รักหวานอมเปรี้ยว นิยาย บท 820

“มันก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ พวกคุณเป็นแฟนกัน หากไม่มีอะไรผิดพลาดละก็ อาจต้องแต่งงานกันอีกครั้ง พอถึงตอนนั้นก็เป็นสามีภรรยา ไม่มีอะไรติดค้างไม่ติดค้าง เขาทำเพื่อคุณ มันก็เป็นเรื่องที่สมควรไม่ใช่เหรอ?” ทามทอยยักไหล่ และกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย

มายมิ้นท์กลับส่ายหน้า “บนโลกใบนี้ ไม่มีใครสมควรทำเพื่อใคร ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้ฉันกับเปปเปอร์เป็นแฟนกัน และจะเป็นสามีภรรยากันในอนาคต แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เปปเปอร์สมควรที่จะทำเรื่องทุกอย่างเพื่อฉัน ความคิดนี้เดิมทีก็ไม่ใช่สิ่งถูกต้อง และฉันคนนี้ เดิมทีก็ไม่ใช่คนที่ชอบติดค้างน้ำใจคนอื่น มักรู้สึกว่ามีหินก้อนใหญ่ทับถมอยู่ในใจ จะต้องชดใช้น้ำใจ ถึงจะรู้สึกสบายตัว”

“ผมดูออก” ทามทอยมองเธอ และแสดงออกว่าเห็นด้วยกับคำพูดนี้

มายมิ้นท์ยิ้ม และกล่าวต่อ: “เมื่อกี้ฉันได้บอกไปแล้ว ก่อนที่จะคืนดีกันฉันได้ติดค้างเปปเปอร์ไปมาก ดังนั้นจึงมากอยากติดค้างอีก และตอนนี้พวกเราได้คืนดีกันแล้ว ถ้าหากต้องรบกวนเขาไปเสียทุกอย่าง คิดค้างน้ำใจเขา จะทำให้ฉันรู้สึกว่าในความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขานั้นฉันด้อยกว่าเขาอยู่หนึ่งขั้น ความรู้สึกก็จะไม่เท่าเทียมกัน พวกกับ ถ้าหากไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันเอาแต่คิดให้เขาช่วย พอนานไป จะทำให้ฉันสูญเสียความคิดและความสามารถในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองไป พอเกิดเรื่องขึ้น ก็จะเอาแต่คิดให้เปปเปอร์ช่วย แต่คุณเคยคิดหรือไม่?”

“อะไรเหรอ?” ทามทอยกะพริบตาปริบ ๆ เขางงงันเล็กน้อย

มายมิ้นท์วางชานมลงไปบนโต๊ะ “อย่างในตอนนี้เปปเปอร์รักฉันมาก ฉันเชื่อไม่ว่าฉันจะเรียกร้องอะไร เขาก็จะไม่ปฏิเสธแน่ ต้องคิดหาวิธีทำให้ฉันให้ได้ แบบนี้ถึงจะดีก็จริง แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่ง ความรู้สึกของเราจืดจางลง เขาไม่รักฉันอีกแล้ว ส่วนฉันชินกับการพึ่งพาอาศัยเขา พอถึงตอนนั้น เขาจะช่วยฉันตลอดหรือเปล่า?”

เธอส่ายหัวเล็กน้อย “ฉันคิดว่าไม่ เมื่อความรักและความรู้สึกบางอย่างได้หมดลง ก็ไม่มีทางที่จะมีได้อีก ดังนั้นฉันก็ไม่อยากเห็นเปปเปอร์กลายเป็นเครื่องมือที่คอยช่วยทำทุกอย่างให้ฉัน แบบนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขา และเป็นการดูถูกและไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตัวฉันเอง”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายเหล่านี้ของมายมิ้นท์ ในใจของทามทอยก็รู้สึกตะลึงไม่น้อย เขาขยับปาก และไม่สามารถพูดอะไรคัดค้านออกมาได้

ในความคิดของเขา ผู้หญิงของตนตนจะต้องทะนุถนอม ตราบใดที่ผู้หญิงของตัวเองเจอความลำบาก หรือมีเรื่อง เขาก็จะลงมือช่วยเธอทันที นี่เป็นเรื่องที่คนเป็นแฟนกันสมควรทำอยู่แล้ว มันไม่ผิดอะไร

แต่หลังจากที่ได้ฟังทัศนคติของเธอ และมองปัญหาจากอีกมุมหนึ่ง เขาก็พลันรู้สึกว่า ความคิดของตัวเองเหมือนไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่

ก็ใช่ นักการเรื่องราวทุกอย่างให้กับคนที่ตัวเองรัก เป็นการแสดงออกถึงความรักอันมากมายที่มีต่ออีกคน และเป็นการแสดงออกว่าได้เก็บคนคนนั้นเอาไว้ในห้องหัวใจ

ความแบบรักนี้ จะทำให้คนที่ตัวเองรัก สูญเสียความสามารถในการยืนหยัดด้วยตัวเองไปจริง ๆ การเป็นคนที่จัดการเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยตัวเองไม่ได้

ดังนั้นนี่คือความรักหรือการทำร้ายกันแน่

เขาคิดว่าต่างก็มีทั้งนั้น

ช่วยได้ แต่จะช่วยแบบไม่ลืมหูลืมตาไม่ได้

ยืนมือเข้าช่วยในขณะที่คนรักลำบากมากแล้วจริง ๆ แบบนั้นมันถึงจะมีความหมาย

และยังมีอีกประโยคหนึ่งของเธอ ที่เขาคิดว่าถูกต้องมาก นั้นก็คือตอนที่รักใครสักคน ก็จะช่วยอีกฝ่ายจัดการทุกอย่างโดยไม่เบื่อหน่าย แต่พอหมดรักแล้ว ก็จะรู้สึกรำคาญ

อย่างน้อย เมื่อเขาหมดรักแล้ว อาจจะเห็นแก่ความรู้สึกในเมื่อก่อนและช่วยต่อไป แต่เมื่อช่วยบ่อยครั้งเข้า ก็จะรู้สึกเบื่อเหมือนกัน

เมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้ สายตาที่ทามทอยมองมายมิ้นท์ ก็ได้มีแววชื่นชมเพิ่มเข้ามา “คุณไม่เหมือนคนอื่นจริง ๆ ด้วย และมองเรื่องทุกอย่างอย่างมีสติ”

ดังนั้น ถึงยิ่งทำให้เขาลืมไม่ลง

มายมิ้นท์ไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขาเลยสักนิด เธอยิ้มเล็กน้อยและกล่าวต่อ: “นอกจากเหตุผลพวกนี้แล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นก็คือเปปเปอร์ลงมือช่วยฉัน จะต้องไม่ยอมให้ฉันตอบแทนน้ำใจแน่ ถ้าฉันยืนยันจะตอบแทนให้ได้ เขาก็จะไม่พอใจ ฉันไม่อยากทะเลาะกับเขา ดังนั้นเรื่องบางอย่างที่ฉันทำเองไม่ได้ และจำเป็นต้องให้คนอื่นช่วย ก็จะนึกถึงคุณและลาเต้ อย่างน้อยพวกคุณก็เป็นเพื่อนของฉัน ฉันต้องการตอบแทนน้ำใจ พวกคุณก็จะปฏิเสธไม่ได้ เพราะพวกคุณรู้ว่าถ้าหากไม่ยอมใช้ฉันชดใช้ ฉันก็จะไม่พอใจ”

ทามทอยเข้าใจขึ้นมาทันที รอยยิ้มที่บอกไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไรปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า “ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ผมถึงว่าทำไมคุณไม่ให้เปปเปอร์ช่วยเรื่องนี้ แต่กลับได้มาหาผม เป็นเพราะผมจะไม่ปฏิเสธและปฏิเสธการตอบแทนน้ำใจของคุณไม่ได้นี่เอง เรื่องต่อสู้กับตระกูลภักดีพิศุทธิ์เองก็เหมือนกัน”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว