แน่นอนว่าชายหนุ่มถูกชมแล้วรู้สึกดีใจ ริมฝีปากของเขาเผยอขึ้นเล็กน้อยเชิดหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มายมิ้นท์มองไปยังท่าทางอันภาคภูมิใจของเขา เธอได้แต่ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของชายหนุ่มที่พยุงเธอเอาไว้ จึงได้สวมรองเท้าแตะเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปยังห้องน้ำ
เดิมทีเธอก็ไม่ต้องการจะให้ชายหนุ่มเข้ามาพยุงเธอเอาไว้ เนื่องจากเธอไม่ได้เจ็บป่วยหรือทุพพลภาพสักหน่อย
แต่ในเมื่อชายหนุ่มยืนกรานจะพยุงเธอ จะให้เธอทำยังไงได้ล่ะ ทำได้เพียงปล่อยให้เขาทำไป
หลังจากที่มายมิ้นท์ล้างหน้าล้างตาและเดินออกมาจากห้องน้ำ เปปเปอร์ก็ได้นำอาหารเช้าในส่วนของเธอ ยกออกมาจากห้องอาหารวางไว้บนโต๊ะ
มายมิ้นท์เดินตรงเข้าไป เปปเปอร์ทำการขยับเก้าอี้ให้เธอแล้วตบลงไปเบาๆ ที่พนักพิง “รีบนั่งเร็วเข้าครับ”
มายมิ้นท์ตอบรับแล้วเดินเข้าไปนั่งลง
จากนั้นด้านหน้าก็มีตะเกียบคู่หนึ่งเพิ่มขึ้นมา
มายมิ้นท์มองไปยังตะเกียบซึ่งชายหนุ่มยื่นให้ จากนั้นเลิกคิ้วอันได้รูปของเธอขึ้นเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือออกไปหยิบตะเกียบมา “ขอบคุณค่ะ”
เปปเปอร์ตอบกลับเพียง “ไม่เป็นไรครับ ยินดี” จากนั้นก็นั่งลงข้างกายเธอ “รีบทานเถอะครับ ของพวกนี้ผมเก็บเอาไว้ให้คุณ”
มายมิ้นท์มองไปยังอาหารเช้าที่ค่อนข้างประณีต รอยยิ้มอันมีความสุขปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเธอ
จากนั้นดูเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอวางตะเกียบในมือลงแล้วถามว่า “คุณทานแล้วเหรอคะ?”
“ทานแล้วครับ” เปปเปอร์วางศอกไว้บนโต๊ะแล้ววางศีรษะที่บนมือ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “ผมตื่นค่อนข้างเช้าและก็มีประชุมทางวิดีโอคอล ในห้องหนังสือคุณอยู่สักพัก จากนั้นผมก็กินข้าว”
มายมิ้นท์พยักหน้า “โอเคค่ะ”
ถ้ายังไม่ทานจะได้มาทานด้วยกันก่อน
“ว่าแต่วันนี้คุณไม่ต้องเดินทางไปที่บริษัทตระกูลนวบดินทร์เหรอคะ?” มายมิ้นท์กัดเกี๊ยวคริสทัลเข้าไปคำหนึ่งแล้วเอ่ยถาม
เปปเปอร์ส่ายหน้าเล็กน้อย “ผมยุ่งตลอดสองสามวันที่ผ่านมา แล้ววันนี้ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์สามารถหยุดได้วันหนึ่ง แต่ว่านี่คงเป็นวันหยุดสุดท้ายก่อนจะส่งปีเก่าแล้วล่ะครับ”
หลังจากผ่านวันนี้ไปแล้วชีวิตของเขาก็จะอยู่กับความวุ่นวายอีกครั้ง
จนกระทั่งข้ามปีและผ่านเทศกาลขนมอี๋ จึงจะผ่อนคลายลงได้บ้างเล็กน้อย
มายมิ้นท์มองไปที่ชายหนุ่มด้วยดวงตารู้สึกสงสารยิ่งนัก “จะทำยังไงได้ล่ะคะ ใครสั่งให้ตระกูลของคุณยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ต้องรับผิดชอบมากมายแบบนี้ คุณทำใจเถอะค่ะ”
เธอตบไปที่บ่าของเขาด้วยความรู้สึกสงสาร
เปปเปอร์เหลือบมองไปยังมือของเธอที่วางไว้บนไหล่ของเขาก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “เอาล่ะครับ คุณรีบกินเถอะ เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเราจะไปสถานีตำรวจเพื่อพบพัดชากัน”
ในวันนี้พัดชาจะเชิญทนายความของเธอมา ดังนั้นทั้งสองก็คงจะต้องส่งทนายความออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
เมื่อได้ยินว่าอีกประเดี๋ยวจะไปหาพัดชา สีหน้าของมายมิ้นท์ก็ดูจริงจังขึ้น ขณะเดียวกันเธอก็ใช้ตะเกียบเร่งความเร็วในการรับประทานอาหาร
พัดชา เธอจะต้องไปหาหล่อนให้ได้
เมื่อวานนี้เธอไม่ได้ไป แต่วันนี้ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องพบหล่อนให้ได้
แต่จู่ๆ โทรศัพท์ก็ส่งเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศเล็กน้อย
เปปเปอร์ขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา เป็นจริงดังนั้นโทรศัพท์ของเขากำลังดังขึ้น
มายมิ้นท์เหลือบมองและเห็นรายชื่อซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอของเขา เธอดื่มนมเข้าไปอึกหนึ่ง เป็นสายจากผู้ช่วยเหมันตร์ “รีบรับสายสิคะ”
เปปเปอร์ตอบรับว่าอืมเบาๆ จากนั้นใช้นิ้วชี้ลากรับสายโทรศัพท์ “มีเรื่องอะไรครับ?”
“ประธานเปปเปอร์” น้ำเสียงของผู้ช่วยเหมันตร์ดังออกมาจากสายโทรศัพท์ เมื่อคืนนี้ที่ท่านให้ผมไปตรวจสอบตัวตนของพัดชา ตอนนี้ผมมีเบาะแสบ้างแล้วครับ”
“พบเบาะแสแล้วอย่างงั้นเหรอ?” เปปเปอร์ยืดหลังตรงทันที
ตอนที่เขารับโทรศัพท์นั้นไม่ได้ปลีกตัวออกไปจากมายมิ้นท์ แต่กลับเปิดลำโพงให้เธอฟังด้วย
ดังนั้นมายมิ้นท์ก็ได้ยินคำพูดของผู้ช่วยเหมันตร์เช่นกัน
เมื่อได้ยินผู้ช่วยเหมันตร์บอกว่าเรื่องที่สืบตัวตนของพัดชามีเบาะแสแล้ว เธอก็ไม่สนใจอาหารเช้าที่อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป มือทั้งสองข้างวางตะเกียบลง สายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์มือถือของเปปเปอร์
ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้าจากนั้นก็ส่ายหน้า “ผมเพียงมีเบาะแสเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนพัดชาเป็นใครกันแน่ตอนนี้ยังไม่รู้ครับ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...