“แก้ไขข้อมูลของพัดชาให้ถูกต้อง?” มายมิ้นท์ขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ หรือว่าตัวตนตอนนี้ของพัดชาไม่ใช่ตัวปลอม แต่เป็นตัวจริง?”
เปปเปอร์เม้มริมฝีปาก เขาไม่ได้พูดอะไร
ผู้ช่วยเหมันตร์ได้ยินน้ำเสียงของมายมิ้นท์จึงพยักหน้าและตอบว่า “ใช่ครับคุณมายมิ้นท์ เป็นอย่างที่คุณคิด รองหัวหน้าฝ่ายสำมะโนประชากรบอกว่า เกรียงไกรพูดกับเขา ให้เขาแก้ไขข้อมูลก่อนหน้าของพัดชามาเป็นปัจจุบัน นั่นหมายความว่าก่อนหน้านี้ที่ผมสืบพบ ข้อมูลของเธอจึงจะเป็นพัดชาจริงๆ”
“ช่วยพูดให้ละเอียดกว่านี้หน่อย” เปปเปอร์พูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น
ผู้ช่วยเหมันตร์ตอบรับแล้วพูดตอบว่า “ก่อนหน้านี้ข้อมูลประจำตัวของพัดชา เธอเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตขึ้นมาในสถานสงเคราะห์ และเธอไม่ได้ชื่อว่าพัดชาแต่ชื่อว่าสมหญิง ชื่อนี้ ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์เป็นคนตั้งให้เธอเอง หลังจากนั้นจึงถูกเกรียงไกรเปลี่ยนชื่อเป็นพัดชา และช่วงเวลาที่เธอเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้ก็คือก่อนหน้าหนึ่งสัปดาห์ที่ท่านจะให้ผมไปตรวจสอบตัวตนของพัดชา”
“นั่นหมายความว่า รองหัวหน้าฝ่ายสำมะโนประชากรไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อมูลของพัดชาเท่าไรนัก เขาเพียงแค่เปลี่ยนชื่อให้เธอ?” เปปเปอร์ขมวดคิ้วถาม
ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้าตอบ “ใช่ครับ แน่นอนว่านี่เป็นเพียงคำพูดฝ่ายเดียวของเขา หากว่าเขาไม่ได้พูดโกหกล่ะก็ ตอนนั้นเขาก็เพียงทำตามที่เกรียงไกรสั่งเท่านั้น ส่วนพัดชาเป็นใครกันแน่ คงต้องหาความจริงจากเกรียงไกร”
เปปเปอร์เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงแล้วเงียบเสียง
มายมิ้นท์มองไปทางเขา “คิดไม่ถึงเลยนะคะว่าจะเป็นแบบนี้”
เดิมทีคิดว่าจะสามารถสืบพบข้อมูลของพัดชาได้จากฝ่ายสำมะโนประชากร
คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าฝ่ายสำมะโนประชากรจะเพียงเปลี่ยนชื่อให้แก่พัดชาเท่านั้น ส่วนข้อมูลอื่นๆ ยังคงเป็นไปดังที่เปปเปอร์สืบมา
นั่นหมายความว่า พวกเขาได้ข้อมูลเพียงชื่อเก่าของพัดชาเท่านั้น ส่วนเรื่องราวอื่นพวกเขาไม่รู้อะไรเลย
สิ่งที่รู้เพิ่มขึ้นอีกเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ พัดชาและเกรียงไกรมีความสัมพันธ์กันที่ไม่ธรรมดา
เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย “ช่างมันเถอะ ในเมื่อสืบไม่พบ ผมจะไปถามเกรียงไกรเอง”
เมื่อพูดจบเขาก็ตอบคนในโทรศัพท์ว่า “เอาล่ะ ถ้าอย่างงั้นคุณไม่ต้องสืบต่อแล้ว เดี๋ยวผมจะติดต่อไปที่เกรียงไกรเอง”
“ครับ ประธานเปปเปอร์” ผู้ช่วยเหมันตร์ตอบรับ
เปปเปอร์วางโทรศัพท์มือถือลงตั้งใจจะโทรศัพท์หาเกรียงไกร
เขาไม่เคยติดต่อกลับเกรียงไกรมาก่อน และไม่เคยแม้แต่จะพบเกรียงไกรด้วยตนเอง
เนื่องจากว่าความสัมพันธ์ของเกรียงไกรกับแม่ของเขา ด้วยความสงสัยที่มีในตัวเกรียงไกรทำให้เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจำเป็นจะต้องไปพบหน้าหรือติดต่อกลับเกรียงไกร
เว้นแต่เขาต้องการจะสืบให้ชัดเจนว่าเกรียงไกรเป็นคนที่ฆ่าพ่อของเขาหรือไม่ และฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุทางรถยนต์ในครั้งนั้นเป็นเขาหรือเปล่า
หากว่าเขาสืบพบสิ่งเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นฝีมือของเกรียงไกร เขาจึงจะเดินทางไปพบเกรียงไกร เพื่อต้องการจะส่งเกรียงไกรเป็นครั้งสุดท้าย ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็เคยเป็นคนที่แม่ของตนรักที่สุด
แต่หากว่าไม่ใช่หรือว่าเขายังตรวจสอบไม่ชัดเจน เขาคงไม่เลือกที่จะไปพบกับผู้ชายคนนี้ และค่อนข้างที่จะเว้นระยะด้วยความรังเกียจ
เพียงแต่ตอนนี้เขาคิดไม่ถึงว่าเขาจะต้องติดต่อกลับเกรียงไกรล่วงหน้าจากแผนที่เคยวางเอาไว้
เมื่อมองเห็นชายหนุ่มขมวดคิ้วไม่คลาย มายมิ้นท์ก็กัดริมฝีปากล่างของตนเบาๆ แล้วถามว่า “จะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“ครับ?” เปปเปอร์มองไปทางเธอ ดูเหมือนจะไม่เข้าใจในความหมายของเธอนัก
มายมิ้นท์ชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือของเขา “คุณจะติดต่อกับเกรียงไกร ไม่เป็นไรจริงเหรอคะ ที่จริงแล้วตอนนี้คุณไม่อยากจะเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้เท่าไหร่ใช่ไหม?”
ไม่มีลูกคนไหนหรอกที่จะรู้สึกดีกับผู้ชายที่แม่ตัวเองชื่นชอบซึ่งไม่ใช่พ่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายคนนี้อาจเป็นศัตรูที่ฆ่าพ่อของเขา
ดังนั้นเธอจึงเป็นห่วงเขามาก
เมื่อมองเห็นความกังวลใจในดวงตาของมายมิ้นท์ เปปเปอร์ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแล้วตอบด้วยความตั้งตกตั้งใจว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ช้าก็เร็วสักวันก็ต้องพบเขาอยู่ดี ตอนนี้ก็เพียงแค่ไปพบก่อนเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น อีกอย่างผมเองก็อยากจะรู้เมื่อผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเป็นผม แล้วเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร บางทีจากปฏิกิริยาของเขาอาจทำให้ผมเดาออกว่าเขาโกรธหรือเป็นอย่างไร”
เขาเป็นลูกชายของศัตรูหัวใจ หากว่าเกรียงไกรรู้สึกโกรธแค้นและเกลียดเขาละก็ แน่นอนว่าคงจะเกลียดชังพ่อของเขาด้วย และมีเหตุผลเพียงพอที่จะฆ่าพ่อของเขาวางแผนให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้นในครั้งนั้น
เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนซึ่งจะรักทุกอย่างของคนที่เขารัก อย่างเช่นรักแม่ของเขาและจะรักเขาด้วย เรื่องแบบนี้มีน้อยเหลือเกิน
เมื่อพบว่าเปปเปอร์กำลังจะทดสอบเกรียงไกร มายมิ้นท์ก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่พยักหน้า “เอาเถอะค่ะ ไม่ว่าจะทำอย่างไรฉันก็สนับสนุนคุณ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...