอยู่นั่นเอง เปปเปอร์ก็ได้เก็บสายตากลับไปอีกครั้ง และก้มหน้าลงไป: ประชุมอยู่ ผู้บริหารระดับสูงพวกนี้น่าปวดหัวมากเลยล่ะ
คนพวกนี้ใช้ชีวิตสุขสบายจนเคยชิน เรื่องการทำงานนั้น ก็ค่อนข้างจะขี้เกียจ แม้แต่ช่องโหว่ที่ใหญ่ขนาดนี้ก็ยังมองข้ามไปได้
หากเขาไม่ได้เอ่ยถามขึ้นมาในวันนี้ บริษัทคงต้องขาดทุนไปหลายร้อยล้าน
ดังนั้นไม่วุ่นวายใจถึงจะกแปลก
แม้ว่ามายมิ้นท์จะไม่เห็นสีหน้าที่ทางของเปปเปอร์ในตอนนี้ แต่เธอก็สัมผัสได้อย่างเลือนรางว่าตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
เธอได้ส่งอีโมจิลูบหัวไปให้เขา จากนั้นก็พิมพ์ปลอบใจ: อย่าโกรธเลยนะ ไม่ว่าบริษัทไหนก็มีคนที่ทำให้ปวดหัวแบบนี้อยู่ทั้งนั้น แต่ถ้าคนคนนั้นไม่ได้มีใจที่จะทรยศบริษัท เพียงสะเพร่าไปชั่วขณะ และความผิดพลาดนี้ยังไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ก็ลงโทษเพียงเล็กน้อยก็พอแล้ว ไม่ต้องไปเอาความให้มาก ใส่ใจมากเกินไปจะทำให้ตัวเองโมโหเอา โมโหทำให้ป่วยได้ง่าย เพราะฉะนั้นคุณอย่าโมโหเลยนะ
เมื่อเห็นอีโมจิที่น่ารัก และคำพูดปลอบใจของมายมิ้นท์ เปปเปอร์ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ นุ่มนวลจนแทบจะละลายอย่างไรอย่างนั้น ความอ่อนโยนบนใบหน้า เหมือนจะแทบละลายกลายเป็นน้ำ
ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นมาเล็กน้อย ปรากฏรอยยิ้มออกมา: โอเค ผมฟังคุณ ไม่โมโหแล้ว
มายมิ้นท์วางนมลง: ต้องแบบนี้สิ เอาล่ะ คุณประชุมเถอะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว ฉันเองก็ต้องรีบทานอาหารเช้า อีกเดี๋ยวต้องไปที่ศาล
เปปเปอร์ยกคางขึ้นเล็กน้อย: โอเค เดินทางระวังด้วย ตอนเย็นทานข้าวด้วยกัน
ทานข้าวด้วยกัน?
มายมิ้นท์เลิกคิ้วเล็กน้อย: คืนนี้คุณไม่ต้องทำงานจนดึกเหรอ?
เปปเปอร์นึกถึงเมื่อคืนที่เธอบอกว่าเขาที่อายุสามสิบมีพละกําลังไม่สู้ชายหนุ่มอายุยี่สิบ เขาเม้มปากเล็กน้อย แสงสว่างแวบผ่านไปในดวงตา และหายไปอย่างรวดเร็ว: ผมจะรีบทำงานให้เสร็จและกลับไปหาคุณ
มายมิ้นท์ไม่ได้คิดอะไรมาก วางช้อนที่อยู่ในมือลงและพิมพ์ข้อความ: โอเค งั้นฉันรอคุณนะ
ที่จริงแล้วเธอก็หวังว่าเขาจะเสร็จงานโดยเร็ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...