แม่นางดอกบัวขาวปากหวานก้นเปรี้ยวผู้นั้น มาทำอะไรจวนอ๋องในยามนี้?
หรือว่าแสร้งมาเยี่ยมเยียนตงฟางหลี?
เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์นึกถึงเรื่องเมื่อวานขึ้น ความโกรธก็พุ่งทะลักขึ้นมา พลังหลุดจากการควบคุมเล็กน้อย
เมื่อวาน นางและตงฟางหลีต่างบาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย มีเพียงซูเตี่ยนฉิงเท่านั้นที่เป็นผู้ชนะ เมื่อคิดถึงท่าทีแสร้งทำเป็นอ่อนแอของหญิงซ่อนดาบในรอยยิ้มผู้นั้น ก็นึกรังเกียจเสียจนอยากจะอาเจียน
ตอนที่ยังแตะต้องไม่ถึงหญิงผู้นั้นเจตนาเดิมของนางคือเป็นเหมือนน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม นางจะนำตงฟางหลีไปคืนให้ในสภาพที่สมบูรณ์
แต่ ผ่านเรื่องราวเมื่อวานนี้มา นางจึงเปลี่ยนความตั้งใจ
คนที่กล้ามาคิดร้ายบนหัวนาง นางจักต้องฉีกเป็นชิ้น ๆ ถึงจะดี
“นางยังอยู่ที่ประตู?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องไป๋โค้ว แล้วเอ่ยถามต่อ “ยังไม่ถึงตำหนักหมิงอวี้อีกหรือ?”
“เหอะ เจ้าร้อนรนขึ้นมาล่ะสิ?” ไป๋โค้วยกสองมือขึ้นกอดอก ด้วยท่าทางยินดีกับความทุกข์ของผู้อื่น “ท่านอ๋องและแม่นางซูเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน ชายมีความสามรถส่วนหญิงก็หน้าตาสวยงามช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก”
“หวังว่าท่านอ๋องจะตาสว่าง หย่ากับหญิงอสรพิษอย่างเจ้าเสีย”
“แม่นางซูเป็นถึงหญิงงามอันดับหนึ่ง งามล่มเมือง เพียงยิ้มออกมาก็สามารถดึงดูดผีเสื้อมารวมกันได้ เจ้าดูตัวเจ้าเองสิ หน้าเหลืองผิวซีด อ่อนแอเสียจนลมพัดยังต้านไว้ไม่อยู่ คล้ายกับถั่วงอกต้นหนึ่งเสียจริง”
“ท่านอ๋องงดงามราวกับเทพเซียน แต่งกับหญิงที่หน้าตาอัปลักษณ์จิตใจยังโหดเหี้ยมเช่นเจ้า ช่างไม่เหมาะสมจริง ๆ”
“ขอเพียงท่านอ๋องรีบหย่ากับเจ้า ชายาอสรพิษที่ถูกทิ้งเช่นเจ้า เหมาะจะแต่งกับขอทานเท่านั้น...”
ไป๋โค้วก่นด่าอย่างสนุกสนาน ยิ่งด่าก็ยิ่งเสพติด
หลังจากก่นด่าอยู่นาน ก็ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
นางเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว ถึงได้พบว่าพระชายาอสรพิษกำลังยิ้มอย่างสดใสเต็มใบหน้า
รอยยิ้มเฉิดฉายดั่งบุปผาฤดูใบไม้ผลิที่เบ่งบาน
“แต่ วันนี้นับว่าเจ้าแตะโดนปลายกระบอกปืนแล้ว วันนี้ข้าอารมณ์มิสู้ดี มิสู้ดีเอามาก ๆ”
นางเดินเข้าใกล้ไป๋โค้วทีละก้าว ๆ
ไป๋โค้วลำคอตีบตัน ก่อนจะทำท่าทางตอบโต้ “ฉินเหยี่ยนเย่ว์ ข้าขอเตือนเจ้า ข้าใช้วรยุทธ์เป็น ข้ามิเกรงกลัวเจ้าหรอก เล่ห์เหลี่ยมของเจ้าใช้มิได้ผลกับข้า เจ้าเองก็เลิกคิดใช้ตำแหน่งพระชายามากดดันข้า ข้ามิกลัวเจ้า”
“เจ้ามิกลัว? เช่นนั้นข้าควรจะชมเจ้าสักหน่อย ว่าเจ้ากล้าหาญมากเช่นนี้หรือ?” ชายอาภรณ์ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลิ้วไหว “เล่ห์เหลี่ยมใช้กับเจ้ามิได้ผล? อา เช่นนั้นเจ้ารู้สึกชาที่ปลายลิ้นบ้างไหม?
“ไม่อย่างแน่นอน” ไป๋โค้วนิ่งไปชั่วครู่ วินาทีที่นางอ้าปาก ลมเย็นเข้าสู่ข้างในปาก ความรู้สึกชาก็ทะลักขึ้นมา
นางมองฉินเหยี่ยนเย่ว์อย่างไม่เชื่อสายตา “เจ้า เจ้ามันเหี้ยมโหด เจ้าทำอันใดลงไป?”
“แน่นอนว่าเป็นการวางแผนลอบทำร้าย มิใช่ว่าเจ้ามิได้เกรงกลัววางแผนลอบทำร้ายข้าหรอกหรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “ข้าเตือนเจ้าว่าไว้ อย่าหุบปากเป็นอันขาด จักต้องอ้าปากไว้กว้าง ๆ หากเจ้าหุบปากลง พิษที่ลิ้นมิอาจกระจายออกไป เวลาเพียงหนึ่งเค่อก็อาจทำให้ในลำคอเจ้าเน่าเปื่อยได้”
ตอนที่หมอหลวงหลินมอบยาแก้พิษให้แก่นาง นางได้ลอบเก็บเอาไว้สองสามเม็ด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน