มายมิ้นท์เองก็สังเกตเห็น ใบหน้าของเธอดูเหมือนทำตัวไม่ถูก
เนื่องจากเรื่องนี้เปปเปอร์ก็น่าสงสารจริงๆ
ใช่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยให้ของขวัญอะไรแก่เธอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องประดับหรือดอกไม้ ทุกสิ่งทุกอย่างอันงดงามบนโลกใบนี้เขาล้วนหามาให้เธอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พวกเขาเพิ่งกลับมาคืนดีกัน เรียกได้ว่าเขาซื้อของมาให้เธอทุกวันเลยก็ว่าได้
แต่เธอกลับรู้สึกว่าถ้าจะให้รับของจากเขาตลอด ส่วนตัวเธอก็ไม่อาจมอบของขวัญที่มีมูลค่าเท่ากันได้คืนให้เขา เธอก็จะรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจและมีแรงกดดัน ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงได้ปฏิเสธไปเสียทุกอย่าง
หลังจากที่เขารู้ว่าเธอปฏิเสธของเขาทุกอย่างที่ให้ไปโดยไม่ลังเล เขาจึงค่อยๆ ลดน้อยลงและไม่ได้มอบของให้เธอมากมายอย่างบ้าคลั่งอีก
ด้วยเหตุนี้เธอจึงค่อนข้างจะโล่งอก
ดังนั้นเธอเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าท่านย่าตำหนิว่าเขาเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้” มายมิ้นท์ก้มศีรษะลงแล้วขอโทษ
เปปเปอร์ลูบไปที่ศีรษะของเธอเบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้โทษคุณ ผมเองก็รู้ถึงเหตุผลที่คุณไม่อยากรับสิ่งของเหล่านั้นเอาไว้ แต่แท้จริงแล้วเรื่องราวมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด พวกเราเป็นคู่รักกัน ในอนาคตเราก็จะแต่งงานกัน กลายเป็นคนที่สนิทสนมกันที่สุดในโลกนี้ การที่ผมให้ของกับคุณ คุณสามารถรับมันไว้ได้โดยไม่ต้องมีแรงกดดันทางจิตใจแต่อย่างใด เนื่องจากนี่คือน้ำใจความต้องการจากหัวใจของผม ที่จริงแล้วทุกครั้งที่คุณปฏิเสธผม ผมมักจะคิดว่าผมทำไม่ดีพอหรือเปล่า คุณถึงไม่ยอมรับมัน”
“ไม่ใช่นะคะ” มายมิ้นท์รีบส่ายหน้า “ฉันเพียงแค่......”
“ผมเพียงแค่” เปปเปอร์พูดขัดเธอขึ้นมา “ผมเพียงแค่อดคิดไม่ได้ในบางครั้ง แต่ผมก็รู้ดีถึงเหตุผลอันแท้จริงที่คุณไม่อยากรับของเหล่านั้นเอาไว้ ผมเพียงแค่หวังว่าในอนาคตคุณจะเปิดใจกว้าง ยอมรับในสิ่งที่ผมให้ตามความเหมาะสม ไม่ใช่ว่าปฏิเสธไปเสียทุกอย่าง เนื่องจากว่าสิ่งเหล่านั้นคือความจริงใจจากผม ได้ไหมครับ?”
เขามองไปยังเธอด้วยความหวังที่ออกมาจากใจจริงผ่านสายตา
มายมิ้นท์เองก็อดไม่ได้ที่จะนึกไตร่ตรอง และนึกถึงเรื่องที่เธอปฏิเสธทุกอย่างซึ่งเขาเอามาให้ ดูเหมือนว่าเธอจะทำอะไรลงไปอย่างไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก
เมื่อนึกถึงท่าทางอันดูเศร้าสร้อยของเปปเปอร์ที่เธอปฏิเสธของขวัญหรือข้อเสนอความช่วยเหลือจากเขาขึ้นมาได้
ในใจของมายมิ้นท์ก็รู้สึกห่อเหี่ยว
เธอพยายามเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วคิดดูว่า หากตัวเธอเป็นเปปเปอร์ เธอจัดเตรียมของขวัญที่ดีที่สุดเอาไว้ให้คนที่เธอชอบ แต่คนที่ชอบนั้นกลับไม่มองมันแม้แต่หางตา ปฏิเสธอย่างไม่ลังเลมันจะเป็นความรู้สึกเช่นไรกันนะ?
สรุปได้คือคงจะไม่มีความสุขอย่างแน่นอน ปฏิกิริยาแรกก็คือ ถูกรังเกียจหรือเปล่า? หรือว่าของขวัญที่เตรียมมาไม่ดีพอ?
เอาเป็นว่าคงรู้สึกแย่แน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ มายมิ้นท์ก็หันไปมองเปปเปอร์ เธอเข้าใจถึงความผิดพลาดก่อนหน้านี้ของเธอแล้ว
เธอพยายามฉีกยิ้มแล้วหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่ม พยักหน้าพูดว่า “ค่ะ ต่อจากนี้ฉันคงจะไม่ปฏิเสธไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณให้ฉันก็ชอบทั้งนั้น และฉันจะพิจารณาในการรับมันเอาไว้ แต่เงื่อนไขก็คือต้องไม่แพงจนเกินไปนะคะ”
เพราะเธอไม่อาจคืนสิ่งของที่มีมูลค่าเท่ากันให้แก่เขาได้
“ครับ” เปปเปอร์ฟังประโยคนั้นของมายมิ้นท์แล้วเผยอริมฝีปากยิ้มขึ้นตอบรับ
ที่จริงเขาอยากจะพูดว่า ด้วยฐานะตัวตนของเขา ของที่เขาให้กับเธอในสายตาของเขาแล้วมันไม่ได้มีค่าใดเลย
เนื่องจากเขามีคุณสมบัติพอที่จะมอบมันให้เธอ
แต่สำหรับเธอนั้นมันอาจจะมีค่ามากไปเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าในอนาคตถ้าจะให้ของขวัญเธอ คงจะต้องคำนึงถึงเรื่องราคาด้วย
แต่หลังจากแต่งงานกันแล้วก็คงไม่เป็นปัญหา
ถ้าแต่งงานกันแล้วไม่ว่าเขาอยากจะให้อะไรกับเธอ เธอจะยังปฏิเสธแบบนี้อีกไหม
การที่เธอปฏิเสธตอนนี้คงจะเป็นเพราะว่าทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นคู่รักที่อาจจะแยกทางกันได้ตลอดเวลา ไม่ใช่สามีภรรยาสักหน่อย ด้วยเหตุนี้เธอเองจึงไม่กล้ารับของขวัญจากเขาเท่าไรนัก
เมื่อแต่งงานกันไปแล้ว ปัญหาทุกอย่างก็คงจะหมดไป
ว่าแต่ แต่งงานหรือ...... ดวงตาของเปปเปอร์เป็นประกาย จากนั้นเขาก็มองไปทางมายมิ้นท์อย่างมีความหมาย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...