จวนท่านอ๋องเจ็ด
ตำหนักหมิงอวี้ เรือนนวล
ยามที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตื่นขึ้นมา ก็พลันเห็นตงฟางหลีนอนหลับตาเอนหลังพิงอยู่บนเก้าอี้เอนตัวงาม
แสงสว่างที่ส่องประกายออกมา ใบหน้าของเขารูปงามราวดั่งหยก เพียงแค่นอนเอนตัวธรรม ท่วงท่ากลับมิต่างกับภูเขาหยก งดงามเสียจนทำให้ผู้คนนึกอิจฉาออกมาเสียได้
เมื่อเปรียบเทียบกับท่วงท่าอันสง่างามของตงฟางหลีนั้น นางที่นอนตะแคงบนเตียงกลับกางแขนขาอ้าซ่าออกมา ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ท่วงท่าในยามที่นอนหาได้งดงามไม่
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลูบหัวตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกวาดสายตาไปโดยรอบ
ห้องนี้หาใช่ห้องของตงฟางหลีไม่
สถานที่แห่งนี้คล้ายกับว่าถูกสร้างขึ้นมาจากหิน ไม่มีแม้แต่หน้าต่างหรือประตู
บนหลังคากลับมีไข่มุกเรืองแสงมากมายฝังอยู่ด้านบนมากมาย จึงทำให้ภายในห้องมีแสงสว่างส่องแสงเจิดจ้ามิต่างกับในยามกลางวัน
“ข้า นอนจนมาถึงยามเย็นเลยหรือ?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่ตบหัวตัวเอง “ที่นี่ที่ไหนกัน?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่พึมพำกล่าวกับตนเอง
“ตงฟางหลี? ท่านตื่นอยู่หรือไม่?”
ไม่มีการตอบสนอง
ยามที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำลังโน้มตัวเข้าไปเพื่อปลุกให้เขาตื่นนั้น จู่ ๆ ตงฟางหลีกลับลืมตาขึ้นมา
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันรีบร้อนชักมือกลับมาในทันที นางรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย
“เหตุใดตื่นแล้วมิพูดอันใดออกมาบ้างเลยเล่า? ช่างหยิ่งผยองเสียจริง” นางบ่นพึมพำออกมา “ที่นี่มันที่ไหนกัน? นี่มันกี่โมงกี่ยาม? ข้าหลับไปนานเท่าใดแล้วกัน?”
“ที่แห่งนี้คือเรือนนวล ท้องฟ้าภายนอกหาได้มืดมิดไม่ เจ้านอนมาห้าชั่วยามแล้ว” ตงฟางลีกล่าว
จิตใจขององค์จักรพรรดิยากที่จะหยั่งถึง
จู่ ๆ การที่นางก็มีทักษะทางการแพทย์นั้น ทั้งยังออกหน้าช่วยคนมั่วซั่วอีก ย่อมเป็นไปได้ยากที่ผู้คนจะมิคิดสงสัย
เดิมทีนางคิดว่าการจับหมอหลวงหลินมาเป็นโล่กันหอกจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ทว่า แท้จริงแล้วเหล่าผู้คนที่ชอบบงการวางแผนผู้อื่นนั้น กลับฉลาดเฉลียวกว่าผู้อื่นยิ่งนัก
วิธีการที่นางทำนั้น มิต่างอันใดกับเอามืออุดหูเพื่อปิดเสียงกระดิ่งเลยแม้แต่น้อย
ในวังวนแห่งพลังอำนาจเช่นนี้ นางมิต่างอันใดกับมดตัวน้อย ๆ เลยสักนิด ไม่ว่านางจะต่อสู้หนักหน่วงเพียงใด ก็มีแต่ต้องถูกกลืนกินเข้าไปอย่างแน่นอน
เมื่อตงฟางหลีเห็นท่าทีคิดหนักของฉินเหยี่นเย่ว์นั้น เขาค่อย ๆ ใช้นิ้วเขี่ยไปมาบนหมอนอิง
ภายใต้แสงไข่มุกภายในห้องที่มืดมิด สายตาที่ทอประกายความเย็นชาออกมา สะท้อนให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่มิต่างอันใดกับเทพเซียน พร้อมทั้งน้ำเสียงเย็นชาที่เอ่ยออกมาว่า
“ทักษะการแพทย์ของเจ้าได้รับการสอนสั่งมาจากนักพรตเต๋าเทียนหลิง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ารู้ล้วนแต่เป็นนักพรตเต๋าเทียนหลิงที่คอยชี้แนะเจ้าทั้งสิ้น สิ่งที่เจ้าได้รับการตกทอดมาทั้งหมด ล้วนแต่เป็นสิ่งของที่นักพรตเต๋าเทียนหลิงมอบให้กับเจ้า” ตงฟางหลียังเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอีกว่า “เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
“นักพรตเต๋าเทียนหลิง?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันรู้สึกว่าชื่อนี้ค่อนข้างคุ้นหูยิ่งนัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน