ตำหนักหมิงอวี้
เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์ตื่นขึ้นมา ฟ้าก็มืดแล้ว
เสียงกระดิ่งลมดังกังวานอยู่ข้างหู
นางค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองดูม่านเตียงที่พลิ้วไหวไม่หยุด เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
ชายคนหนึ่งที่ดูราวกับเป็นเทพเซียนตกสวรรค์ชั้นฟ้ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าต่าง เขาสูงเพรียว นิ้วเรียวยาวแตะกระดิ่งลมสีหยกที่หน้าต่างเบา ๆ
ครั้นมองจากมุมของนาง จะสามารถเห็นใบหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบได้
ยามลมพัดผ่าน เป่าผมยาวของเขาสยายไปดั่งหมึกเปรอะเปื้อนเมือง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่สติจะกลับมา
เดิมทีนางตั้งใจจะแนะนำให้ลู่ซิวรักษาบาดแผลของไป๋โค้ว แต่แล้วสายตาก็ดำมืด เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นก็มาที่นี่เสียแล้ว
คนตรงหน้า...
“ตงฟางหลี?” เสียงของนางแหบแห้ง
“ข้าบอกเจ้าหลายหนแล้ว ว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติเรียกข้าด้วยนามของข้า” ตงฟางหลีหันกลับมา บีบลายปลายคลื่นม้วนบนแขนเสื้อ แขนเสื้อลอยพลิ้ว
ฉินเหยี่ยนเย่ว์หยัดตัวขึ้นนั่ง ทว่าลุกขึ้นเร็วเกินไปจึงเกิดอาการวิงเวียน จึงถูกบังคับให้นอนลงไปอีกครั้ง
นางส่งเสียงไม่พอใจอย่างเย็นชา และหันหน้าไปทางด้านข้าง “ท่านคิดจะทำอะไร?”
ตงฟางหลีเปลี่ยนเสื้อผ้านานแล้ว สวมเสื้อคลุมสีขาวตัวยาว ผ้าคาดเอวสีอ่อน ดุจไม้หยกต้านลม
หน้าต่างเปิดอยู่ ลมหนาวพัดพาละอองหิมะเข้ามาด้วยเช่นกัน การสะบัดแขนเสื้อยาวของเขาและผ้าโปร่งขาวซีดที่หน้าต่างช่วยระบายไอร้อนในห้องออกไป
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตัวสั่นเทาจากความหนาวเย็น พลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม “เปิดหน้าต่างกลางฤดูหนาว ซ้ำยังสวมเสื้อผ้าบางเพียงนี้ ท่านเพี้ยนอะไร?”
“ส่งยาถอนพิษมาให้ข้า” ตงฟางหลีเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้น
ฉินเหยี่ยนเย่ว์แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน