จางซูฉีนำของออกมาจากมิติวางไว้เพื่อให้เด็กสองคนมาช่วยขน เสี่ยวจูวิ่งมาคนแรก เสี่ยวเถาที่กำลังขุดต้นกล้าล้างมือจึงตามมา
"พี่ใหญ่ เงินนั่นใช้ได้จริงๆหรือเจ้าคะ ท่านซื้อของมามากมายเชียว"
เสี่ยวเถาถามขึ้นก่อนจะช่วยกันขนของเข้าบ้าน จางซูฉีรู้ว่าเด็กสองคนนี้ตัดผ้าและปักผ้าฝีมือดีจึงซื้อเข็มกับด้ายมามากหน่อย ทั้งคู่ดีใจมากที่พี่ใหญ่ตั้งแต่หายป่วยก็เก่งขึ้นมาก
"เอ่อ เสี่ยวเถาแถวนี้นอกจากบ้านหลังนี้ยังมีบ้านคนอื่นอีกหรือไม่"
"ดูเหมือนรั้วที่ติดกับกำแพงข้างๆเราจะเป็นตำหนักร้างนะเจ้าคะ เมื่อก่อนเคยมีคนอยู่หลังจากไท่ซ่างหวงครองราชย์ก็ไม่มีใครอยู่อีกเลย แต่มีสุสานบรรพบุรุษอยู่ที่นั่น มีอันใดหรือเจ้าคะ"
"ไม่มีหรอก กินข้าวกันเถอะสายแล้ว"
สามคนนายบ่าวที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นสามคนพี่น้องนั่งกินซาลาเปากับขนมงากันอย่างอร่อยเป็นมื้อแรก ตั้งแต่นายท่านสามจากไปพวกนางก็อดมื้อกินมื้อมาตลอดนี่เป็นอาหารมื้อแรกที่กินอิ่ม น้ำตาค่อยๆไหลความรู้สึกของเด็กซูฉีนั่นลึกๆคงคิดถึงพ่อกับแม่
"อิ่มแล้วไปดูแปลงผักกันเถอะ เพิ่งจะเข้าหน้าฝน เพาะปลูกตอนนี้จะได้มีผักกิน เอาไว้ดองหรือตากแห้งได้ด้วย"
สามคนช่วยกันยกร่องพรวนดิน สามวันมาแล้วที่ทำงานหนักเริ่มมีตุ่มใสๆแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเข้าไปในมิติขอยาทาแก้อักเสบคงมีให้ เสี่ยวจูเห็นใต้กำแพงหินมีช่องเลยลองๆขุดดูสักพักก็ร้องกรี๊ดเสียงดัง
"กรี๊ด พี่ๆมีมืออยู่ตรงนี้มันจับมือข้าด้วย ฮือๆๆผีพี่ใหญ่ผี" จางซูฉีรีบวิ่งมาดู เหมือนจะเห็นมือขาวชักกลับไปอีกฝั่ง ไม่มั้งผีอะไรโผล่ตอนเที่ยงกัน
"ไม่มีอะไรหรอกเสี่ยวจูอาจจะเป็นกระต่ายหรือลูกลิงก็ได้ ที่นี่ติดกับภูเขาอย่าลืมสิ"
อีกด้านชุ่ยชุ่นร้องไห้ตัวสั่นเจียงฟางซินถามนางก็เอาแต่ส่ายหน้าบอกแต่ว่าผีๆ
จางซูฉีตัดสินใจลองเคาะกำแพง เจียงฟางซินได้ยินก็เคาะกลับ ทางนั้นถามมาว่าใคร
"นั่นใครนะ คนหรือผี"จางซูฉีเอ่ยถาม
"ข้าเป็นคน ข้าถูกส่งมาให้เฝ้าตำหนักร้างเจ้าละ"
จางซูฉีนึกถึงสามคนเมื่อตอนสายก็เลยลองถาม
"เจ้าใช่ฟางซินหรือไม่ คนที่รับซาลาเปาจากข้าไปเมื่อตอนเช้า"
"ข้าว่าเราเปิดอกคุยกันเถอะ ดูเหมือนท่านกับข้าจะเป็นพวกถูกขว้างทิ้งเหมือนกัน ข้าจางนางซูฉีอดีตพระชายาจวนเยี่ยอ๋อง ถูกเขาเตะกระเด็นมาอยู่ที่นี่เพราะรังเกียจที่ข้าปัญญาอ่อนสติไม่ดี และอัปลักษณ์แล้วท่านเล่าเป็นใคร"
"ข้าเจียงฟางซิน อดีตฮองเฮาที่ถูกหนานกงอินฮ่องเต้ปัญญาทึบเตะโด่งมาที่นี่เพราะรังเกียจตระกูลของข้าเช่นกัน"
ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะ ชีวิตช่างเหมือนกันจริงๆ จึงพากันไปนั่งเล่นริมลำธาร เพราะเย็นสบายลำธารนี้ไหลเซาะใต้กำแพงหินมาจากบนเขา ไม่ลึกมากพอให้ลงว่ายเล่นได้
"ได้ข่าวว่าฮ่องเต้อายุเพียงยี่สิบแปดไม่ใช่หรือ ท่านก็งามเช่นนี้เหตุใดเขายังรังเกียจ"
จางซูฉีถามไปเคี้ยวผลท้อไป นางเก็บมาจากต้นที่อยู่ผู้นั้นปลูกไว้ รสชาติหวานอร่อย
"เขารังเกียจหาว่าครอบครัวข้าแสวงหาอำนาจแต่งข้ามาไม่ทันไร พอท่านปู่จากไปก็ให้บิดาข้าไปปกครองเมืองหน้าด่านไกลถึงสองพันลี้แล้วก็หาว่าข้าใจแคบจึงไล่มาอยู่ที่นี่สำนึกตน"
"ฮือๆๆพระชายา ท่านไม่รู้หรอกฮองเฮาไม่เคยยุ่งกับเหล่าสนมสักนิด พวกนางตบตีกันเองแล้วบอกว่าเป็นคำสั่งฮองเฮา จางซิ่วเอ๋อร์คนนั้นยังไม่ทันเข้าวังก็วางอำนาจใส่สกุลเจียง คิดว่าตนเองจะได้เป็นฮองเฮาจริงๆหรือไง"
"อ้อ จางซิ่วเอ๋อร์คนนั้นนางก็คือ พี่หญิงใหญ่บุตรสาวท่านลุงของข้าเองแหละเดิมทีนางคือคนที่ต้องแต่งเข้าตำหนักอ๋องเยี่ย แต่ดูเหมือนลุงใหญ่ข้าจะสงสารบุตรสาวกลัวนางเฉาตายหวยเลยมาตกที่ข้า"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาและภรรยาแสนซน