“เจ้าคิดจะทำอันใด?” ฉินเสวี่ยเย่ว์พลางตัวสั่นไปด้วยความตกใจในทันที
“เมื่อครู่ เจ้าคิดจะทำอันใดกับเฟ่ยชุ่ยเล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวออกมาด้วยท่าทีเย็นชา “ข้าก็จักทำเช่นนั้นกับเจ้าเหมือนกัน”
“ เจ้ากล้าหรือ! ฉินเหยี่ยนเย่ว์ หากกล้าไฟละก็ ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”
"หากข้ามิจุด มิยุ่งกับเจ้า เจ้าจักปล่อยข้าไปหรือ?" ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางแย้มยิ้มออกมาด้วยความเย็นชา พร้อมด้วยทั่วร่างที่ปล่อยกลิ่นอายเย็นชาและน่าสยดสยองออกมาในทันที
ฉินเสวี่ยเย่ว์ค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง “ท่านอ๋องสามจะมิยอมปล่อยเจ้าไปแน่ ทั้งเสด็จพ่อและคนอื่นๆ ก็เช่นกัน แม่นมแห่งกงเจิ้งซือเองก็เฝ้าดูอยู่ที่นี่ด้วย เจ้ามิมีวันหนีพ้น”
ฉินเสวี่ยเย่ว์พลางมองดูฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัวอยู่ภายในใจ "เจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้!"
ทั้งนางกำนัลแห่งกงเจิ้งซือเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน "พระชายาอ๋องเจ็ดเพคะ ท่านได้โปรดคิดให้รอบคอบก่อนนะเพคะ นี่ถือเป็นการกระทำที่มีโทษอย่างร้ายแรง!"
“โทษร้ายแรง?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันยิ้มเยาะออกมา
หากนางมิทำก็ได้รับโทษ หากนางทำก็ได้รับโทษ
เหตุใดนางจะมิทำเล่า?
นางจึงเป่าแท่งคบเพลิงที่อยู่ในมือนั้น ไฟพลันลุกโชติขึ้นมาในทันที ก่อนจะโยนมันเข้าไปที่ตัวของฉินเสวี่ยเย่ว์
น้ำมันสนเกิดการเผาไหม้ดียิ่ง เมื่อมันสัมผัสเข้ากับไฟแล้วนั้น เพียงพริบตาเดียวกองเพลิงพลันมีไฟลุกโชติเพียงชั่วพริบตา ฉินเสวี่ยเย่ว์พลันถูกเผาไหม้อยู่ในกองเพลิงในทันที
ด้วยความหวังที่ตนเองจะมีชีวิตรอดนั้น ฉินเสวี่ยเย่ว์หาได้สนใจภาพลักษณ์ของตนเองไม่ ก่อนที่นางจะถอดเสื้อคลุมของตนเองออกอย่างบ้าคลั่ง พลางก้มตัวลงไปคลุกตัวบนกองหิมะในทันใด
แม่นมแห่งกงเจิ้งซือก็ช่วยนางดับไฟด้วยเช่นกัน
เรื่องในวันนี้ หาใช่เรื่องดีไม่ การที่นางสามารถเผาฉินเสวี่ยเย่ว์ได้นั้น ถือเป็นการระบายอารมณ์แบบหนึ่ง ทว่า สิ่งที่นางต้องเผชิญนั้นถึงอย่างไรก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี
“ทุกคน ไปกันเถอะ” พูดจบ ฉินเหยี่ยนเย่วพลางลุกขึ้นยืนตัวตรง ก่อนจะก้าวเดินออกไป
“ข้ามิรู้เลยว่า กลางดึกของเรือนโยวหลานจักคึกครื้นขนาดนี้” น้ำเสียงเย็นชาพลันดังขึ้น
พร้อมกับ ตงฟางหลีที่สวมใส่เสื้อคลุมสีขาวเดินออกมาจากหิมะ เสมือนว่าร่างของเขาจักรวมเข้าไปกับหิมะก็ไม่ปาน สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชา พร้อมทั้งบรรยากาศรอบตัวที่เจือไปด้วยความกดดันเล็กน้อย
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันตกตะลึงไปในทันที ตงฟางหลีมาทำอันใดที่นี่กัน?
“ค่ำคืนดึกดื่นป่านนี้ แม่นมเจียงมาทำอันใดที่จวนอ๋องเจ็ดกันเล่า?” ตงฟางหลีหาได้มองหน้าฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่ ก่อนจะเดินตรงไปหานางกำนัล
“เข้าเฝ้าท่านอ๋องเจ็ดเพคะ” นางกำนัลพลางโค้งกายทำความเคารพในทันที “บ่าวได้ยินคนส่งสารกล่าวว่า มีเรื่อราวเกิดขึ้น ท่านอ๋องได้โปรดเมตตาบ่าวด้วยเพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน