ภายในลานฝึก
ทหารนายหนึ่งจูงม้าศึกสีขาวบริสุทธิ์เข้ามาในสายตาทุกคน
ม้าตัวนี้สูงประมาณหนึ่งเมตรหก ขนสีขาวบริสุทธิ์ทำให้มันดูสูงศักดิ์ยิ่งนัก
ดวงตาเฝิงมู่หลานที่ชื่นชอบม้าศึกมาโดยตลอดลุกวาว “นี่คือม้าศึกของแคว้นเยว่จือ ว่ากันว่าจะสูงกว่าม้าศึกทั่วไปเล็กน้อย และสามารถวิ่งได้ร้อยลี้ต่อวัน!”
เหอชิงอวิ๋นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “มู่หลานพูดถูกแล้ว นี่เป็นม้าศึกที่ข้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้มา วันนี้รู้ว่าเจ้าจะมา ข้าจึงเอาออกมาให้เจ้าชมโดยเฉพาะ”
พวกขี้ประจบ!
ฉู่หนิงมองบนทีหนึ่ง อย่างไรเขาก็เป็นถึงบุตรชายของเสนาบดีกรมโยธาธิการ กลับทำตัวเหมือนไม่เคยเห็นผู้หญิง
พวกสุนัขติดหญิง ต่อให้เลียแข้งเลียขาจนตาย สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี
ขณะที่จมอยู่ในความคิด เฝิงมู่หลานได้มาถึงตรงหน้าม้าศึกแล้ว
หลังจากดูตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาของนางฉายแววเร่าร้อน อยากลองปีนขึ้นหลังม้าเสียเดี๋ยวนี้เลย
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าฉู่หนิงยังอยู่ เฝิงมู่หลานกลอกตาหนึ่งรอบแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณชายเหอ ให้เจ้าสาธิตดีกว่า”
หัวใจเหอชิงอวิ๋นพลันสะท้าน รู้ว่าเฝิงมู่หลานยังโกรธฉู่หนิงอยู่
วันนี้ ข้าขอเป็นคนช่วยเจ้าระบายความคับข้องใจนี้เอง!
“เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว!”
เหอชิงอวิ๋นปีนขึ้นหลังม้าอย่างสง่างาม และหันไปกล่าวกับฉู่หนิงด้วยรอยยิ้ม “จวิ้นอ๋อง ท่านดูให้ดีล่ะ!”
เมื่อกล่าวจบก็มีทหารนายหนึ่งโยนคันธนูมาให้ เหอชิงอวิ๋นรับคันธนูบนหลังม้า
จากนั้นสองขาหนีบท้องม้า ม้าศึกก็พลันพุ่งออกไปดั่งสายลม
ท่ามกลางฝุ่นตลบ เหอชิงอวิ๋นยกคันธนูขึ้น ปลายลูกธนูเล็งมาที่ฉู่หนิง!
สีหน้าจ้าวอวี๋เปลี่ยนฉับพลัน ขณะที่กำลังจะพุ่งไปขวางตรงหน้าฉู่หนิง
ฉู่หนิงกลับเผยอมุมปาก “ถอยไป เขาไม่กล้าลงมือกับข้าหรอก!”
จ้าวอวี๋ลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ถอยไปยืนด้านข้าง
ลูกธนูอันแหลมคมพุ่งตรงไปหาฉู่หนิงราวกับดาวตก!
ตอนแรกฉู่หนิงยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่เมื่อลูกธนูใกล้พุ่งมาถึงตรงหน้า สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปฉับพลัน และร่างกายก็ก้าวถอยหลังต่อเนื่อง
‘ฉึก!’
ลูกธนูปักลงบนพื้นห่างจากฉู่หนิงสามฉื่อ[1]

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา
ทำไมปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ...
ทำไมอ่านไม่ได้ค่ะ...
เติมเงินแต่อ่านไม่ได้คือยังไง...