“คำพูดแปลก ๆ เหรอ?” มายมิ้นท์ยืดตัวตรง และขมวดคิ้วขึ้นมา “คุณหมายถึงอะไร?”
เธอลองถามกลับเธอ
ไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาถึงต้องถามเรื่องนี้กับเธอด้วย
ในศาล ดารามายได้พูดอะไรแปลก ๆ กับเธอจริง ๆ ก็คือได้ถามว่าเธออยากรู้ว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นใครหรือเปล่า
หรือว่า คำพูดแปลก ๆ ที่เปปเปอร์ถาม จะหมายถึงเรื่องนี้?
เปปเปอร์เองก็็ย่็อมฟังออกถึงความสงสัยในน้ำเสียงของมายมิ้นท์ เปลือกตาหย่อนลงเล็กน้อย และกล่าวอย่างเรียบ ๆ “ผมหมายถึง ในศาลดารามายได้พูดอะไรแปลก ๆ อย่างด่าคุณ หรือข่มขู่คุณหรือเปล่า?”
“ที่แท้ คำพูดแปลก ๆ ที่คุณพูดหมายถึงเรื่องนี้เอง” คิ้วที่ขมวดของมายมิ้นท์คลายออก และรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
เธอนึกว่า เขากลัวว่าเธอจะรู้อะไรหรือเปล่าเสียอีก
เปปเปอร์เม้มริมฝีปากบาง ๆ เล็กน้อย “อืม ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าผมหมายถึงอะไรล่ะ?”
“ไม่มีอะไร ฉันคิดมากไปเอง” มายมิ้นท์ยิ้มพลางโบกมือ จากนั้นก็ตอบกลับไป: “หล่อนต้องด่าฉันอยู่แล้ว ดารามายแค้นฉันขนาดไหน คุณคิดดูก็รู้แล้ว เป็นไปได้เหรอที่เห็นฉันแล้วหล่อนจะไม่ของขึ้น”
เปปเปอร์ตอบรับ “ที่พูดมามันก็ถูก นอกเหนือจากนี้แล้ว หล่อนได้ทำอะไรอีกหรือเปล่า?”
มายมิ้นท์ส่ายหน้า “ไม่มีนี่ หล่อนอยากจะเข้ามาฉีกฉันออกเป็นชิ้น ๆ แต่ว่ามีผู้คุมอยู่ ตัวหล่อนเองก็ถูกใส่กุญแจมือและโซ่ตรวนเอาไว้ ฉันก็เลยปลอดภัยมาก”
“งั้นก็ดี” เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย หัวใจที่เป็นกังวลก็ผ่อนคลายลง
ถึงแม้เขาจะไม่ได้ถามเธอตรง ๆ ว่า ดารามายได้พูดเรื่องพ่อแม่แท้ ๆ กับเธอหรือเปล่า
แต่จากการสนทนาเมื่อสักครู่ พวกกับเสียงที่เรียบสงบของเธอ เขาคาดเดาได้ว่า ดารามายน่าจะไม่ได้บอกเธอ
ถ้าหากบอกกับเธอ เรื่องพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด อารมณ์ของเธอจะไม่สงบแบบนี้
สรุปก็คือ ในเมื่อดารามายไม่ได้พูด เช่นนั้นเขาก็สบายใจแล้ว
เขารู้ว่า วิธีที่ดารามายอยากจะเอาคืนมายมิ้นท์ที่สุดในตอนนี้ ก็คือบอกเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแม่แท้ ๆ ของมายมิ้นท์ เพื่อทำลายความเชื่อในการแก้แค้นตระกูลนวบดินทร์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจของมายมิ้นท์ ทำให้เธอต้องจมอยู่ในความทุกข์ของความสิ้นหวัง
เขาสามารถขัดขวางไม่ให้ดารามายติดต่อกับคนภายนอกในตอนที่เธออยู่ในห้องขังและเรือนจำได้ แต่ยับยั้งการเผชิญหน้าระหว่างดารามายและมายมิ้นท์ในศาลไม่ได้
ดังนั้นเพื่อขัดขวางไม่ให้ดารามายบอกความจริงทุกอย่างกับมายมิ้นท์ตอนที่อยู่ในศาล เขาถึงได้กำชับกับทางศาลตั้งแต่แรกแล้วว่า ให้พวกเขาจับตาดูดารามายให้ดี จะให้ดารามายเข้าใกล้มายมิ้นท์ไม่ได้ และห้ามให้ดารามายเปิดเผยเรื่องพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดกับมายมิ้นท์อย่างเด็ดขาด
พูดได้ว่า การขึ้นศาลในวันนี้ ทำให้เส้นประสาทของเขาตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่สามารถไปที่ศาลได้ ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ที่นั่น จะทำตามที่เขาได้กำชับเอาไว้ จับตาดูดารามายเอาไว้หรือเปล่า ทำให้วันนี้ เขาทำงานอย่างใจลอย และคอยมองนาฬิกาอยู่ตลอดเวลา
เมื่อคิดว่าถึงเวลาที่การพิพากษาน่าจะจบลงแล้ว จึงรีบโทรหยั่งเชิงมายมิ้นท์ทันที
วินาทีที่มายมินท์ยังไม่ได้รับโทรศัพท์นั้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเป็นกังวล เขากลัวว่าที่เธอไม่รับโทรศัพท์นานขนาดนี้ เป็นเพราะรู้เรื่องเกี่ยวกับพ่อแม้แท้ ๆ ของตัวเอง แล้วควบคุมอารมณ์ไม่ได้หรือเปล่า
แต่ดีที่ผลลัพธ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคิด
เมื่อคิดมาถถึงตรงนี้ เปปเปอร์ก็ใช้มือข้างหนึ่งพยุงศีรษะเอาไว้ สีหน้าและสภาพจิตใจที่ตึงเครียด ในที่สุดก็ได้สงบลง
“แค่นี้ก่อนนะคะเปอร์ ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว ฉันกับทามทอยยังมีธุระต้องคุยกันต่อ สักพักคุณต้องประชุมอีกไม่ใช่เหรอฉันไม่รบกวนคุณแล้ว มีเรื่องอะไรตอนเย็นกลับมาค่อยคุยกัน” มายมิ้นท์เหลือบมองทามทอยที่นั่งเบื่อหน่ายอยู่ตรงข้าม และพูดกับโทรศัพท์
เมื่อเปปเปอร์ได้ยินเธอเรียกเขาว่า “เปอร์” รูม่านตาก็หดลงเล็กน้อย หัวใจเต้นตุบ ๆ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอยู่สองครั้ง และกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งตื่นเต้นเล็กน้อย: “เมื่อกี้คุณเรียกผมว่ายังไงนะ?”
ไม่คิดเลยว่าเธอจะเรียกเขาว่าเปอร์
จะต้องรู้ว่า ตั้งแต่ที่หย่าร้างกันไปจนมาถึงตอนนี้ เธอก็เรียกเขาแบบเกรงใจและห่างเหินอย่างประธานเปปเปอร์หรือไม่ก็คุณเปปเปอร์
หรือแม้กระทั่งหลังจากที่เป็นแฟนกัน เธอก็เพียงเปปเปอร์ที่เป็นชื่อจริงของเขาเท่านั้น
เมื่อก่อนเขาไม่ได้คิดว่าเธอเรียกชื่อจริงของเขามันมีอะไรผิดปกติ แต่ตอนนี้ที่เธอเรียกเขาว่าเปอร์ถึงทำให้เขารู้สึกถึงความแตกต่างขึ้นมา เรียกชื่อจริงนั้นทำให้รู้สึกห่างเหินเล็กน้อย ไม่สนิทสนมเท่ากับเรียกชื่อเล่น
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...