“หากใต้เท้าเหอลำบากใจ ก็คิดเสียว่าข้าไม่เคยพูดเรื่องนี้”
ฉู่หนิงแสดงสีหน้าเจ็บปวดกะทันหัน “โอ๊ย ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ๆ ข้าก็รู้สึกไม่สบาย จ้าวอวี๋ เจ้ารีบไปเชิญหมอหลวงที่พระราชวังมาดูหน่อย”
พูดอะไรไม่ถูกใจก็ทำทีเจ็บป่วย
เจ้าบัดซบที่ต่ำช้าไร้ยางอาย!
เหอเผิงโมโหจนมือสั่น
หากไม่ใช่กลัวว่าเรื่องราวจะบานปลาย เขาคงกระโดดเข้าไปตบหน้าแล้ว
เป็นแค่องค์ชายที่ไร้อำนาจและอิทธิพลคนหนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาโอหังต่อหน้าเขาที่เป็นถึงขุนนางขั้นสอง!
โมโหก็ส่วนโมโห เรื่องนี้จะไปถึงหูฮ่องเต้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นฮ่องเต้ไม่ละเว้นตนแน่ๆ แม้แต่องค์ชายทั้งสิบเจ็ดคนก็จะไม่ปล่อยตนไว้
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ฉู่หนิงเป็นตัวตายตัวแทนเพียงคนเดียวของเรื่องนี้!
เหอเผิงสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนในใจ แล้วกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
“องค์ชายอย่าเพิ่งเชิญหมอหลวง แม้เรื่องโยกย้ายช่างฝีมือจะลำบากอยู่บ้าง แต่กระหม่อมยินดีหาวิธี!”
เมื่อฉู่หนิงได้ยินก็ยิ้มในใจ ตาเฒ่านี่เจ้าเล่ห์จริงๆ ไม่ให้บทเรียนสักหน่อย เขาก็ไม่รู้ถึงความร้ายกาจของตนเอง
ฉู่หนิงโบกมือสั่งให้จ้าวอวี๋ถอยออกไป แล้วกล่าวเสียงเรียบ “ใต้เท้าเหอต้องคิดให้ดีก่อนนะ ข้าต้องการช่างฝีมือสามพันคน นี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ”
เหอเผิงฝืนหัวเราะเบาๆ “ช่างฝีมือสามพันคน จะบอกว่าเยอะก็ไม่เยอะเท่าไร แต่กระหม่อมอยากรู้ว่าท่านจะเอาช่างฝีมือมากมายเช่นนี้ไปทำอะไร?”
ราวกับกลัวฉู่หนิงเข้าใจผิด เขารีบกล่าวอธิบายเพิ่มเติม “เพราะเรื่องใหญ่เช่นนี้คงปิดบังฝ่าบาทและองค์ชายท่านอื่นไม่ได้ กระหม่อมจำเป็นต้องมีคำอธิบายให้พวกเขา”
แม้การโยกย้ายช่างฝีมือไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่สามพันคนมันเยอะกันไป หากมีคนสืบสาวราวเรื่องขึ้นมา ก็จำเป็นต้องมีเหตุผลที่เหมาะสม
ยิ่งกว่านั้นเหอเผิงก็สงสัยเช่นกัน ฉู่หนิงจะเอาช่างฝีมือสามพันคนไปทำอะไร?
ฉู่หนิงถอนหายใจยาว บนใบหน้าเต็มไปด้วยแววห่วงใยบ้านเมือง “ใต้เท้าเหอก็รู้ว่าข้ากำลังจะไปแนวหน้า ในฐานะองค์ชาย หากไปมือเปล่า เกรงว่าไม่สามารถทำให้ทหารแนวหน้ายอมรับข้า
ข้าขอช่างฝีมือสามพันคนจากท่าน เพื่อจะให้พวกเขาช่วยผลิตธนูและอาวุธบางส่วนก็เท่านั้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา
ทำไมปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ...
ทำไมอ่านไม่ได้ค่ะ...
เติมเงินแต่อ่านไม่ได้คือยังไง...