นางคุกเข่าลงหนึ่งข้าง แล้วประสานมือ “ท่านอ๋อง”
“พาพระชายากลับเรือนโยวหลัน” ตงฟางหลีกล่าว “หากพระชายาไม่ให้ความร่วมมือ อนุญาตให้ใช้ทุกวิถีทางได้”
“ไม่จำเป็น” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นรูปลักษณ์ของเจ้าหางน้อยที่ติดตามนางได้ชัดเจนเป็นครั้งแรก
แตกต่างจากไป๋โค้ว เป็นแม่นางที่สุขุมและคมในฝัก
“ข้ากลับเองได้” นางก้าวไปด้านหน้าสองก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ในบรรดาโอสถมีสมุนไพรตัวหนึ่งนามว่ากวาโหลว ยามที่ผลของกวาโหลวสุกงอมนั้น จะแดงก่ำราวกับไฟ มองเพียงแค่ภายนอกสวยงามมาก หากแต่ปลอกเปลือกออก ถึงจะพบว่าข้างในดำเมี่ยม น่าคลื่นไส้เป็นอย่างยิ่ง บางคนก็เป็นเช่นผลกวาโหลว ภายนอกดูสวยงาม แต่ภายในดั่งฝ้ายที่เน่าเปื่อย คนตื้นเขิน ส่วนมากล้วนมองเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น”
กล่าวจบ นางก็ยกมือขึ้น “เจ้าหางน้อย ข้าเดินไม่ไหวแล้ว ประคองข้ากลับที”
ชื่อเจี้ยนขมับกระตุกสองครั้ง “พระชายา หม่อมฉันนามว่าชื่อเจี้ยนเพคะ”
“อืม เจ้าหางน้อย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอนกายพิงกายของนาง
ชื่อเจี้ยนพูดไม่ออก จึงทำความเคารพ แล้วประคองนางกลับ
ศาลาอวี้ถังกลับคืนสู่ความเงียบ
ตงฟางหลีสีหน้าขาวซีด เนื่องจากเมื่อครู่เกิดเรื่องเช่นนั้นกับฉินเหยี่ยนเย่ว์ไป แก้มสองข้างจึงมีสีแดงก่ำเล็กน้อย ขาวซีดและแดงก่ำ สองสีที่แตกต่างกันผสมเข้าด้วยกัน งดงามราวกับหยกท่ามกลางลมหนาว
เขาฝืนทนมาจนถึงยามนี้ ได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ไร้เรี่ยวแรงไปทั้งกาย จำต้องอาศัยตู้เหิงประคองถึงได้รักษาสมดุลไว้ได้
“ท่านอ๋อง สถานการณ์ของท่านมิสู้ดีมาก จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนนะพ่ะย่ะค่ะ” ตู้เหิงเห็นแล้วก็ตกใจ “พิษที่ขาของท่าน น่ากลัวเกินไปแล้วจริง ๆ”
เขาไม่กล้าแม้กระทั่งจะจินตนาการเลยว่า หากมิใช่พระชายาค้นพบบาดแผลที่ขา ท่านอ๋องจะกลายเป็นเช่นใด
ตงฟางหลีมองทิศทางที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินจากไป ก็นึกถึงความรู้สึกสัมผัสเมื่อครู่นี้ขึ้นมา ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
ลมยามราตรีพัดมา พัดเอาเศษหิมะที่หลงเหลือบนแผ่นกระเบื้องให้ปลิวไสว โคมไฟในเรือนกวัดแกว่งไปมาไม่หยุดหย่อน จนเกิดเป็นเสียงคราญคราง
เขาฝืนยืนตัวตรง และใช้น้ำเสียงเย็นชา “ตู้เหิง สั่งให้คนไปทำความสะอาดลานรอบ ๆ เรือนโยวหลันเสีย”
ตู้เหิงเป็นคนที่ฝึกวรยุทธ์คนหนึ่ง ร่างกายแข็งแรง เมื่อต้องมาทำซ้ำ ๆ อยู่พักหนึ่งเช่นนี้ ก็เหนื่อยล้าเช่นกัน
ตอนนี้ เขาเข้าใจความรู้สึกของฉินเยี่ยนเย่ว์เมื่อเย็นวานนี้ขึ้นมาแล้ว
“คนวางยาพิษนี่ช่างน่ากลัวเสียจริง” หมอหลวงหลินหอบหายใจ “ข้ายังไม่เคยเห็นมาก่อนแลย”
ตู้เหิงก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “ก่อนวันมงคล ท่านอ๋องไม่มีอาการผิดปกติเลยแม้แต่น้อย ทำไมจู่ ๆ ถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า?”
หมอหลวงหลินลูบเครา ก่อนจะกล่าวด้วยความจริงใจ “พิษบางอย่าง ถึงขั้นที่แม้กระทั่งก่อนตายยังไม่มีอาการใด ๆ และจากไปโดยที่ไม่รู้ตัว พิษของท่านอ๋องถูกค้นพบก่อนที่จะระเบิดออก นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายอย่างแท้จริง”
“แม้ว่าจะกล่าวเช่นนี้ อาการของท่านอ๋องก็ยังมิสู้ดีนัก ไข้ของเขายังไม่ลดลง ใต้เท้าตู้ ไปเชิญพระชายามาสักครั้งเถิด” เขากล่าว “ยาในมือของนางมีประสิทธิภาพอย่างน่าประหลาด ให้ไข้ของท่านอ๋องลดลงก่อน นอกจากนั้นแล้ว ข้ายังมีเรื่องอยากจะหารือกับพระชายาสักหน่อย”
ตู้เหิงขมับเต้นตุบ ๆ
พระชายาถูกท่านอ๋องลงโทษโดยการกักบริเวณและคัดพระคัมภีร์ ทั้งยังก่อเรื่องทะเลาะวิวาท ด้วยนิสัยของนาง จะต้องเคียดแค้นเป็นแน่ หากเขาไปเชิญนางมาในยามนี้ ก็จะเป็นการชนเข้ากับปลายกระบอกปืนพอดี
เมื่อนึกถึงวิธีของนางแล้ว เขาก็รู้สึกหวาดกลัว จึงตัดสินใจไปหาเฝ่ยชุ่ยเพื่อหยั่งเชิงก่อนเป็นอันดับแรก ถามว่าพระชายาชอบทานสิ่งใด แล้วนำของขวัญไปเยี่ยมเยียนถึงที่เรือน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน