เธอจำได้ว่าเธออยู่ที่สถานีตำรวจไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงกลับมาอยู่ที่ห้องตัวเองได้ล่ะ?
มายมิ้นท์ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย เธอนึกไม่ออกแม้แต่นิดเดียวว่าเธอกลับมาได้อย่างไร ก่อนจะหันไปมองดูหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน
ด้านนอกหน้าต่างแม้ว่าจะไม่มีดวงอาทิตย์แต่ก็สว่างจนแสบตา
เธอจำได้อย่างแม่นยำว่าเมื่อคืนนี้เธอเดินทางไปที่สถานีตำรวจ แล้วตอนนี้มันกี่โมงกันนะ?
สายตาของมายมิ้นท์ละกลับมาจากหน้าต่างซึ่งสูงจากพื้นจรดเพดาน เธอรีบหันไปมองดูที่โต๊ะข้างเตียง
โทรศัพท์มือถือยังคงวางอยู่ที่เดิม
เธอพลิกตัวแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดหน้าจอดูเพื่อเช็คเวลา เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงครึ่งแล้ว เธอได้แต่สูดหายใจเข้าลึก
แปดโมงครึ่งแล้ว!
เธอนึกขึ้นได้แล้ว เมื่อคืนนี้ตอนที่อยู่ในสถานีตำรวจเธอค่อนข้างจะง่วง จากนั้นเปปเปอร์ก็ให้เธอเอนกายพิงไปที่เขาเพื่อนอนพักสักพัก
แน่นอนว่าเธอเห็นด้วยและผล็อยหลับไป จากนั้นในความทรงจำของเธอก็ไม่หลงเหลืออะไรอีกเลย
เห็นได้ชัดว่านับตั้งแต่ตอนนั้นที่เธอหลับไปก็ยังไม่ตื่นขึ้นอีกจนกระทั่งบัดนี้
นั่นหมายความว่าเธอนอนหลับจนกระทั่งแปดโมงเช้า และพลาดโอกาสที่จะได้พบกับพัดชาไปแล้ว
แล้วคนที่เผชิญหน้ากับพัดชาเป็นใครกัน?
เปปเปอร์หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ในขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกประตู มายมิ้นท์รีบวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วหันไปมองทางประตู
วินาทีถัดมาประตูก็ถูกเปิดออก ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งเดินจากข้างนอกตรงเข้ามาด้านใน มือของเขาถือแก้วน้ำเอาไว้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเปปเปอร์อย่างแน่นอน
เปปเปอร์ไม่ได้สวมชุดสูทเรียบร้อยเป็นระเบียบตามปกติ เขาสวมใส่เสื้อผ้าอยู่บ้านสบายๆ ชุดสีขาวนวลทำให้เขาดูสงบนิ่งกว่าปกติเล็กน้อย อ่อนโยนราวสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ผู้คนล้วนอยากเข้าใกล้
ทันทีที่เปปเปอร์เดินเข้ามา สายตาของเขาก็จับจ้องไปสบตากับมายมิ้นท์ เขาตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็คิดไม่ถึง เดิมทีเขาเพียงเข้ามาเพื่อจะดูว่าเธอตื่นหรือยัง แต่บังเอิญเหลือเกินที่เธอตื่นขึ้นแล้วจริงๆ
เปปเปอร์จัดการอารมณ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว เขายิ้มออกมาเบาๆ “ตื่นแล้วเหรอครับ?”
มายมิ้นท์ตอบรับว่า “อืม” มือทั้งสองข้างกำผ้าห่มเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยถามอย่างรวดเร็วว่า “เปปเปอร์คะ เมื่อคืนนี้พัดชาเดินทางไปที่สถานีตำรวจหรือเปล่า?”
“ไปครับ” เปปเปอร์ตอบ เขานั่งลงข้างเตียงแล้วยื่นน้ำให้เธอ
มายมิ้นท์มองดูเขา “ทำไมถึงไม่ปลุกฉันล่ะคะ? ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าพัดชาเดินทางมาให้คุณปลุกฉัน?”
เปปเปอร์กระแอมออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกผิด “เพราะคุณนอนหลับสนิท แล้วก็น่ารักมากจริงๆ ทำให้ผมไม่อาจทนปลุกคุณให้ตื่นได้”
“คุณ......” มายมิ้นท์กลอกตามองเขา
เธอคิดไม่ถึงว่านี่คือเหตุผลที่เขาจะไม่ปลุกเธอ
เธอคิดว่าเป็นเพราะพัดชาไม่ได้มาดังนั้นเขาจึงไม่กล้าปลุกเธอ
“อย่าโกรธไปเลยนะครับ ดื่มน้ำก่อน” เปปเปอร์มองไปยังใบหน้าแดงเรื่อเพราะความโมโหของหญิงสาว ก่อนจะรีบยื่นน้ำเข้าไปเกลี้ยกล่อมเธออีกครั้ง
ตอนนี้มายมิ้นท์ก็รู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อยเช่นกัน เธอมองไปยังแก้วน้ำที่อยู่ข้างหน้าและมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังเอาใจเธออย่างไม่อาจปิดบังความรู้สึกเอาไว้ได้ ความโมโหในใจก็สลายไปทันที
แต่เธอก็ยังคงแสร้งทำเป็นโกรธแล้วจ้องไปที่ชายหนุ่ม ก่อนจะหยิบน้ำมาจิบไปเล็กน้อย
เนื่องจากฤดูหนาวในเมืองเดอะซีไม่ค่อยมีฝนตก ดังนั้นทำให้อากาศค่อนข้างแห้ง แม้ว่าภายในห้องจะมีเครื่องทำความชื้น แต่ตอนเช้าเมื่อตื่นนอนก็ยังคงรู้สึกคอแห้งเล็กน้อย
ดังนั้นเธอมักจะเตรียมแก้วน้ำเอาไว้ให้ตนเองในตอนกลางคืนแล้ววางเอาไว้ที่ข้างเตียง เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาก็จะสามารถดื่มได้ในทันที
แต่เมื่อคืนนี้เธอหลับไปจึงไม่ได้เตรียมเอาไว้
เปปเปอร์ช่างเป็นห่วงเป็นใยเธอเหลือเกิน รู้ว่าเธอจะตื่นขึ้นแล้วจึงได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เธอ
ดังนั้นจะให้เธอโกรธเขาได้อย่างไร
หลังจากที่ดื่มเรียบร้อยแล้ว มายมิ้นท์ก็ยื่นแก้วน้ำไปให้เปปเปอร์แล้วพูดขึ้น “ไหนบอกมาสิคะ เมื่อคืนนี้ เมื่อพัดชาเดินทางไปสถานีตำรวจแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง เป็นยังไง?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...